โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อย่าคิดว่าผอมแล้วรอด! สาว 20 ไขมันพอกตับรุนแรง หลังโหมลดน้ำหนักใน 1 เดือน เหตุ "กินแค่สิ่งนี้"

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
สาววัย 20 ลดน้ำหนักโหด เดือนเดียวหาย 12 กก. สุดท้ายป่วย “ไขมันพอกตับ” ทั้งที่ผอมมาก พบสาเหตุ กินแค่สิ่งนี้ในแต่ละมื้อ

สาววัย 20 ลดน้ำหนักโหด เดือนเดียวหาย 12 กก. สุดท้ายป่วย “ไขมันพอกตับ” ทั้งที่ผอมมาก พบสาเหตุ กินแค่สิ่งนี้ในแต่ละมื้อ

หลายคนอาจเชื่อว่า “โรคไขมันพอกตับ” มักเกิดกับคนอ้วนหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักเท่านั้น แต่กรณีของหญิงสาววัย 20 ปีจากประเทศจีน กลับกลายเป็นตัวอย่างที่ทำให้แพทย์ต้องออกมาเตือนว่า การลดน้ำหนักแบบหักโหมก็สามารถทำร้ายตับได้รุนแรงไม่แพ้กัน

เซียวหลิน หญิงสาววัย 20 ปี มีส่วนสูง 165 เซนติเมตร น้ำหนักเดิมเกือบ 50 กิโลกรัม แม้จะมีรูปร่างผอมอยู่แล้ว แต่เธอยังต้องการลดสัดส่วนบริเวณหน้าท้องและต้นแขนให้เล็กลงอย่างรวดเร็ว จึงเริ่มใช้วิธีควบคุมอาหารอย่างหนัก โดยในแต่ละมื้อเธอเลือกกินเพียงขนมปัง 1 แผ่น หรือผลไม้ไม่กี่ชิ้น บางวันมีเพียงสลัดเล็กน้อยเท่านั้น

ช่วงแรกผลลัพธ์ทำให้เธอพอใจอย่างมาก เพราะหลังผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ เธอเริ่มรู้สึกตัวเบาและผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ในเวลาเพียง 1 เดือน น้ำหนักจะลดลงถึง 12 กิโลกรัม

แต่เบื้องหลังตัวเลขบนตาชั่งที่ลดฮวบ กลับตามมาด้วยสัญญาณอันตราย ทั้งอาการเหนื่อยล้าตลอดเวลา ไม่มีแรง ผมร่วง ประจำเดือนมาผิดปกติ สมาธิลดลง และกินอะไรก็ไม่อร่อย

ตรวจสุขภาพถึงช็อก แพทย์พบ “ไขมันพอกตับรุนแรง”

เมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ เซียวหลินจึงตัดสินใจไปตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบข่าวที่ทำให้เธอตกใจอย่างหนัก

นพ.จางจุน จากโรงพยาบาลหนานจิงไท่กังเซียนหลินกู่โหลว ประเทศจีน ระบุว่า หญิงสาวมีภาวะขาดสารอาหาร โลหิตจาง ระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ และที่น่ากังวลที่สุดคือ “ไขมันพอกตับขั้นรุนแรง”

ผลวินิจฉัยดังกล่าวทำให้เธอแทบไม่เชื่อ เพราะเธอคิดมาตลอดว่าโรคนี้เกิดกับคนอ้วนหรือคนดื่มหนักเท่านั้น กระทั่งแพทย์อธิบายว่า การอดอาหารและลดน้ำหนักเร็วเกินไป ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตับพังได้เช่นกัน

ทำไมคนผอมถึงเป็นไขมันพอกตับได้?

แพทย์อธิบายว่า การลดน้ำหนักแบบหักโหมส่งผลต่อร่างกายในหลายด้าน โดยเฉพาะระบบเผาผลาญและการทำงานของตับ

1. ไขมันถูกส่งเข้าสู่ตับมากเกินไป

เมื่อร่างกายอดอาหาร จะเริ่มดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้เกิดกรดไขมันอิสระจำนวนมาก หากตับจัดการไม่ทัน ไขมันเหล่านี้จะสะสมอยู่ในเซลล์ตับและกลายเป็นไขมันพอกตับในที่สุด

2. ร่างกายขาดโปรตีน

การกินเพียงผลไม้และขนมปัง ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตับไม่สามารถเผาผลาญไขมันได้ตามปกติ อีกทั้งยังรบกวนกระบวนการกำจัดไขมันออกจากตับด้วย

3. ระบบเผาผลาญรวนจากพลังงานต่ำเกินไป

เมื่อกินอาหารต่ำกว่าความต้องการพื้นฐานของร่างกายเป็นเวลานาน ระบบเผาผลาญจะเริ่มทำงานผิดปกติ ตับจึงอยู่ในภาวะ “รับไขมันเข้า แต่เผาผลาญออกไม่ได้” จนเกิดการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ

5 สัญญาณเตือนไขมันพอกตับ ที่หลายคนมองข้าม

แพทย์เตือนว่า ไขมันพอกตับมักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่สามารถสังเกตได้จากสัญญาณต่อไปนี้

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้นอนพักเพียงพอ
  • ท้องอืด เบื่ออาหาร หรือแน่นท้องหลังอาหารมัน
  • ปวดตื้อบริเวณชายโครงขวา
  • น้ำหนักขึ้นเร็ว โดยเฉพาะรอบเอวและหน้าท้อง
  • ตรวจพบค่าเอนไซม์ตับสูงระหว่างตรวจสุขภาพ

แพทย์เตือน ลดน้ำหนักต้องไม่ทำร้ายร่างกาย

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การลดน้ำหนักที่ปลอดภัยไม่ควรใช้วิธีอดอาหารหรือข้ามมื้อเป็นเวลานาน เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและช่วยให้ตับทำงานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นอนดึก กินอาหารไม่เป็นเวลา หรือใช้ยาลดน้ำหนักและผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญอย่างรุนแรง

หากต้องการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการกินและการออกกำลังกายที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...