โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรค PCOS เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PMOS หวังช่วยผู้หญิงทั่วโลกได้มากขึ้น

Khaosod

อัพเดต 16 พ.ค. เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 08.22 น.

โรค PCOS เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PMOS หวังช่วยผู้หญิงทั่วโลกเข้าถึงการวินิจฉัย-การรักษามากขึ้น ชี้ผู้หญิง 70% ไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคนี้

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ ภาวะความผิดปกติที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์และเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานในผู้หญิง ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ“กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ” หรือ PCOS กำลังได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่ หลังผู้เชี่ยวชาญมองว่า ชื่อเดิมไม่สะท้อนลักษณะของโรคอย่างแท้จริง และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างเหมาะสม

เดิมโรคนี้มีชื่อเต็มว่า Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) ซึ่งสื่อถึงภาวะถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคดังกล่าวมีอาการและผลกระทบมากกว่านั้น ทั้งประจำเดือนผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก ผมร่วงแบบผู้ชาย เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด

ข้อมูลของ WHO ระบุว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทั่วโลกราว 10-13% ได้รับผลกระทบจากภาวะนี้แต่กว่า 70% ไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคดังกล่าว

เฮเลนา ทีด แพทย์ต่อมไร้ท่อและศาสตราจารย์ด้านสุขภาพสตรีแห่ง มหาวิทยาลัยโมแนช ซึ่งเป็นผู้นำกระบวนการเปลี่ยนชื่อโรค กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 25 ปีในการทำงาน เธอต้องคอยแก้ความเข้าใจผิดของผู้คนที่คิดว่าโรคนี้เกี่ยวข้องเพียงแค่ “ซีสต์ในรังไข่” ทั้งที่จริงแล้วโรคดังกล่าวมีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างกว้างขวาง

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ The Lancet ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อโรคอย่างเป็นทางการเป็น “Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome” หรือPMOS เพื่อสะท้อนลักษณะของโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป้าหมายสำคัญของชื่อใหม่ คือการทำให้สังคมและบุคลากรทางการแพทย์ตระหนักว่า โรคนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่ถุงน้ำในรังไข่ แต่ยังเป็นความผิดปกติของระบบฮอร์โมนและระบบเผาผลาญของร่างกาย

อัลลา แวช-มาร์จิตา รองศาสตราจารย์ด้านสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่ง มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่าชื่อเดิมทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะหลายคนคิดว่าผู้ป่วยมี “ซีสต์ขนาดใหญ่” ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

ด้าน แอนเดรีย ดูไนฟ์ จาก Icahn School of Medicine at Mount Sinai อธิบายว่า ในอดีตโรคนี้ถูกมองว่าเป็นเพียงความผิดปกติด้านระบบสืบพันธุ์ เนื่องจากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประจำเดือนผิดปกติและมีปัญหาการตั้งครรภ์

ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1980 นักวิจัยค้นพบว่า โรคนี้ยังเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ซึ่งอาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในที่สุด

นอกจากนี้ งานวิจัยในช่วงหลังยังพบว่า PMOS มีความเกี่ยวข้องกับโรคตับ โรคหัวใจ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล รวมถึงปัญหาด้านภาพลักษณ์ของร่างกาย**

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คำว่า“polyendocrine” ในชื่อใหม่สะท้อนว่าโรคนี้เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหรือระบบฮอร์โมน ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายส่วนของร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะรังไข่เพียงอย่างเดียว

กระบวนการเปลี่ยนชื่อโรคใช้เวลานานถึง 14 ปี และเกิดจากความร่วมมือขององค์กรผู้ป่วยและองค์กรวิชาชีพกว่า 56 แห่งทั่วโลก

ราเชล มอร์แมน กล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคม และทำให้โรคนี้ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังในฐานะโรคเรื้อรังที่ซับซ้อน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ชื่อใหม่อาจยังไม่ครอบคลุมลักษณะของโรคทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลทางพันธุกรรมชี้ว่าแม้แต่ผู้ที่ไม่มีรังไข่ก็อาจได้รับผลกระทบด้านระบบเผาผลาญจากภาวะนี้ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่า การเปลี่ยนชื่อจะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น เปิดทางสู่แนวทางการรักษาใหม่ ๆ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการได้รับความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพและงบประมาณวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพสตรี

คริสตินา บูตส์ จาก Feinberg School of Medicine กล่าวว่า สุขภาพของผู้หญิงยังคงได้รับงบประมาณสนับสนุนต่ำกว่าที่ควร การตระหนักว่า PMOS เกี่ยวข้องทั้งระบบสืบพันธุ์ สุขภาพจิต และระบบเผาผลาญ อาจช่วยเพิ่มการศึกษาและการรักษาในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้หญิงที่มีประจำเดือนผิดปกติควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี หรือมีรอบเดือนยาวเกิน 40 วัน เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางฮอร์โมน

แพทย์สามารถตรวจระดับฮอร์โมนเพื่อหาภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดสิว ขนดก หรือผมร่วง

ปัจจุบัน แนวทางรักษาส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการมากกว่าการรักษาที่ต้นเหตุ โดยแพทย์มักแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่นรับประทานอาหารสมดุล ออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก ซึ่งพบว่าช่วยบรรเทาอาการได้

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ยารักษาอาการด้านระบบเผาผลาญ ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับรอบเดือน รวมถึงการรักษาภาวะมีบุตรยากเพื่อกระตุ้นการตกไข่ในผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การรักษา PMOS อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากแพทย์หลายสาขา เพื่อมองผู้ป่วยแบบองค์รวม และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ที่มา CNN

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรค PCOS เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PMOS หวังช่วยผู้หญิงทั่วโลกได้มากขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...