โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ 4 แสนล้าน ต้องใช้เงินทุกบาทอย่างถูกต้อง รัดกุม

วันที่ 4 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการพิจารณาญัตติเพื่อขอให้สภาฯ จัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ก่อนที่ประชุมจะมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้จ่ายพ.ร.ก.กู้เงิน นายสกลธี ภัททิยกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่าหน้าที่สำคัญของรัฐบาลคือการสร้างโอกาสทำกินให้ประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเติบโต ส่วนเงินกู้นั้นต้องใช้เฉพาะคราวจำเป็นเร่งด่วนและต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส

นายสกลธี ระบุว่า เงินกู้ในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดใจ แต่เงินกู้ในส่วน 200,000 ล้านบาทหลัง รัฐบาลอ้างว่าจะนำมาใช้ในนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยให้คำแนะนำแก่รัฐบาลมาโดยตลอดว่า ปัญหาน้ำมันแพงสามารถแก้ไขได้ทันทีผ่านกลไกปกติ เช่น การปรับสูตรราคา การลดค่าการกลั่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) หรือการลดภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ทำ และเลือกที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ จนทำให้รู้สึกเหมือนว่ารัฐบาลกำลัง “บริหารให้น้ำมันแพง แล้วเอาเงินกู้ของประชาชนไปดับไฟ” และเมื่อพิจารณาเนื้อหาใน พ.ร.ก. กู้เงิน 200,000 ล้านบาทฝั่งพลังงาน รัฐบาลได้ระบุวัตถุประสงค์ไว้ 5 ด้าน ได้แก่ 1. การลดการใช้ฟอสซิล 2. การติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์) 3. การสร้างรายได้คาร์บอนเครดิต 4. การส่งเสริมยานพาหนะ EV และสถานีชาร์จ และ 5. การพัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรม

นายสกลธี ระบุว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานประเทศ เป็นเรื่องเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องเตรียมการระยะยาว ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนอันเป็นเงื่อนไขในการออก พ.ร.ก.เงินกู้ อีกทั้งในปัจจุบันก็มีกลไกและงบประมาณปกติรองรับอยู่แล้ว เช่น

- มาตรการสนับสนุน EV มีการอนุมัติงบปกติไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 วงเงินกว่า 34,000 ล้านบาท เพื่อรองรับปี 2567-2570 มีเป้าหมายเพิ่มรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 830,000 คัน ซึ่งกระบวนการยังดำเนินอยู่ แม้ล่าสุดปลัดกระทรวงการคลังจะระบุว่าจะงดการสนับสนุนออกไปก่อนก็ตาม

- กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีกรอบงบประมาณปี 2568 และปี 2569 รองรับการส่งเสริมโซลาร์เซลล์อยู่แล้วเกือบหมื่นล้านบาท

- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารออมสินได้มีการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการใช้ EV และติดตั้งโซลาร์เซลล์อยู่แล้ว

นายสกลธี ยังได้หยิบยกความผิดพลาดจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ในช่วงวิกฤตโควิด-19 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจติดลบถึงร้อยละ 6 ต่างจากปัจจุบันที่ตัวเลข GDP ยังคงเป็นบวก แต่ผลลัพธ์ในอดีตกลับพบการนำงบประมาณไปจัดโครงการอบรมสัมมนาในระดับท้องถิ่นที่เป็นไปในลักษณะ “หวานเจี๊ยบ” หรือเกิดการ “อบรมทิพย์” ขึ้นมากมาย รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์สาธารณสุขที่แพงเกินจริง ซึ่งทั้ง ป.ป.ช. และ สตง. ได้ชี้มูลความสุ่มเสี่ยงและมีหลายคดีที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่รัฐบาลอ้างความเร่งด่วนเพื่อมายัดไส้โครงการโดยไร้การกลั่นกรอง

พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น เพื่อมุ่งให้ตรวจสอบใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ว่าโครงการใดมีความจำเป็นเร่งด่วนจริง หากโครงการใดสามารถรองบประมาณปกติได้ก็ไม่ควรนำเงินกู้ไปถม

2. ต้องกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจน ก่อนใช้เงินว่าจะเพิ่มไฟฟ้าได้กี่ครัวเรือน กี่เมกะวัตต์ และระบบสายส่งไฟฟ้ามีความพร้อมเพียงพอรองรับโครงการโซลาร์เซลล์ที่ยัดใส่เข้ามาหรือไม่

3. ตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา หลังการประชุมนัดพิเศษที่มีการอนุมัติงบช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มและมีการส่งสัญญาณเรื่องการออก พ.ร.ก.เงินกู้ ปรากฏว่าในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและโรงไฟฟ้าพุ่งเขียวสลับยกแผง จึงต้องตรวจสอบว่ามีบริษัทใดที่เห็นหน้าเห็นตาว่าได้รับประโยชน์ล่วงหน้าหรือไม่

4. ต้องรายงานความคืบหน้าต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รายงานตอนที่ใช้เงินเสร็จหมดแล้ว

5. ต้องเปิดข้อมูลการใช้จ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

นายสกลธี ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนไม่ได้ต้องการขัดขวางความเจริญหรือนโยบายการใช้พลังงานทดแทนของประเทศ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ ควรต้องมีการใช้อย่างถูกต้อง มีการตรวจสอบอย่างรัดกุม การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาทำให้เกิดธรรมาธิบาลและการเมืองที่โปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สกลธี” ยกบทเรียน พ.ร.ก.เงินกู้โควิด หวั่นสอดไส้ซ้ำรอย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...