โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ส้มvsน้ำเงิน’ ชิงเหลี่ยมแก้รธน.

เดลินิวส์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดศึกซัดกันนัวระหว่างระบอบสีน้ำเงิน “พรรคภูมิใจไทย” กับค่ายสีส้ม “พรรคประชาชน” หลังจาก “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน โหมโรง เรียกกระแสประชาชน มีส่วนร่วมกับการทำรัฐธรรมนูญใหม่

ในห้วงที่ “รัฐสภา” กำลังเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อแก้เกมกินรวบของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ออกแบบ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” (สสร.)

โดย “พรรคประชาชน” ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 2 ฉบับต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยทั้ง 2 ฉบับนั้น วาง 3 หลักการ คือ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้มีคูหาเลือกตั้ง ส.ส.ร. 2.ป้องกันการผูกขาด กินรวบ และ 3.ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้สว.ได้ชี้ขาดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเกณฑ์ในการมี ส.ส.ร.แบบแรกจำนวน 150 คน แบ่งเป็น 100 คนจากจังหวัด และอีก 50 คน มาจากแบบกลุ่ม มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนเข้าทำหน้าที่ให้รัฐสภาพิจารณารับรอง ภายใต้เงื่อนไขรับรองทั้งคณะ คือ 150 คนหากรัฐสภาไม่รับรอง ต้องกลับไปเลือกตั้งกันใหม่

ขณะที่แบบสอง กำหนดให้มี ส.ส.ร.150 คน ออกแบบให้ประชาชนเลือกแคนดิเดต ส.ส.ร.จำนวน 2 เท่า คือ 300 คน คือ จังหวัดละ 200 คน จากกลุ่ม 100 คน เมื่อได้แล้วส่งให้สมาชิกรัฐสภา 700 คนลงคะแนนลับเลือก สสร. ได้ 1 คน ส่วน “แคนดิเดต ส.ส.ร.” คนใดจะได้เป็น สสร. ต้องผ่านเกณฑ์คะแนนพึงมีให้ได้ ซึ่งประเด็นนี้พรรคส้มกำลังแก้เกมพรรคภูมิใจไทยด้วยการออกแบบให้ “มีคูหาเลือก สสร.”แต่ไปไม่ถึงฝั่ง เพราะมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้วางเงื่อนไขสำคัญ ว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง”

โดย “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ”สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงพรรคภูมิใจไทยมีมติ จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งมองว่าภาพใหญ่ของระบอบสีน้ำเงินคือ การเห็นกลุ่มการเมืองหนึ่ง สามารถฉวยโอกาสจากช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อควบคุมการเมือง และเกิดปรากฏการณ์ฮั้ว ทั้งกระดาน ดังนั้นเป้าหมายระบอบสีน้ำเงิน คือทำอย่างไรก็ได้ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลง เพื่อให้ประเทศยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ60 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงิน

งานนี้ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สวนกลับทันทีว่า “ทุกฝ่ายควรยึดหลักการและข้อเท็จจริงทางกฎหมายเป็นสำคัญ มากกว่าการยึดติดกับบุคคลหรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ท้ายที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป้าหมายควรอยู่ที่การทำให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน หากยังวนเวียนอยู่กับการกล่าวหาและสร้างความขัดแย้งทางการเมือง ประเทศก็จะติดอยู่กับปัญหาเดิม ๆไม่ก้าวข้ามไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้

ขณะที่ในประเด็นเลือกส.ส.ร. “พรรคเพื่อไทย” มีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แต่อีกฝ่ายเห็นว่า หากจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรงก็สุ่มเสี่ยงจะถูกร้อง และถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาในทางตรงข้ามการเดินหน้าเรื่องนี้จะเสียเปล่า ซึ่งในวันอังคารที่ 23 มิ.ย.นี้ แกนนำพรรคเพื่อไทยนำเรื่องนี้หารือ เพื่อกำหนดทิศทางการปรับแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย

เซียนการเมืองวิเคราะห์เกมชิงไหวชิงเหลี่ยมของค่ายที่ต้องการให้มี สสร.ผ่านกระบวนการเลือกส.ส.ร. 2 ระดับ จึงงัดข้อกับกระบวนการเลือก สสร.โดยตรงผ่านรัฐสภา ของพรรคภูมิใจไทย
แต่ในทางลับพรรคภูมิใจ มี“ธงใหญ่”กว่านั้นซ่อนมีดไว้ข้างหลัง คือ ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเปิดทาง สสร.ต้องเป็นหมัน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเอื้อประโยชน์ อำนาจทางการเมือง ท้ายที่สุดคงต้องติดตามดูต่อไปว่ากระบวนการเตะถ่วง-ยื้อยุดจะไปสุดปลายทางที่ตรงไหน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...