โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไม่ต้องโตที่สุด แต่อยู่ได้นานที่สุด Degrowth แนวคิดธุรกิจไซส์พอดีคำ ช่วยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
ชวนมารู้จัก “Degrowth” แนวคิดธุรกิจแบบโตพอดีคำ ที่ชวนโลกธุรกิจกลับมาตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมๆ ว่า การเติบโตมากขึ้น ต้องหมายถึง ดีกว่าเดิมจริงไหม?

Text : Sri.nim

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ = ธุรกิจที่เติบโตขึ้นทุกปีจริงหรือ?

อยากชวนตั้งคำถาม เพราะทุกวันนี้เรามักจะเห็นหลายองค์กรมียอดขายเพิ่มขึ้น ธุรกิจขยายออกไปได้สาขา มีรายได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น พนักงานที่เหนื่อยล้ามากขึ้น ไปจนถึงแรงกดดันในการรักษาอัตราการเติบโตให้ได้ตลอดเวลา…ความสำเร็จของธุรกิจควรวัดกันจากแค่นั้นจริงหรือ?

คำถามเหล่านี้ นำไปสู่แนวคิดใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ นั่นคือ Degrowth” แปลตรงตัว คือ “ลดการเติบโต” ที่ไม่ได้มองความสำเร็จจากการขยายธุรกิจให้ใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่ชวนให้ธุรกิจกลับมาทบทวนว่า อะไร คือ ขนาดที่เหมาะสมกับตัวเอง และโตแบบไหนที่จะสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เพราะ “โตให้สุด” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของธุรกิจ

Degrowth เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ชวนตั้งคำถามกับความเชื่อดั้งเดิมว่า ธุรกิจและเศรษฐกิจจำเป็นต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาจริงหรือไม่

โดยแทนที่จะวัดความสำเร็จจากยอดขาย กำไร หรือการขยายตัวเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้ชวนให้มองภาพกว้างขึ้นว่า การเติบโตนั้นสร้างผลกระทบต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง

ที่ผ่านมาในมุมของธุรกิจแบบดั้งเดิม มักให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตและการบริโภคให้มากที่สุด แต่ Degrowth มองว่าการเติบโตที่มากเกินไป อาจนำไปสู่ความเสียหายที่เรียกว่า ได้ไม่คุ้มเสีย เช่น การใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น, การสร้างของเสียจำนวนมากกลับมา, คุณภาพชีวิตที่ลดลงของพนักงาน, ระบบนิเวศที่ต้องเสียหายมากขึ้นจนเกินจำเป็น

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการยุคใหม่หลายคน จึงเริ่มหันมาสนใจแนวคิดดังกล่าวมากขึ้น เช่นเดียวกับฝั่งผู้บริโภคที่ต่างก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม การรับผิดชอบต่อสังคม จนถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นเหมือนกัน

โดยต้องอธิบายให้เข้าใจชัดเจนก่อนว่า Degrowth ไม่ใช่การลดขนาดธุรกิจ หรือการหยุดการเติบโต หรือปฏิเสธการสร้างกำไร แต่หัวใจสำคัญของ Degrowth คือ การเติบโตอย่างมีขอบเขตและมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวควบคู่ไปกับผลประกอบการ พูดง่ายๆ ว่าธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเติบโตในทุกด้านหรือทุกช่วงเวลา ถ้าการขยายตัวนั้นต้องแลกมาด้วยต้นทุนทางสังคม สิ่งแวดล้อม หรือคุณภาพชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้อง

แนวคิดนี้จึงให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า มากกว่าการเพิ่มปริมาณ และมองว่าความยั่งยืนในระยะยาวมีความสำคัญไม่แพ้ผลกำไรในระยะสั้น

ธุรกิจได้อะไรจากการโตแบบ “พอดีคำ”

แม้แนวคิด Degrowth อาจดูสวนทางกับโลกธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติ กลับช่วยแก้ Pain Point สำคัญที่ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้

1. กำไรที่แข็งแรง มากกว่ายอดขายที่โตขึ้น หลายธุรกิจมุ่งเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นทุกปี แต่กลับต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณา ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายในการขยายกิจการ จนสุดท้ายยอดขายเติบโต แต่กำไรแทบไม่เปลี่ยนแปลง

แนวคิด Degrowth ชวนให้ธุรกิจหันมาโฟกัสการสร้างคุณค่าให้ลูกค้ากลุ่มเดิม พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้น และสร้างรายได้ระยะยาวจากบริการหรือการดูแลหลังการขาย ทำให้ธุรกิจเติบโตบนฐานกำไรที่มั่นคงมากกว่าการไล่ล่าตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว

2. ธุรกิจยืดหยุ่น พร้อมรับมือวิกฤตมากขึ้น การที่องค์กรมีขนาดใหญ่ ต้นทุนคงที่ก็มักยิ่งสูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าพื้นที่ ค่าเครื่องจักร หรือค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ในทางกลับกัน ธุรกิจที่เติบโตอย่างพอดี มักมีโครงสร้างที่คล่องตัวกว่า ไม่ต้องแบกรับภาระเกินความจำเป็น และสามารถปรับตัวได้รวดเร็วเมื่อตลาดเปลี่ยนแปลงหรือเกิดวิกฤตที่ไม่คาดคิด

3. ได้ลูกค้าประจำมากกว่าลูกค้าผ่านทาง ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงสินค้าราคาถูกหรือโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของแบรนด์

เมื่อธุรกิจให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างพอดี สินค้าใช้งานได้นาน มีอะไหล่ให้เปลี่ยน ให้ซ่อมได้ ไม่กระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินจำเป็น ย่อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเปลี่ยนลูกค้าทั่วไปให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่พร้อมสนับสนุนแบรนด์ในระยะยาว

4. พนักงานมีความสุข องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน หนึ่งในต้นทุนที่สูงที่สุดของธุรกิจ คือ การสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพ เมื่อองค์กรมุ่งเติบโตอย่างรวดเร็วเกินไป พนักงานจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับแรงกดดันและภาวะหมดไฟจากการทำงาน

แนวคิด Degrowth ช่วยให้ธุรกิจกลับมาทบทวนเป้าหมายการเติบโต และสร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการกับคุณภาพชีวิตของคนทำงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดอัตราการลาออก แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรในระยะยาว

ถึงเวลาหรือยังที่ธุรกิจจะนิยามความสำเร็จใหม่

ในโลกที่ทรัพยากรธรรมชาติไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด การไล่ล่าตัวเลขการเติบโตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จอีกต่อไป

แนวคิด Degrowth ไม่ได้ชวนให้ผู้ประกอบการปฏิเสธผลกำไร หรือหยุดพัฒนาองค์กรจนสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน แต่กำลังชวนให้เรากลับมาทบทวนคำถามพื้นฐานว่า การมีมากขึ้นนั้นจำเป็นต้องหมายถึง “ดีกว่า” เสมอไปจริงหรือไม่

บางทีในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความอยู่รอดอาจไม่ได้วัดกันที่ใครสามารถขยายธุรกิจได้ใหญ่ที่สุด หากแต่วัดกันที่ใครสามารถค้นพบ “ขนาดที่เหมาะสม” สำหรับตัวเองได้มากกว่า ขนาดที่เอื้อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว

ผู้ประกอบการจึงไม่จำเป็นต้องลดขนาดธุรกิจหรือหยุดการเติบโตในทันที แต่อาจเริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับวิธีการทำงานเดิม ๆ ว่า เรากำลังผลิตมากเกินความจำเป็นหรือไม่ สินค้าของเรามีอายุการใช้งานยาวนานเพียงพอแล้วหรือยัง หรือธุรกิจกำลังมุ่งเติบโตจนหลงลืมคุณค่าที่แท้จริงที่เคยยึดถืออยู่หรือไม่

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายอาจไม่ใช่การเติบโตให้มากที่สุด แต่คือ การเติบโตให้พอดีและยั่งยืนที่สุดต่างหาก

www.smethailandclub.comศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...