นักลงทุนแห่ซื้อ SpaceX หุ้นพุ่ง 62% หลัง IPO เดิมพันฝันรายได้ 1 ล้านล้านดอลลาร์
นักลงทุนแห่ซื้อ SpaceX หุ้นพุ่ง 62% หลัง IPO ดันมูลค่าบริษัทแตะ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ แซง Amazon เดิมพันฝันรายได้ 1 ล้านล้านดอลลาร์
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 15.32 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น SpaceX ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันพุธ ต่อเนื่องจากกระแสตอบรับเชิงบวกหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นครั้งประวัติศาสตร์ (IPO) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแล้วราว 62% จากราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรก
การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ทำให้มูลค่าตลาด (Market Cap) ของSpaceX แซงหน้า Amazon และเคยขึ้นไปสูงกว่า Microsoft ชั่วคราวในวันอังคาร จนก้าวขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าสูงอันดับ 4 ของสหรัฐ ก่อนปิดตลาดด้วยมูลค่าประมาณ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์
แรงซื้อส่วนใหญ่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อวิสัยทัศน์ของอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โดยมัสก์โพสต์ผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ว่า SpaceXอาจสร้างรายได้แตะระดับประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
อย่างไรก็ตามตัวเลขผลประกอบการปัจจุบันยังสะท้อนความท้าทายของบริษัท โดย SpaceXขาดทุนสุทธิ 4.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และขาดทุนอีก 4.28 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้
แม้ SpaceXจะครองความเป็นผู้นำในธุรกิจดาวเทียมผ่านบริการ Starlink และเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ระดับมูลค่าบริษัทที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วได้จุดคำถามในหมู่นักวิเคราะห์เกี่ยวกับความสามารถในการเติบโตให้สอดคล้องกับมูลค่าที่ตลาดประเมินไว้
ปีเตอร์ บูควาร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ One Point BFG Wealth Partners ให้ความเห็นว่าปัจจุบันนักลงทุนกำลังซื้อเรื่องราวการเติบโต ความตื่นเต้นของตลาด และชื่อของอีลอน มัสก์ มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ
เขาระบุว่าในที่สุดแล้วบริษัทจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าผลประกอบการและการเติบโตสามารถรองรับมูลค่าที่สูงลิ่วได้จริง แม้จะยอมรับว่าหาก SpaceX สามารถดำเนินตามแผนที่วางไว้ได้ โอกาสเติบโตในระยะยาวยังมีอีกมาก แต่การเติบโตให้ทันกับระดับมูลค่าปัจจุบันอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหลายปี
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า SpaceXกำลังอยู่ในช่วงที่ตลาดให้มูลค่าจากความคาดหวังในอนาคตอย่างมาก ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาว่าบริษัทจะสามารถเปลี่ยนความเป็นผู้นำด้านอวกาศและ AI ไปสู่ผลกำไรที่ยั่งยืนได้หรือไม่ในระยะยาว
อ้างอิง : www.cnbc.com