โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แอร์รถไม่เย็นตอนแดดจัด? เจาะสาเหตุพร้อมวิธีแก้ให้เย็นฉ่ำสู้แดดเมืองไทย

Amarin TV

อัพเดต 20 พ.ค. เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รวมสาเหตุแอร์รถไม่เย็นช่วงแดดร้อนจัด ตรวจเช็กระบบคอมเพรสเซอร์ น้ำยาแอร์ และพัดลมระบายอากาศ พร้อมแนวทางแก้ไขให้ระบบทำความเย็นกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ

ปัญหาระบบปรับอากาศรถยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายและการขับขี่อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องจอดรถตากแดดหรือขับขี่ท่ามกลางจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานาน ปัญหาแอร์รถไม่เย็นหรือแอร์สู้แดดไม่ได้เกิดได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่อุปกรณ์เสื่อมสภาพไปจนถึงการระบายความร้อนที่บกพร่อง การทำความเข้าใจกลไกการทำงานของระบบทำความเย็นจะช่วยให้เจ้าของรถสามารถวิเคราะห์ปัญหาและจัดการแก้ไขได้อย่างตรงจุด เพื่อถนอมอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์และเพิ่มความสุขในการเดินทางตลอดหน้าร้อนนี้

สาเหตุที่ทำให้แอร์รถไม่เย็นเมื่อเจออากาศร้อนจัด

สาเหตุหลักมักเกิดจากการที่ระบบระบายความร้อนของแผงคอนเดนเซอร์ทำงานได้ไม่เพียงพอ เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ความดันในระบบน้ำยาแอร์จะพุ่งสูงตามไปด้วย หากพัดลมระบายอากาศหมุนช้าหรือครีบระบายความร้อนอุดตันด้วยฝุ่นละออง จะทำให้การแลกเปลี่ยนความร้อนทำได้ยาก ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ตัดการทำงานบ่อยครั้งเพื่อป้องกันความเสียหาย หรือทำงานหนักเกินไปจนไม่สามารถผลิตลมเย็นออกมาได้ตามปกติ

น้ำยาแอร์ขาดหรือระบบรั่วซึม

หากน้ำยาแอร์มีปริมาณน้อยเกินไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงที่แดดจัดซึ่งต้องใช้แรงดันสูงในการสร้างความเย็น เจ้าของรถสามารถสังเกตได้จากตาแมวบริเวณท่อน้ำยาแอร์ หากพบฟองอากาศจำนวนมากอาจหมายถึงน้ำยาแอร์รั่วหรือมีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์

  • ค่าบริการเติมน้ำยาแอร์ประมาณ 500 ถึง 900 บาท
  • ค่าบริการตรวจเช็ครอยรั่วรวมค่าแรงประมาณ 1,500 ถึง 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่รั่ว

แผงคอยล์ร้อนอุดตันและพัดลมหน้าเครื่องทำงานผิดปกติ

แผงคอยล์ร้อนหรือคอนเดนเซอร์ที่อยู่ด้านหน้าสุดของรถมักสะสมเศษฝุ่นและแมลง ทำให้ขวางทางลมระบายความร้อน นอกจากนี้พัดลมไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ หมุนช้า หรือมีเสียงดัง จะทำให้ระบบไม่สามารถระบายความร้อนสะสมออกได้ทันท่วงทีในช่วงที่รถจอดนิ่งหรือเคลื่อนตัวช้า

  • สเปกพัดลมไฟฟ้าที่ควรตรวจสอบ
  • ความเร็วรอบพัดลมต้องสม่ำเสมอไม่มีจังหวะกระตุก
  • ใบพัดต้องไม่มีรอยร้าวหรือบิดเบี้ยว
  • มอเตอร์พัดลมต้องไม่มีคราบน้ำมันเขม่าดำออกมา
  • การทำงานต้องสัมพันธ์กับการตัดต่อของคอมเพรสเซอร์แอร์

กรองแอร์ตันและคอยล์เย็นสกปรก

กรองแอร์เป็นด่านแรกที่ดักจับฝุ่นหากไม่ได้เปลี่ยนตามระยะเวลาจะขวางทางลมทำให้แรงลมเบาลง ส่วนคอยล์เย็นหากมีสิ่งสกปรกอุดตันจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและทำให้การแลกเปลี่ยนความเย็นในห้องโดยสารทำได้ไม่เต็มที่

  • ราคากรองแอร์มาตรฐานเริ่มต้นประมาณ 200 ถึง 800 บาท
  • ราคาการล้างแอร์แบบไม่ถอดตู้เริ่มต้นประมาณ 1,500 ถึง 2,500 บาท

การเลือกฟิล์มกรองแสงเพื่อช่วยการทำงานของแอร์

ฟิล์มกรองแสงที่มีค่าการกันความร้อนรวมสูงจะช่วยลดภาระการทำงานของแอร์รถยนต์ได้ดีมาก โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดกลางแจ้งบ่อยครั้ง

  • สเปกฟิล์มกรองแสงที่แนะนำสำหรับสู้แดดจัด
  • ค่าการกันความร้อนรวมจากแสงแดดควรมากกว่าร้อยละ 50
  • ค่าการป้องกันรังสีอินฟราเรดควรมากกว่าร้อยละ 70
  • ค่าความเข้มของฟิล์มระดับร้อยละ 60 หรือ 80 ตามความชอบส่วนบุคคล
  • วัสดุประเภทเซรามิกช่วยลดความร้อนได้ดีโดยไม่รบกวนสัญญาณดิจิทัล

วิธีแก้ไขเบื้องต้นสำหรับเจ้าของรถ

เมื่อพบปัญหาควรเริ่มจากการล้างแผงคอยล์ร้อนด้านหน้ารถด้วยน้ำสะอาดแรงดันต่ำเพื่อขจัดฝุ่นเบื้องต้น ตรวจเช็กระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ เพราะความร้อนของเครื่องยนต์ส่งผลโดยตรงต่อระบบแอร์ และควรเปลี่ยนกรองแอร์ทุก 10,000 ถึง 20,000 กิโลเมตร หากทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้วแอร์ยังไม่เย็นควรนำรถเข้าตรวจเช็กแรงดันระบบน้ำยาแอร์ด้วยเกจวัดความดันที่ศูนย์บริการมาตรฐาน

การรักษาประสิทธิภาพของแอร์รถยนต์ในช่วงอากาศร้อนจัดอาศัยการดูแลทั้งระบบระบายความร้อนและความสะอาดของอุปกรณ์ภายใน หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของพัดลมและแรงลมแอร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันความเสียหายลุกลามไปยังคอมเพรสเซอร์แอร์ที่มีราคาสูง การเลือกใช้อุปกรณ์กรองแสงที่มีคุณภาพร่วมกับการบำรุงรักษาตามระยะเวลาคือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้แอร์รถยนต์เย็นฉ่ำและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...