รมช.วัชระพล มอบนโยบายขับเคลื่อนงาน ส.ป.ก. ชู 3 เสาหลัก 'สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร' พร้อมเดินหน้า ออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดและ มอบนโยบายในงานสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม” โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คณะผู้บริหาร ข้าราชการและพนักงานของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วม ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ว่า ส.ป.ก. เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร โดยจากนี้ต้องปรับบทบาทจาก “ผู้จัดสรรที่ดิน” ไปสู่ “ผู้จัดสรรโอกาสและอนาคต” โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคง มีความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย
นายวัชระพล กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานปฏิรูปที่ดินในระยะต่อไปจะยึดแนวทาง 3 เสาหลัก ดังนี้
เสาหลักที่ 1 “สร้างสิทธิ” มุ่งสร้างความมั่นคงด้านสิทธิในที่ดินให้แก่เกษตรกร ภายใต้การดำเนินงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมตั้งเป้าหมายออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เพิ่มอีก 200,000 แปลง ภายในปี 2569 ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการรังวัดที่ดิน เพื่อเพิ่มความแม่นยำและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงเดินหน้าแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและ เร่งดำเนินการเรียกคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน เพื่อนำกลับมาจัดสรรให้เกษตรกรตัวจริงได้ใช้ประโยชน์ ตลอดจนผลักดัน การปรับปรุง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร มากยิ่งขึ้น
เสาหลักที่ 2 คือ “เสริมทุน” มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับที่ดินของเกษตรกร โดยยกระดับสินทรัพย์ด้วยโฉนดต้นไม้และส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด ทั้งยังเป็นการสร้างคาร์บอนเครดิตและเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ
เสาหลักที่ 3 คือ “หนุนเกษตร” มุ่งยกระดับบทบาท ส.ป.ก. จากหน่วยงานจัดสรรที่ดิน ไปสู่การดำเนินงานบริหารจัดการพื้นที่แบบ ครบวงจร พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ ระบบน้ำและไฟฟ้า โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมอาชีพเสริมและอาชีพนอกภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากหลายทางและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “สร้างสิทธิ เสริมทุน หนุนเกษตร” ซึ่งแสดงผลการดำเนินงานจากพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน 72 จังหวัด โดยได้ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร จำนวน 2.95 ล้านราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 36.64 ล้านไร่ พร้อมยกระดับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) เป็น “โฉนดเพื่อการเกษตร” ส่งมอบให้แก่เกษตรกรกว่า 996,014 ฉบับ พร้อมเยี่ยมชมการจัดแสดงงานฝีมือจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศพส.) อีกด้วย