โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้สมัครสก.อิสระจี้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แก้ค่าตั๋ว BTS แพง เปิดแผนรับมือหลังหมดสัมปทานปี 72

เดลินิวส์

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 21.52 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 14.55 น. • เดลินิวส์
’ผู้สมัครส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ ถามผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ค่าตั๋วโดยสาร BTS แพงพร้อมเปิดแผนรับมือหลังหมดสัมปทานปี 72

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่บริเวณสกายวอล์กหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เขตปทุมวัน ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) กลุ่มคนทำงานประกอบด้วย นายวิพุธ ศรีวะอุไร เขตบางรัก เบอร์ 2, นายนที ศิริธรรมวัฒน์ เขตพญาไท เบอร์ 3 , นายคมจักร จักรพันธุ์ เขตราชเทวี เบอร์ 1 ,น.ส.ปิยะวรรณ จระกา เขตสวนหลวง เบอร์ 1, นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ เขตบางนา เบอร์ 2 และ นายอณุรักษ์ พุ่มพวง เขตจตุจักร เบอร์ 1 ซึ่งเป็นผู้สมัคร สก. กลุ่มทีมคนทำงานในเขตพื้นที่แนวรถไฟฟ้า BTS ร่วมกันแถลงข่าวประเด็นปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) พร้อมตั้งคำถามถึงผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ทั้ง 18 คน ให้แสดงจุดยืนในการบริหารจัดการสัญญาสัมปทานที่จะหมดลงในอีก 3 ปีข้างหน้า

นายวิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก เบอร์ 2 และอดีตประธานสภา กทม. ตัวแทนของกลุ่ม ระบุว่า ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงกว่าเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนชั้นนำอย่างสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ หรือกรุงโซล อย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Harvard Kennedy School

รวมทั้งได้ยกตัวอย่างภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เดินทางมายังสถานีสยาม (จุดตัดหลัก) เพื่อสะท้อนภาพปัญหา ดังนี้ กลุ่มเดินทางไกล (ส่วนต่อขยาย) - เดินทางจาก คูคต, เคหะฯ หรือ บางหว้า มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ สูงถึง 130 บาทต่อวัน

กลุ่มเดินทางสายหลัก - เดินทางจาก หมอชิต หรือ อ่อนนุช มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 94 บาทต่อวัน
กลุ่มเดินทางสายสั้น - เดินทางจาก สะพานตากสิน มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 80 บาทต่อวัน

นอกจากนี้ กลุ่มทีมคนทำงาน ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของสัญญา โดยระบุว่า แม้สภา กทม. ในยุคของอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะได้อนุมัติชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS ไปแล้วกว่า 70,929 ล้านบาท (แบ่งเป็นค่างานระบบเดินรถ 23,312 ล้านบาท และค่าจ้างเดินรถ 47,617 ล้านบาท) แต่ปัญหาสำคัญที่รออยู่คือ สัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และ สนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน) กำลังจะหมดอายุลงในปี 2572 ซึ่งตรงกับวาระของผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ชุดใหม่ ในขณะที่ กทม. ยังคงมีสัญญาจ้างเดินรถ (O&M) ผูกพันยาวไปจนถึงปี 2585

"เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายเจ้าของรายเดียว (Single Ownership) ของรัฐบาล ทางกลุ่มจึงขอตั้งคำถามไปยังผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทุกท่าน ว่ามีแนวคิด แผนงาน หรือนโยบายในการจัดการราคาค่าโดยสารและบริหารจัดการสัญญาสัมปทานหลังจากปี 2572 อย่างไร" ตัวแทนกลุ่มทีมคนทำงาน กล่าว
ทั้งนี้ ทางกลุ่มระบุว่าพร้อมที่จะใช้กลไกของสภา กทม. ในการผลักดันหรือแก้ไขข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

ส่วนกรณีมักจะมีภาพของผู้สมัครสก. ในกลุ่มทีมคนทำงานอยู่ในจุดที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทมเบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าอาจเป็นการอาศัยกระแสเพื่อสร้างคะแนนนิยม หรือไม่นั้น นายนที ผู้สมัคร สก.เขตพญาไท เบอร์ 3 ชี้แจงว่า ในส่วนของตนตั้งแต่หาเสียงมายังไม่เจอผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เบอร์ 9 เนื่องจากแต่ละวันมีภารกิจลงพื้นที่ตามตารางชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าทำงานอย่างอิสระ

“ผมไม่เคยเจออาจารย์เลยนะครับ เพราะเราก็ทำหน้าที่เดินทุกวันตามตารางชุมชน เพราะฉะนั้นหน้าที่คือทำงานอิสระ และผมก็ประกาศทุกคน ตอนนี้แม้กระทั่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผมก็ออกเอง 100% เราก็ชัดเจนว่าเราอิสระ ส่วนการที่จะเจออาจารย์ไหม ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่เจอมาก” นายนที กล่าว

ด้านนายวิพุธ ผู้สมัคร สก.เขตบางรัก เบอร์ 2 กล่าวว่า ด้วยความที่ผู้สมัคร สก. ในทีมกลุ่มคนทำงาน ลงพื้นที่อย่างหนักตลอดทั้งวัน ทั้งช่วงเช้า กลางวัน และเย็น จึงเป็นเรื่องปกติที่มักจะมีโอกาสพบผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ตนเองเจอผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หลายคนแล้วทั้ง จากพรรคประชาธิปัตย์ จากพรรคประชาชนรวมถึงหัวหน้าของทั้ง 2 พรรค แล้วก็มาเจออาจารย์ชัชชาติ คนสุดท้าย เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติมาก” นายวิพุธ กล่าว

ส่วนข้อสังเกตที่คนในโลกออนไลน์ คอมเม้นท์ว่าพยายามอาศัยกระแสของผู้สมัครผู้ว่าฯ หมายเลข 9 เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองหรือไม่นั้น นายวิพุธ กล่าวว่า ทีมคนทำงานนำเสนอนโยบายและวิธีการทำงานของตนเอง โดยต้องการให้ประชาชนพิจารณาจากแนวทางการทำงานมากกว่า

เมื่อถูกถามว่า สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า ‘อากง‘ ไม่ได้อยู่เบื้องหลังทีมคนทำงาน นายวิพุธ กล่าวยืนยันอากงไม่ได้อยู่หลังเรา พร้อมระบุว่า แต่ว่าด้วยความที่อาจจะมีกลุ่มอาจารย์ นักวิชาการต่าง ๆ ที่ท่านก็มีอายุค่อนข้างเยอะ ทรงแก่ อาจจะคล้าย ๆ อาอี้ อาม่า อากง มันเลยเป็นคำสรรพนามที่เราเรียกกัน เพราะเราสนิทกัน เราทำงานมาด้วยกันเป็นระยะเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้นมันก็อาจจะได้ยินหลุดออกมาบ้าง แต่ยืนยันว่าพวกเราทำงานอิสระ และไม่ได้มีกลุ่มการเมืองไหนหนุนหลัง

ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร สก.เขตยานนาวา ปลอมใบปลิวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.พร้อมกับแนบรูปตัวเองไปด้วย ซึ่งอาจขัดกับกฎหมายเลือกตั้งนััน นายวิพุธ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงของเรื่องดังกล่าว ยังไม่ได้ทราบข้อมูลเรื่องนี้เลย เห็นแค่ข่าวออกมา ยังไม่รู้เลยว่าเป็นผู้สมัครเขตไหน ในข้อเท็จจริง จริง ๆ ตนว่าเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องที่ต้องไปดูข้อกฎหมาย สิทธิส่วนตัวของเขา ถ้าใครที่จะกระทำ ไม่ใช่แค่เขตนี้ ถ้าดูแล้วว่ามันสุ่มเสี่ยง ตนว่าอย่าไปทำเลย” นายวิพุธ กล่าว
ขณะที่นายนที กล่าวเสริมว่า ตัวพวกเรายังไม่ได้มีการคุยกัน เราคุยกันน้อย เราอิสระกันมาก อย่างตัวผมเองกับผู้สมัคร สก.เขตราชเทวี เจอกันสัปดาห์ละครั้ง เพราะเราลงพื้นที่หนัก

นายวิพุธ กล่าวต่อไปว่า ทีมคนทำงานเรามีจุดดี มีความสามารถ มีผลงาน มีแนวคิดนโยบายที่ผมว่ามันไม่มีกลุ่มไหนที่มีประมาณแบบนี้ ที่ออกมาพูดในลักษณะที่เราจะทำ ในเชิงของการแก้ข้อบัญญัติ ที่จะไปแก้ในเรื่องของโครงสร้างกฎหมายที่มันล้าหลัง 30-40 ปี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...