เขมรยังจมปลัก ‘อนุทิน’เมินคุย บัวแก้วกำราบ
“อนุทิน” เมินเขมรขอแผนที่ฝรั่งเศส ไม่มีผลต่อไทย ทุบถ้า_ใช้ 1 ต่อ 200,000 ไม่ต้องมาคุยกัน ขณะที่ “สีหศักดิ์” คว้าน้ำเหลวปิดห้องคุย “ปรัก สุคน” ยังไม่มีข้อยุติ “เขมร” ตั้งแง่ยกเลิก MOU 44 หัวชนฝาลากไทยเข้ากลไกประนีประนอมภาคบังคับ UNCLOS เจ้ากระทรวงบัวแก้วกำราบกัมพูชาอย่าเล่นเกม ใครถือไพ่เหนือกว่า
เมื่อวันพุธ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องสถานการณ์ไทยกับกัมพูชาด้วย ท่าทีของนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นอย่างไรบ้างว่า ดีครับ เรามีการหารือกันอธิบายชี้แจงในส่วนที่นานาชาติสงสัย ไม่ใช่แค่ตัวประธานาธิบดีมาครงเพียงอย่างเดียว เราได้ไปชี้แจงยูเนสโกและหารือกับเขาในหลายประเด็น
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาขอแผนที่จากฝรั่งเศส ไทยได้พูดคุยเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา ไทยก็มีระบบที่เรายึดถืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะขอจากใครไม่มีความหมายอะไร เรามีข้อตกลง มีข้อสรุปในระดับหนึ่ง ที่เราจะยึดถือ ถ้าตรงไหน 1 ต่อ 50,000 ไม่ได้ 1 ต่อ 200,000 ไม่มีแล้ว ถ้ายังใช้ 1 ต่อ 200,000 ไม่ต้องมาคุยกับประเทศไทย 1 ต่อ 50,000 ใช้ได้บางจุด ถ้าตรงไหนเป็นที่สงสัยก็ใช้ระบบที่ได้มาตรฐานตรวจสอบ
เมื่อถามถึงเรื่องมรดกโลกที่ทางยูเนสโกได้ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราได้ชี้แจงเขาไป และให้ข้อเสนอไปว่า ไหนๆ มาแล้วก็มาดูทั้ง 2 ประเทศเลย ว่ามันห่างกันอยู่ไม่กี่กิโลเมตร พร้อมที่จะจัดให้มีการสำรวจ เพื่อให้สิ้นข้อเคลือบแคลงสงสัย
เมื่อถามว่า ยูเนสโกตอบรับมาดูความเสียหายในพื้นที่ฝั่งไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า consider (กำลังพิจารณา) เรายังไม่ได้ทำเรื่องไปขออะไร แต่มีคู่กรณีเราทำเรื่องไปขออย่างเป็นทางการ เขาก็บอกว่าจะไปดู และมี Report (รายงาน) การที่จะมีรายงาน จะต้องมาดูทั้งสองฝั่ง รับฟัง แม้ว่าขั้นตอนรายงานจะถูกขอจากคู่กรณี แต่ในฐานะที่เขาเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ก็ควรต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว ในสถานะของเขา ถ้าไม่ Report เก็บไว้เฉยๆ ก็แล้วไปเราไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามี Report ออกมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ เราก็แจ้งว่าต้องมา ให้โอกาสได้ชี้แจงด้วย
เมื่อถามว่า คณะกรรมการเจบีซีจะมีการเริ่มพูดคุยเจรจาเมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า ต้องพูดคุยกันทั้งสองฝั่ง การเจรจาในบริบทของรัฐบาลชุดนี้ หรือแนวทางที่ตนให้ไป คือการเจรจา แล้วต้องได้ผลกลับมา
“ไม่ใช่ว่าไปถึงแล้วอาหารก็ไม่กิน กลัวเขาใส่ยาพิษ ก็ไม่ต้องคุยกัน ก็มาคุยกันให้รู้เรื่อง มาที่เราครั้งหนึ่ง 2 ครั้ง 3 ครั้ง แล้วกลับไปที่เขาบ้าง แบบนี้ถึงจะคุยได้ ถ้ามาแบบข้ามมา นัด 08.00 น. มา 10.00 น. เที่ยงกลับไปมาอีกที 15.00 น. เสียเวลา" นายอนุทินกล่าว
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา คู่ขนานกับการอภิปรายแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ว่าได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางในการเดินหน้าเรื่องประเด็นเขตแดนทางทะเลและเขตแดนทางบก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสมในการเดินหน้าและยังไม่ได้มีข้อยุติ
นายสีหศักดิ์ระบุว่า สำหรับวันนี้ ตนก็คิดว่าความไม่เข้าใจก็ยังมีอยู่ คือเรื่องเขตแดนทางทะเล ซึ่งกัมพูชาบอกว่าเราไปยกเลิก แล้วไม่ได้คุยกับเขา ซึ่งเขาไม่ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของเรา ไปพยายามตีความว่าเราตั้งใจยกเลิก เพื่อจะไม่เจรจา แต่ที่จริงแล้วการยกเลิกของเราเพราะเราเห็นแล้วว่า MOU 2544 ไม่คืบหน้าไปไหน เราอยากจะเปิดโอกาสให้มันมีการเจรจาและสร้างบรรยากาศใหม่ของการเจรจา แล้วเราก็เป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ตอนที่เราทำ MOU 2544 กัมพูชายังไม่ได้เป็น ดังนั้นต้องมีกรอบร่วมกัน
“เขาก็อยากจะไปสู่กระบวนการประนีประนอมโดยบังคับ ท่าทีของเราก็คือว่าก่อนที่เราจะไปสู่ตรงนั้นเราอาจจะสามารถพูดคุยกัน 2 ฝ่าย ภายใต้ UNCLOS รู้เรื่องก็ได้ เราอาจจะสามารถหาข้อยุติได้ โดยที่ไม่ต้องไปกลไกที่จะมีคณะประนีประนอมเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมก็คิดว่าเราลองตรงนี้ก่อน เขาก็เหมือนว่าเขาอยากจะไปตรงนั้นเลย เพราะถ้าเราคุยกันดีเราก็สามารถคืบหน้าในด้านอื่นๆ ได้ ซึ่งเขาก็อยากจะดูในเรื่องเขตแดนทางบกตรงนี้เขาไม่ฟังเราเลย เขาจะไปตรงนี้ เราก็บอกเราอาจจะไปตรงนี้ก็ได้ แต่คุยกันก่อนได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเขาจะบังคับเราให้ไปตรงนี้” นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เขาอยากจะเห็นความคืบหน้า เราก็อยากเห็นความคืบหน้าด้วย อย่างกัมพูชาอยากให้มีการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดน JBC เราก็บอกว่าถ้าจะมีก็ต้องมีคุยทางเทคนิคก่อน มาตกลงในกรอบการเจรจา เพราะสถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเขตแดนอย่างเดียว เป็นเรื่องของความมั่นคงชายแดน ความร่วมมือชายแดนเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แก้ไขโดยเทคนิค ต้องสร้างบรรยากาศที่ดี คุยกันในเชิงนโยบาย ตอนนี้เราอย่ามาพยายามดูว่าใครจะมีไพ่เหนือกว่าใคร ไม่ควรจะมาเล่นเกมนี้ ต้องมาคุยกันอย่างจริงจังว่าเราจะเผชิญหน้ากันอย่างไร โดยใช้การเจรจาการพูดคุยก่อน.