โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UAE เร่งสร้างท่อส่งน้ำมันใหม่เบี่ยง“ช่องแคบฮอร์มุซ” เพิ่มยอดส่งออก 2 เท่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤตพลังงานโลกพุ่งหลังสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ยืดเยื้อ กดดันเส้นทางเดินเรือหลักที่ขนน้ำมันดิบ 1 ใน 5 ของโลก ยักษ์พลังงาน ADNOC เทงบขยายท่าเรือฟูไจราห์ เร่งต่อท่อเส้นใหม่ปั๊มยอดส่งออกแตะระดับ 2 เท่าภายในปี 2570 ปลดล็อกหลังถอนตัวจากกลุ่ม OPEC เดินหน้ากำหนดนโยบายผลิตและส่งออกน้ำมันเสรี รองรับดีมานด์ตลาดโลก

16 พฤษภาคม 2569 - สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดที่กดดันตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะความตึงเครียดและสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งถือเป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของโลก รองรับการขนส่งน้ำมันดิบคิดเป็นปริมาณสูงถึง 1 ใน 5 ของความต้องการใช้ทั่วโลก ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลและการควบคุมของอิหร่าน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อภาวะชะงักงันด้านอุปทานพลังงานในระดับมหภาค

ภาวะสงครามและความไม่แน่นอนดังกล่าวบีบให้ประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ต้องเร่งปรับตัวทางยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบียเท่านั้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางเลือกเพื่อระบายน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกได้ในปริมาณมาก ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอื่นๆ อาทิ คูเวต อิรัก กาตาร์ และบาห์เรน ยังคงติดกับดักทางภูมิศาสตร์ โดยต้องพึ่งพาการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมดในการส่งออกน้ำมัน

ADNOC สั่งลุยท่อส่งน้ำมันใหม่ ล็อกเป้าเพิ่มความสามารถส่งออก 2 เท่าตัว

จากปัจจัยกดดันรอบทิศทางสำนักงานสื่อของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ออกมาเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพลังงานครั้งสำคัญ โดยระบุว่า บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี หรือ ADNOC (Abu Dhabi National Oil Company) กำลังเร่งดำเนินการขยายขีดความสามารถในการรองรับและขนถ่ายน้ำมันดิบของท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวโอมานอย่างเต็มกำลัง ผ่านโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันดิบเส้นใหม่เชื่อมต่อโดยตรงจากแหล่งผลิตหลักเข้าสู่ท่าเรือแห่งนี้

"UAE ต้องการเร่งก่อสร้างท่อส่งน้ำมันเพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกน้ำมันดิบเป็น 2 เท่าภายในปี 2570"

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มการขนส่งเดิมของ ADNOC มีท่อส่งน้ำมันจากแหล่งผลิตไปยังท่าเรือฟูไจราห์อยู่แล้ว ซึ่งมีความสามารถในการรองรับการขนส่งน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการส่งออกทั้งหมดที่บริษัทมีอยู่

ดังนั้น การเร่งรัดก่อสร้างท่อส่งน้ำมันเส้นที่สองนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในทางธุรกิจ โดยในอดีตที่ผ่านมา ช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจนนำไปสู่การเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ท่าเรือฟูไจราห์แห่งนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีบทบาทสำคัญทางยุทธศาสตร์การค้า ที่ช่วยให้ UAE สามารถรักษาเสถียรภาพและเดินหน้าส่งออกน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลกได้อย่างไม่หยุดชะงัก

ปลดแอกถอนตัวออกจาก OPEC ชิงเค้กพลังงานโลกช่วงตะวันออกกลางตึงเครียด

นอกเหนือจากการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งทางกายภาพแล้ว การเคลื่อนไหวในเชิงนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของ UAEยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานและท่อส่งน้ำมันในรอบนี้ เกิดขึ้นตามมาไม่กี่เดือนหลังจากที่ UAEได้ตัดสินใจประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก (OPEC)

การประกาศแยกทางจากกลุ่มโอเปกในครั้งนี้ ถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและโควตาการผลิตทั้งหมด ส่งผลให้รัฐบาล UAEและบริษัท ADNOC สามารถกำหนดทิศทางนโยบายการผลิต รวมถึงปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบได้อย่างมีอิสระและคล่องตัวสูงสุด โดยไม่ต้องขึ้นตรงกับมติของที่ประชุมกลุ่มอีกต่อไป

ภายหลังจากการได้รับอิสระในการดำเนินนโยบายอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับการมีท่อส่งน้ำมันเส้นใหม่ที่กำลังเร่งก่อสร้าง UAEจึงได้เดินหน้าตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออกน้ำมันดิบอย่างเต็มสูบ เพื่อเข้ามาเสียบยอดและรองรับความต้องการใช้น้ำมันของโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงงอยู่นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...