วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ดันทุนดูไบซบภูเก็ต ‘Gardens of Eden’ ยอดขายโต 67% รับเทรนด์บ้านหลังที่สอง
ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง กระตุ้นกลุ่มทุนและเศรษฐีดูไบมองหาแหล่งพำนักระยะยาวที่ปลอดภัย ดีมานด์ครอบครัวต่างชาติหนุนตลาด “ภูเก็ต” บูม โชว์จุดเด่นโครงสร้างพื้นฐาน-รร.นานาชาติระดับโลก ‘Gardens of Eden’ ปรับกลยุทธ์รับดีมานด์ยูนิตใหญ่ เผยยอดขายเมษายนพุ่ง-เฟสแรกใกล้เสร็จ
28 พฤษภาคม 2569 - ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีทั่วโลก โดยกลุ่มผู้ซื้อและนักลงทุนจากดูไบ ทั้งชาวเอมิเรตส์และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยการมองหาจุดหมายปลายทางทางเลือกใหม่ เพื่อจัดหาบ้านพักหลังที่สองที่มีความปลอดภัยและมีความมั่นคงในระยะยาว
จากปัจจัยภายนอกดังกล่าว ส่งผลให้"ภูเก็ต" กลายเป็นทำเลเป้าหมายระดับโลกที่ได้รับความสนใจอย่างเร่งด่วน ทั้งจากกลุ่มนักลงทุนและพันธมิตรเอเจนซีต่างประเทศ โดยเฉพาะจากดูไบที่เดินทางเข้ามาสำรวจพื้นที่จริงเพื่อความมั่นใจ เนื่องจากภูเก็ตมีข้อได้เปรียบทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน มีระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลมาตรฐานสากล สิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ตลอดจนโรงเรียนนานาชาติระดับโลกที่รองรับกลุ่มครอบครัว นอกจากนี้ยังมีศักยภาพทางการคมนาคมจากสนามบินที่มีเที่ยวบินตรงเชื่อมต่อมากกว่า 20 จุดหมายปลายทางทั่วโลก
แนวโน้มการเติบโตของตลาดภูเก็ตนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านผลการดำเนินงานของโครงการ Gardens of Eden อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต ซึ่งเปิดเผยตัวเลขยอดขายในเดือนเมษายน 2569 เติบโตขึ้นถึง 67% ในแง่จำนวนตารางเมตรที่ขายได้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (เมษายน 2568) โดยภายในเดือนเดียวสามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้น 21 ยูนิต แบ่งเป็นยูนิตแบบ 1 ห้องนอนจำนวน 10 ยูนิต, 2 ห้องนอนจำนวน 8 ยูนิต และ 3 ห้องนอนจำนวน 3 ยูนิต
ดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นจากกลุ่มครอบครัวและนักลงทุนที่มองหายูนิตขนาดใหญ่ ส่งผลให้ห้องพักแบบ 3 ห้องนอนในเฟสแรกของโครงการปิดการขายทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ทางโครงการตัดสินใจปรับผังการก่อสร้างบางส่วน จากเดิมที่เป็นยูนิตแบบ 1 ห้องนอน เปลี่ยนมาพัฒนาเป็นยูนิตแบบ 3 ห้องนอนเพื่อตอบรับกับความต้องการของตลาด ยิ่งไปกว่านั้น การที่โครงการเฟสแรกใกล้แล้วเสร็จยังเป็นตัวเร่งให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
“สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังผลักให้ภูเก็ตได้รับความสนใจ ทั้งจากนักลงทุนและเอเจนซีในภูมิภาค โดยเฉพาะจากดูไบ เราเริ่มเห็นเอเจนต์จำนวนมากเดินทางเข้ามาสำรวจตลาดและดูโครงการในภูเก็ตด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำเสนอให้ลูกค้ามองภูเก็ตเป็นทั้งจุดหมายด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตทางเลือก ส่งผลให้ปัจจุบันเรามีการพรีเซนต์โครงการและประชุมกับเอเจนต์แทบทุกวัน” James Thackray หัวหน้าฝ่ายขายฝั่งตะวันตกและพันธมิตรเอเจนซีต่างประเทศของ Amal Group ผู้พัฒนาโครงการ Gardens of Eden กล่าว
นอกจากนี้ ยอดขายที่หลั่งไหลเข้ามายังเกิดจากพฤติกรรมของผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ Gardens of Eden ได้จัดสรรพื้นที่กว่า 70% ให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ทะเลสาบ และสวนสีเขียว ตั้งอยู่ห่างจากหาดบางเทาเพียง 50 เมตร โดยภาพรวมโครงการแบ่งออกเป็น 4 เฟสหลักที่ดำเนินงานตามแผนงานและมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2572 ประกอบด้วย:
- Eden Residences:โครงการบีชฟรอนต์ ยูนิตขนาด 72–468 ตารางเมตร ปัจจุบันทำยอดขายได้แล้ว 82%
- Park Residences:แนวคิด Garden Living ยูนิตขนาด 50–223 ตารางเมตร มียอดขายแล้ว 68%
- Lake Residences: ยูนิตขนาด 52–123 ตารางเมตร เน้นวิวทะเลสาบและพื้นที่สีเขียว
- Etro Residences: คอลเลกชัน Ultra-Luxury แบรนด์แฟชั่นระดับโลก มีเพียง 8 ยูนิต ขนาด 222–438 ตารางเมตร ปัจจุบันได้รับการจับจองแล้ว 2 ยูนิตจากกลุ่มผู้ซื้อระดับ High-Net-Worth
จากการที่เอเจนต์และผู้ซื้อต่างชาติเดินทางเข้ามาชมรายละเอียดงานออกแบบจริงที่มีมาตรฐานตามที่ถ่ายทอดไว้ ประกอบกับปัจจัยบวกด้านไลฟ์สไตล์ทางธรรมชาติของภูเก็ต ทางโครงการจึงคาดการณ์ว่าทิศทางยอดขายรวมจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและเร่งตัวมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้