“สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย
“สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ 4 แสนล้าน ต้องใช้เงินทุกบาทอย่างถูกต้อง รัดกุม
วันที่ 4 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการพิจารณาญัตติเพื่อขอให้สภาฯ จัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ก่อนที่ประชุมจะมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้จ่ายพ.ร.ก.กู้เงิน นายสกลธี ภัททิยกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่าหน้าที่สำคัญของรัฐบาลคือการสร้างโอกาสทำกินให้ประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเติบโต ส่วนเงินกู้นั้นต้องใช้เฉพาะคราวจำเป็นเร่งด่วนและต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส
นายสกลธี ระบุว่า เงินกู้ในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดใจ แต่เงินกู้ในส่วน 200,000 ล้านบาทหลัง รัฐบาลอ้างว่าจะนำมาใช้ในนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยให้คำแนะนำแก่รัฐบาลมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำมันแพงสามารถแก้ไขได้ทันทีผ่านกลไกปกติ เช่น การปรับสูตรราคา การลดค่าการกลั่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) หรือการลดภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ทำ และเลือกที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ จนทำให้รู้สึกเหมือนว่ารัฐบาลกำลัง “บริหารให้น้ำมันแพง แล้วเอาเงินกู้ของประชาชนไปดับไฟ” และเมื่อพิจารณาเนื้อหาใน พ.ร.ก. กู้เงิน 200,000 ล้านบาทฝั่งพลังงาน รัฐบาลได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้ 5 ด้าน ได้แก่ 1. การลดการใช้ฟอสซิล 2. การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์) 3. การสร้างรายได้คาร์บอนเครดิต 4. การส่งเสริมยานพาหนะ EV และสถานีชาร์จ และ 5. การพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรม
นายสกลธี ระบุว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ เป็นเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องเตรียมการระยะยาว ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนอันเป็นเงื่อนไขในการออก พ.ร.ก.เงินกู้ อีกทั้งในปัจจุบันก็มีกลไกและงบประมาณปกติรองรับอยู่แล้ว เช่น
- มาตรการสนับสนุน EV มีการอนุมัติงบปกติไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 วงเงินกว่า 34,000 ล้านบาท เพื่อรองรับปี 2567-2570 มีเป้าหมายเพิ่มรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 830,000 คัน ซึ่งกระบวนการยังดำเนินอยู่ แม้ล่าสุดปลัดกระทรวงการคลังจะระบุว่าจะงดการสนับสนุนออกไปก่อนก็ตาม
- กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีกรอบงบประมาณปี 2568 และปี 2569 รองรับการส่งเสริมโซลาร์เซลล์อยู่แล้วเกือบหมื่นล้านบาท
- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารออมสินได้มีการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการใช้ EV และติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว
นายสกลธี ยังได้หยิบยกความผิดพลาดจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ในช่วงวิกฤตโควิด-19 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจติดลบถึงร้อยละ 6 ต่างจากปัจจุบันที่ตัวเลข GDP ยังคงเป็นบวก แต่ผลลัพธ์ในอดีตกลับพบการนำงบประมาณไปจัดโครงการอบรมสัมมนาในระดับท้องถิ่นที่เป็นไปในลักษณะ “หวานเจี๊ยบ” หรือเกิดการ “อบรมทิพย์” ขึ้นมากมาย รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์สาธารณสุขที่แพงเกินจริง ซึ่งทั้ง ป.ป.ช. และ สตง. ได้ชี้มูลความสุ่มเสี่ยงและมีหลายคดีที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่รัฐบาลอ้างความเร่งด่วนเพื่อมายัดไส้โครงการโดยไร้การกลั่นกรอง
พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น เพื่อมุ่งให้ตรวจสอบใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ว่าโครงการใดมีความจำเป็นเร่งด่วนจริง หากโครงการใดสามารถรองบประมาณปกติได้ก็ไม่ควรนำเงินกู้ไปถม
2. ต้องกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจน ก่อนใช้เงินว่าจะเพิ่มไฟฟ้าได้กี่ครัวเรือน กี่เมกะวัตต์ และระบบสายส่งไฟฟ้ามีความพร้อมเพียงพอรองรับโครงการโซลาร์เซลล์ที่ยัดใส่เข้ามาหรือไม่
3. ตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลังการประชุมนัดพิเศษที่มีการอนุมัติงบช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มและมีการส่งสัญญาณเรื่องการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ปรากฏว่าในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและโรงไฟฟ้าพุ่งเขียวสลับยกแผง จึงต้องตรวจสอบว่ามีบริษัทใดที่เห็นหน้าเห็นตาว่าได้รับประโยชน์ล่วงหน้าหรือไม่
4. ต้องรายงานความคืบหน้าต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รายงานตอนที่ใช้เงินเสร็จหมดแล้ว
5. ต้องเปิดข้อมูลการใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
นายสกลธี ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนไม่ได้ต้องการขัดขวางความเจริญหรือนโยบายการใช้พลังงานทดแทนของประเทศ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ ควรต้องมีการใช้อย่างถูกต้อง มีการตรวจสอบอย่างรัดกุม การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาทำให้เกิดธรรมาธิบาลและการเมืองที่โปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- มติพรรคเพื่อไทย ร่วมยื่นญัตติด่วนสภาฯ แก้วิกฤตน้ำมัน ดันตั้ง กมธ.วิสามัญ เร่งหาทางออก
- ปชป. ดีเดย์ 16 พ.ค.เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชูวิสัยทัศน์เปลี่ยนเมือง
- “พริษฐ์” ซัดรัฐบาลฉวยโอกาสมัดรวมเงิน 2 ก้อน ใน พ.ร.ก.กู้เงิน ชี้สอดไส้โครงการพลังงานข้ามหัวสภาฯ
- “สกลธี”แย้มเพิ่ม แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. เป็นนักธุรกิจ เตรียมประกาศชื่อผู้สมัคร สก. เย็นนี้
- “ไหม” ชี้ต้องเร่งตั้งกมธ.วิสามัญฯพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวัง รัฐบาลให้ความร่วมมือ ไม่ปัดตก
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath