โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5 วิธีกู้ชีพ "ฟูกที่นอน" ให้สะอาดวิ้งค์-ไร้คราบฝังลึก โดยไม่ต้องแบกไปซัก!!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ไม่ต้องแบกไปซัก! เผย 5 วิธีกู้ชีพ

ไม่ต้องแบกไปซักให้เหนื่อย! 5 วิธีกู้ชีพ "ฟูกที่นอน" ให้สะอาดวิ้งค์-ไร้คราบฝังลึก ไม่ต้องใช้น้ำสักหยด

การทำความสะอาดฟูกที่นอนเป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งแรงและเวลาอย่างมหาศาล จนทำให้หลายคนเลือกที่จะละเลยและปล่อยทิ้งไว้ แต่รู้หรือไม่ว่า ฟูกที่นอนที่ใช้งานทุกวันคือแหล่งสะสมของคราบเหงื่อ ไคล ไรฝุ่น และแบคทีเรียชั้นดี การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในบ้าน

หากคุณกำลังเจอกับปัญหาฟูกหนาเตอะ ขนาดใหญ่เทอะทะ แบกไปไหนไม่ไหว แถมซักเปียกก็แห้งยากจนกลัวเชื้อราจะขึ้น วันนี้เรามี 5 ทริกเด็ดในการทำความสะอาดฟูกที่นอนโดยไม่ต้องส่งร้านซักรีดและไม่ต้องรื้อซักน้ำ มาฝาก รับรองว่าทำง่าย ประหยัดแรง และได้ที่นอนที่สะอาดหอมฟุ้งเหมือนซื้อใหม่แน่นอน

1. เบกกิ้งโซดา: คัมภีร์ลับดูดซับความชื้นและกลิ่นอับ

เบกกิ้งโซดา (ผงฟู) มีคุณสมบัติเด่นในการดูดซับความชื้น นำพากลิ่นอับชื้นให้หายไป และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียฝังแน่นบนพื้นผิวผ้าได้อย่างอ่อนโยน

  • วิธีทำ: เริ่มจากถอดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนออกให้หมด จากนั้นนำผงเบกกิ้งโซดามาโรยบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณหน้าฟูกที่นอน ปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง (หากมีเวลาแนะนำให้โรยทิ้งไว้ทั้งจำพวกช่วงเช้า) เพื่อให้ผงเบกกิ้งโซดาทำหน้าที่ดูดซับคราบเหงื่อไคลและกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างเต็มที่ เมื่อครบเวลาให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นมือถือดูดผงทิ้งให้สะอาด ฟูกของคุณจะกลับมาแห้งโปร่งและไร้กลิ่นอับทันที

2. น้ำส้มสายชูและน้ำยาล้างจาน: สูตรระเบิดคราบเหลือง-คราบกาแฟ

สำหรับฟูกที่มีรอยคราบฝังลึก เช่น คราบกาแฟ คราบน้ำผลไม้ หรือรอยคราบเหลืองจากประจำเดือน การใช้น้ำสาดเปียก ๆ เป็นสิ่งต้องห้ามเพราะจะทำให้ด้านในฟูกเกิดความชื้นและเป็นเชื้อรา ให้ใช้สูตรแห้งหมาดนี้แทน

  • วิธีทำ: ผสมน้ำส้มสายชูขาวที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ร่วมกับน้ำยาล้างจานเล็กน้อยและน้ำอุ่น น้ำส้มสายชูจะช่วยสลายคราบและฆ่าเชื้อ ส่วนน้ำยาล้างจานจะช่วยสลายคราบไขมันจากสารอินทรีย์ จากนั้นนำผ้าสะอาดมาจุ่มน้ำยา บิดให้แห้งหมาดที่สุด แล้วซับหรือถูเบา ๆ บริเวณรอยเปื้อนเป็นวงกลม เมื่อคราบจางลง ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดเช็ดซ้ำอีกครั้งเพื่อล้างคราบน้ำยาออก แล้วซับด้วยผ้าแห้งปิดท้าย นำพัดลมมาเป่าให้แห้งสนิท

3. ละอองสเปรย์ต้านแบคทีเรียและ tinh dầu: เพิ่มความหอมสดชื่นชวนหลับลึก

หลังจากเคลียร์คราบสกปรกเสร็จสิ้น การสร้างบรรยากาศและกลิ่นหอมผ่อนคลายจะช่วยยกระดับคุณภาพการนอนหลับของคุณหลังผ่านวันทำงานอันแสนเหนื่อยล้าได้

  • วิธีทำ: ผสมน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (Essential Oil) กลิ่นที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์, กลิ่นตะไคร้หอม หรือกลิ่นเปปเปอร์มินต์ ลงในขวดสเปรย์ที่บรรจุน้ำกลั่น นำมาฉีดพ่นเป็นละอองฝอยบาง ๆ ให้ทั่วพื้นผิวฟูกที่นอน ข้อควรระวัง: ฉีดพ่นเพียงแค่พอให้ผิวผ้ามีความชื้นจาง ๆ เท่านั้น อย่าฉีดจนเปียกโชก และต้องปล่อยให้ฟูกแห้งสนิทจริง ๆ ก่อนจะเริ่มปูผ้าปูที่นอนกลับคืน

4. พลังแสงแดด: สารฆ่าเชื้อโรคทางธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุด

เคล็ดลับแบบดั้งเดิมที่ยังคงทรงประสิทธิภาพเสมอคือ การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นใยผ้า

  • วิธีทำ: หากฟูกที่นอนของคุณมีน้ำหนักไม่มากจนเกินไปและพอจะเคลื่อนย้ายได้ แนะนำให้ยกฟูกออกไปตากแดดจัด ๆ เป็นเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดจะทำหน้าที่เป็นสารฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ ช่วยกำจัดไรฝุ่น เชื้อรา และตัวเรือดที่แฝงตัวอยู่ได้อย่างดีเยี่ยม

  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรตากฟูกทิ้งไว้กลางแดดจัดนานเกินไป เพราะความร้อนที่สูงเกินไปอาจทำลายโครงสร้างเส้นใยผ้าหรือฟองน้ำซับในให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ช่วงเวลาแดดอ่อน ๆ ตอนเช้าจึงเหมาะสมที่สุด

5. เครื่องดูดฝุ่นเฉพาะทาง: กำจัดไรฝุ่นและเศษผิวหนังตายตกค้าง

หากที่พักอาศัยของคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น การใช้เครื่องดูดฝุ่นสัปดาห์ละครั้งคือกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองตกลงไปฝังตัวลึกในที่นอน

  • วิธีทำ: ในการทำความสะอาด อย่าดูดฝุ่นแค่เฉพาะพื้นผิวด้านบนเท่านั้น ควรเปลี่ยนใช้หัวดูดซอกขนาดเล็กเพื่อสอดเข้าไปทำความสะอาดตามรอยเย็บ ขอบตะเข็บ และมุมอับของฟูก ซึ่งเป็นจุดที่เศษผิวหนังที่หลุดลอก (อาหารของไรฝุ่น) และฝุ่นละอองมักจะตกลงไปสะสมมากที่สุด หากเป็นไปได้ควรพลิกฟูกกลับด้านเพื่อดูดทำความสะอาดทั้งสองฝั่ง วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจได้อย่างดี โดยเฉพาะบ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง

การดูแลรักษาความสะอาดของฟูกที่นอนด้วยวิธี "ซักแห้ง" แบบธรรมชาตินี้ นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าและเซฟเวลาแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของที่นอนให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย เพียงสละเวลาทำตามขั้นตอนเหล่านี้เดือนละ 1 ครั้ง คุณก็จะได้สัมผัสกับการพักผ่อนที่ปลอดภัย เต็มอิ่ม บนเตียงนอนที่สะอาดสะอ้านและไร้เชื้อโรคกวนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...