โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทีมชัชชาติ’ กางแผนแก้ปมราคาที่อยู่อาศัยแพง ชูแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching ดึงห้องว่างกลางกรุงช่วยคนทำงานใกล้ที่ทำงาน

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ทีมชัชชาติ’ กางแผนแก้ปมราคาที่อยู่อาศัยแพง ชูแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching ดึงห้องว่างกลางกรุงช่วยคนทำงานใกล้ที่ทำงาน

ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพมหานครที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงานในปัจจุบัน คือการที่ประชาชนจำนวนมากจำเป็นต้องตื่นนอนตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เพื่อฝ่าวิกฤตการจราจรและต่อระบบขนส่งสาธารณะหลายทอดในการเดินทางไปทำงาน และต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันในเวลาเลิกงาน ทำให้สูญเสียเวลาในชีวิตไปกับการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งปัจจัยสำคัญของปัญหานี้มาจากราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าใจกลางเมืองหลวงที่มีอัตราสูงเกินกว่าดัชนีรายได้เฉลี่ย โดยจากการประเมินพบว่า กลุ่มผู้มีรายได้เริ่มต้นประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน แม้จะมีความสามารถในการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในวงเงิน 1 ถึง 1.5 ล้านบาท แต่ยังคงต้องแบกรับภาระการผ่อนชำระเฉลี่ยเดือนละ 6,000 ถึง 7,000 บาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด

วันนี้ (16 มิถุนายน) ทีมงานของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้เดินหน้านำเสนอนโยบายเชิงรุกเพื่อสร้างโอกาสให้คนเมืองสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยใกล้งานได้มากขึ้น ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางภายใต้ชื่อ BKK Housing Matching ซึ่งมีแนวคิดหลักในการรวบรวมห้องว่างและที่อยู่อาศัยที่มีอยู่เดิมในเขตเมือง (Housing Stock) มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลห้องซื้อและเช่าในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้

เพื่อเพิ่มทางเลือกที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมกันนี้ยังมีแผนปรับปรุงอาคารเก่ารวมถึงพื้นที่ของรัฐที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้แปรสภาพเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน โดยกระบวนการเช่าและซื้อทั้งหมดจะถูกบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อความสะดวกและความโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูล

นอกจากนี้ สำหรับประชาชนที่มีเป้าหมายในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง นโยบายของทีมชัชชาติยังได้กำหนดกลไกสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 2 แนวทาง คือการประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในการลดภาระทางการเงินให้แก่ผู้ซื้อบ้าน และการนำร่องโมเดลการบริหารในรูปแบบ เช่า-ออม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เช่าสามารถพักอาศัยได้ในระยะเวลา 3 ถึง 5 ปี โดยจะนำเงินค่าเช่าที่สะสมในช่วงเวลาดังกล่าวมาเปลี่ยนเป็นเงินดาวน์บ้านในอนาคต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมระบบร่วมจ่าย หรือ Co-pay เพื่อสนับสนุนให้นายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในการอุดหนุนค่าเช่าที่อยู่อาศัยให้กับลูกจ้าง

ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวนับเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านการจัดการที่อยู่อาศัยของทีมชัชชาติ ที่มุ่งหวังให้คนเมืองได้มีที่พักอาศัยใกล้กับสถานที่ทำงาน อันจะเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาชุมชนแออัด และยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของแผนนโยบายฉบับเต็มเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ทีมชัชชาติโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...