อย่าคิดว่าผอมแล้วรอด! สาว 20 ไขมันพอกตับรุนแรง หลังโหมลดน้ำหนักใน 1 เดือน เหตุ "กินแค่สิ่งนี้"
สาววัย 20 ลดน้ำหนักโหด เดือนเดียวหาย 12 กก. สุดท้ายป่วย “ไขมันพอกตับ” ทั้งที่ผอมมาก พบสาเหตุ กินแค่สิ่งนี้ในแต่ละมื้อ
หลายคนอาจเชื่อว่า “โรคไขมันพอกตับ” มักเกิดกับคนอ้วนหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักเท่านั้น แต่กรณีของหญิงสาววัย 20 ปีจากประเทศจีน กลับกลายเป็นตัวอย่างที่ทำให้แพทย์ต้องออกมาเตือนว่า การลดน้ำหนักแบบหักโหมก็สามารถทำร้ายตับได้รุนแรงไม่แพ้กัน
เซียวหลิน หญิงสาววัย 20 ปี มีส่วนสูง 165 เซนติเมตร น้ำหนักเดิมเกือบ 50 กิโลกรัม แม้จะมีรูปร่างผอมอยู่แล้ว แต่เธอยังต้องการลดสัดส่วนบริเวณหน้าท้องและต้นแขนให้เล็กลงอย่างรวดเร็ว จึงเริ่มใช้วิธีควบคุมอาหารอย่างหนัก โดยในแต่ละมื้อเธอเลือกกินเพียงขนมปัง 1 แผ่น หรือผลไม้ไม่กี่ชิ้น บางวันมีเพียงสลัดเล็กน้อยเท่านั้น
ช่วงแรกผลลัพธ์ทำให้เธอพอใจอย่างมาก เพราะหลังผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ เธอเริ่มรู้สึกตัวเบาและผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ในเวลาเพียง 1 เดือน น้ำหนักจะลดลงถึง 12 กิโลกรัม
แต่เบื้องหลังตัวเลขบนตาชั่งที่ลดฮวบ กลับตามมาด้วยสัญญาณอันตราย ทั้งอาการเหนื่อยล้าตลอดเวลา ไม่มีแรง ผมร่วง ประจำเดือนมาผิดปกติ สมาธิลดลง และกินอะไรก็ไม่อร่อย
ตรวจสุขภาพถึงช็อก แพทย์พบ “ไขมันพอกตับรุนแรง”
เมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ เซียวหลินจึงตัดสินใจไปตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบข่าวที่ทำให้เธอตกใจอย่างหนัก
นพ.จางจุน จากโรงพยาบาลหนานจิงไท่กังเซียนหลินกู่โหลว ประเทศจีน ระบุว่า หญิงสาวมีภาวะขาดสารอาหาร โลหิตจาง ระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ และที่น่ากังวลที่สุดคือ “ไขมันพอกตับขั้นรุนแรง”
ผลวินิจฉัยดังกล่าวทำให้เธอแทบไม่เชื่อ เพราะเธอคิดมาตลอดว่าโรคนี้เกิดกับคนอ้วนหรือคนดื่มหนักเท่านั้น กระทั่งแพทย์อธิบายว่า การอดอาหารและลดน้ำหนักเร็วเกินไป ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตับพังได้เช่นกัน
ทำไมคนผอมถึงเป็นไขมันพอกตับได้?
แพทย์อธิบายว่า การลดน้ำหนักแบบหักโหมส่งผลต่อร่างกายในหลายด้าน โดยเฉพาะระบบเผาผลาญและการทำงานของตับ
1. ไขมันถูกส่งเข้าสู่ตับมากเกินไป
เมื่อร่างกายอดอาหาร จะเริ่มดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้เกิดกรดไขมันอิสระจำนวนมาก หากตับจัดการไม่ทัน ไขมันเหล่านี้จะสะสมอยู่ในเซลล์ตับและกลายเป็นไขมันพอกตับในที่สุด
2. ร่างกายขาดโปรตีน
การกินเพียงผลไม้และขนมปัง ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตับไม่สามารถเผาผลาญไขมันได้ตามปกติ อีกทั้งยังรบกวนกระบวนการกำจัดไขมันออกจากตับด้วย
3. ระบบเผาผลาญรวนจากพลังงานต่ำเกินไป
เมื่อกินอาหารต่ำกว่าความต้องการพื้นฐานของร่างกายเป็นเวลานาน ระบบเผาผลาญจะเริ่มทำงานผิดปกติ ตับจึงอยู่ในภาวะ “รับไขมันเข้า แต่เผาผลาญออกไม่ได้” จนเกิดการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ
5 สัญญาณเตือนไขมันพอกตับ ที่หลายคนมองข้าม
แพทย์เตือนว่า ไขมันพอกตับมักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่สามารถสังเกตได้จากสัญญาณต่อไปนี้
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้นอนพักเพียงพอ
- ท้องอืด เบื่ออาหาร หรือแน่นท้องหลังอาหารมัน
- ปวดตื้อบริเวณชายโครงขวา
- น้ำหนักขึ้นเร็ว โดยเฉพาะรอบเอวและหน้าท้อง
- ตรวจพบค่าเอนไซม์ตับสูงระหว่างตรวจสุขภาพ
แพทย์เตือน ลดน้ำหนักต้องไม่ทำร้ายร่างกาย
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การลดน้ำหนักที่ปลอดภัยไม่ควรใช้วิธีอดอาหารหรือข้ามมื้อเป็นเวลานาน เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและช่วยให้ตับทำงานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นอนดึก กินอาหารไม่เป็นเวลา หรือใช้ยาลดน้ำหนักและผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญอย่างรุนแรง
หากต้องการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการกินและการออกกำลังกายที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน