โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยไทม์ไลน์ ใช้สันติวิธีนำ ‘อิสมาแอ’ผู้ต้องหา 4 หมายจับ เข้ามอบตัว

The Reporters

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 06.32 น.

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยไทม์ไลน์ ใช้สันติวิธีนำ 'อิสมาแอ'ผู้ต้องหา 4 หมายจับ เข้ามอบตัวหลังเจรจาไม่นาน ย้ำ'เปิดทางกลับใจ ดีกว่าเผชิญหน้า' พร้อมขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมผลักดันภารกิจสำเร็จ

วันนี้ (22 พ.ค. 69) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยไทม์ไลน์การบังคับใช้กฎหมายกรณี นายอิสมาแอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 4 หมายจับ ซึ่งตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามแนวทางสันติวิธี

โดยลำดับเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.25 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบผู้ต้องสงสัยหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านเช่า ซอย 14 หลังโรงเรียนเทศบาล 5

ก่อนที่เวลา 19.20 น. เจ้าหน้าที่จะเข้าปิดกั้นพื้นที่ พร้อมประสานผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครองเข้าร่วมพูดคุยสร้างความเข้าใจ

ต่อมา เวลา 20.45 น. เจ้าหน้าที่เริ่มกระบวนการเจรจา ขอความร่วมมือให้ผู้ต้องหาแสดงตน เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย กระทั่งเวลา 21.06 น. ภรรยาของผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ออกมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ และในเวลา 21.33 น. “อิสมาแอ” ได้ตัดสินใจเข้ามอบตัว หลังการเจรจาตามแนวทางสันติวิธีประสบผลสำเร็จ

โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงได้ดำเนินการภายใต้หลักการ “การเจรจา การสร้างความเข้าใจ และการเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างรอบคอบ ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่าย จนนำไปสู่ความสำเร็จในการประสานให้นายอิสมาแอฯ เข้ามอบตัวด้วยความสมัครใจ

ทั้งนี้ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่ร่วมกันใช้แนวทางสันติวิธีและการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้หลบหนีหมายจับ กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างสันติ สะท้อนให้เห็นว่า “การเปิดพื้นที่แห่งความเข้าใจ” ยังคงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคนที่ตัดสินใจกลับตัวกลับใจ และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยยึดหลักความยุติธรรม ความโปร่งใส และสันติวิธี เพื่อร่วมกันสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

สำหรับนายอิสมาแอ มูซอ เป็นบุคคลตามหมายจับคดีความมั่นคงและคดีอาญารวม 4 หมายจับ ประกอบด้วย

  • หมายจับที่ 758/2551 ลงวันที่ 20 กันยายน 2551 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร จากเหตุการณ์ นายอิสมาแอล มอซู (หรือมะแอ ท่าหยี) ร่วมกับ นายมาหามะสาลาอูดิง วิชา ร่วมกันก่อการร้าย โดยวางแผนแล้วใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะไล่ตามใช้อาวุธยิง นายจำนงค์ เจียมจันทร์ ตายที่ถนนลำไพล - สะบ้าย้อย หมู่ที่ 1 ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2549 เวลาประมาณ 0750 น. หลังเกิดเหตุแล้วพากันหลบหนี
  • หมายจับที่ 158/2554 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ซ้องโจร ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
  • หมายจับที่ 339/2560 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร ร่วมกันฆ่าและพยายามผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันปลันทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนยิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิด จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันซ้อนเว้นทำลายศพ. ร่วมกันทำลายพยานหลักฐาน, ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนบปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันทำ,มีและใช้วัตถุระเบิดซึ่งนายทะเปียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้โดยไม่ใต้รับอนุญาต
  • หมายจับที่ 167/2560 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เกี่ยวข้องกับคดีร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...