โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยอดผู้สงสัยติด “อีโบลา” ในคองโกเกิน 1,000 ราย ยูกันดา สั่งปิดพรมแดนสกัดเชื้อ

Thaiger

อัพเดต 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ยอดผู้สงสัยติด “อีโบลา” ในคองโกเกิน 1,000 ราย ยูกันดา สั่งปิดพรมแดนสกัดเชื้อ หลายชาติประกาศมาตรการกักตัวผู้เดินทาง 21 วัน

กระทรวงสาธารณสุขสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “เชื้อไวรัสอีโบลา” ครั้งที่ 17 โดยพบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อรวม 1,077 ราย พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อ 121 ราย และมีผู้เสียชีวิตต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 238 ราย นับตั้งแต่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา การระบาดระลอกล่าสุดกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศ

เชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังระบาดในขณะนี้ เป็นสายพันธุ์ “บุนดีบูเกียว” (Bundibugyo) ซึ่งพบได้ยาก องค์การอนามัยโลกประเมินความเสี่ยงของการระบาดครั้งนี้ว่าอยู่ในระดับสูงมากสำหรับพื้นที่ภายในประเทศ ระดับสูงสำหรับภูมิภาค และระดับต่ำสำหรับสถานการณ์ทั่วโลก

จังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าที่มีพรมแดนติดกับประเทศยูกันดาและซูดานใต้ และด้วยพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายข้ามพรมแดน ทางการยูกันดาจึงได้สั่งปิดพรมแดนที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกทันทีหลังพบผู้ป่วยในประเทศและพบบุคลากรทางการแพทย์สัมผัสเชื้อไวรัส

หลายประเทศทั่วโลกประกาศยกระดับมาตรการป้องกันไวรัสอีโบลา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนประกาศให้ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงสังเกตอาการตนเอง 21 วัน รัฐบาลแคนาดาบังคับกักตัวผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด 21 วันพร้อมระงับการพิจารณาวีซ่าชั่วคราว ด้านประเทศไทยออกประกาศบังคับใช้มาตรการกักตัว 21 วันสำหรับผู้เดินทางมาจากหรือแวะผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดาทันที

ที่มา: Global Times

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...