โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รีบย้ายด่วน! 3 เครื่องปรุงยอดฮิต "ต้องแช่ตู้เย็น" วางข้างเตาเสี่ยงมะเร็ง-ตับพัง

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อย่าหาทำ! 3 เครื่องปรุงที่ต้องเก็บในตู้เย็นทันทีหลังเปิดขวด ไม่งั้นรสชาติที่กินเข้าไปเสี่ยงเป็น… แบคทีเรีย

รู้แล้วเปลี่ยน! เตือน 3 เครื่องปรุง วางไว้ข้างนอกเท่ากับ "กินแบคทีเรียยกรัง" แฉพฤติกรรมงานครัวทำป่วยไม่รู้ตัว

ห้องครัวเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งความสุขในการรังสรรค์เมนูอร่อยให้คนในครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็อาจกลายเป็น "แหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค" ชั้นดีหากเราละเลยเรื่องการเก็บรักษาวัตถุดิบ หลายคนติดนิสัยชอบวางขวดเครื่องปรุงทุกชนิดไว้ข้างเตาแก๊สเพราะหยิบใช้สะดวก โดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมนี้กำลังเปลี่ยนเครื่องปรุงรสเลิศให้กลายเป็นสารพิษและแหล่งสะสมของแบคทีเรียตัวร้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 3 กลุ่มเครื่องปรุง ต่อไปนี้ ที่มีกฎเหล็กว่า "ทันทีที่เปิดฝาใช้งาน ต้องย้ายเข้าไปเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาทันที" ไม่งั้นสิ่งที่คุณตักเข้าปากในทุก ๆ วันอาจไม่ใช่สารอาหาร แต่เป็นเชื้อโรคร้าย

1. กลุ่มซอสเข้มข้นที่มีส่วนผสมของน้ำและโปรตีนสูง

  • ตัวอย่างเครื่องปรุง: ซอสหอยนางรม, ซอสหมูแดง, ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำสลัดต่าง ๆ (เช่น มายองเนส)

เครื่องปรุงในกลุ่มนี้มีความชื้นสูงมากและอุดมไปด้วยโปรตีน ในขั้นตอนการผลิตจากโรงงาน ซอสเหล่านี้จะผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจนปลอดสมบูรณ์ แต่ทันทีที่คุณบิดเปิดฝาขวด อากาศและความชื้นจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้าไปเปิดสวิตช์ให้สปอร์ของแบคทีเรียเริ่มทำงานทันที

หากวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย ซอสเหล่านี้จะบูดเสีย เชื้อโรคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และกลิ่นรสจะเปลี่ยนไป ที่น่ากลัวที่สุดคือ สภาพแวดล้อมที่มีโปรตีนสูงเมื่อเกิดเชื้อรา จะสร้างสาร "อะฟลาท็อกซิน" (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรงที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ตับโดยตรง หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ดังนั้น การปิดฝาให้สนิทและแช่ตู้เย็นทุกครั้งหลังใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

2. กลุ่มเครื่องปรุงที่ผ่านกระบวนการหมักดอง

  • ตัวอย่างเครื่องปรุง: ซีอิ๊วขาว, เต้าเจี้ยว, มิโซะ, กะปิ, น้ำพริกเผา และพริกน้ำส้ม

เครื่องปรุงเหล่านี้เป็นผลผลิตมาจากการหมักดองด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทว่าเชื้อจุลินทรีย์และเอนไซม์เหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ถูกทำให้ "จำศีล" อยู่ในขวดชั่วคราว เมื่อเราเปิดขวดแล้ววางทิ้งไว้ข้างนอกที่มีอุณหภูมิอุ่นพอเหมาะ จุลินทรีย์และยีสต์เหล่านี้จะตื่นขึ้นมาและทำหน้าที่หมักซ้ำซ้อนนอกเหนือการควบคุม

กระบวนการหมักซ้ำซ้อนนี้จะทำให้โครงสร้างของซอสเปลี่ยนไป สีจะคล้ำขึ้น รสชาติจะเพี้ยน และส่งกลิ่นฉุนผิดปกติ การรับประทานเครื่องปรุงที่แปรสภาพเนื่องจากการเก็บรักษาที่ผิดวิธีจะเข้าไประคายเคืองระบบทางเดินอาหารและนำมาสู่ภาวะอาหารเป็นพิษได้ การเก็บไว้ในความเย็นของตู้เย็นคือวิธีเดียวที่จะช่วยสยบและชะลอการเติบโตของจุลินทรีย์เหล่านี้ เพื่อคงคุณภาพของซอสไว้ให้เหมือนเดิม

3. กลุ่มเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมของไขมันและน้ำมันสูง

  • ตัวอย่างเครื่องปรุง: น้ำพริกเผากากหมู, ซอสน้ำมันพริก (พริกคั่วในน้ำมัน) และเนยถั่ว

หลายคนมีความเชื่อผิด ๆ ว่าน้ำมันไม่มีวันบูด จึงวางขวดพริกเผาหรือน้ำมันพริกทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ครัวอย่างสบายใจ แต่นี่คือความคิดที่อันตรายมาก เพราะไขมันในเครื่องปรุงเหล่านี้ไวต่อแสงแดดและความร้อนสูงมาก

เมื่อขวดเครื่องปรุงต้องเจอกับไอความร้อนจากเตาแก๊สอยู่บ่อย ๆ จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ของไขมันด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้เกิด "กลิ่นหืน" และก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่เป็นพิษต่อร่างกาย การรับประทานไขมันที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็นประจำจะสร้างภาระหนักหน่วงให้กับระบบย่อยอาหารและทำลายฟังก์ชันการทำงานของตับ การแช่เย็นจะช่วยชะลอปฏิกิริยาเคมีนี้และรักษาโมเลกุลของน้ำมันให้เสถียรและปลอดภัย

พฤติกรรมเสี่ยง "ทำร้ายสุขภาพ" จากการใช้เครื่องปรุงในห้องครัว

นอกจากการแยกแยะสถานที่เก็บแล้ว พฤติกรรมการหยิบใช้ในชีวิตประจำวันก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความสะอาดของอาหาร เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ควรเลิกพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ทันที:

  • ตั้งชั้นวางเครื่องปรุงติดเตาแก๊ส: นี่คือจุดพลาดที่เกือบทุกบ้านทำ ไอความร้อนและละอองไอน้ำจากการทำอาหารจะทำให้เครื่องปรุงชื้น ส่งผลให้แบคทีเรียและเชื้อราเติบโตแบบก้าวกระโดด ควรย้ายชั้นวางไปไว้ในจุดที่แห้ง เย็น และห่างไกลจากความร้อน

  • ใช้ช้อนสกปรก หรือใช้ช้อนร่วมกันตักซอส: การใช้ช้อนที่ปนเปื้อนน้ำลาย เศษอาหาร หรือช้อนที่ยังเปียกน้ำไปตักเครื่องปรุง จะเป็นการนำพาความชื้นและสิ่งสกปรกเข้าไปในกระปุก ซึ่งความชื้นนี้คืออาหารชั้นเลิศที่กระตุ้นให้เชื้อโรคโตไวขึ้น

  • เสียดายของ ตักส่วนที่เป็นราทิ้งแล้วกินต่อ: เมื่อเห็นจุดเชื้อราเล็ก ๆ บนผิวหน้าของน้ำพริกเผาหรือซอส หลายคนมักใช้ช้อนตักส่วนที่เป็นราออกแล้วนำซอสส่วนล่างมากินต่อ ในความเป็นจริง เส้นใยของราพิษได้ขยายอาณาเขตและชอนไชไปทั่วทั้งกระปุกแล้วโดยที่ตาเปล่ามองไม่เห็น การฝืนกินเข้าไปอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลันหรือสะสมจนเกิดโรคร้ายในอนาคต

  • ซื้อขวดใหญ่ไซส์ยักษ์ ทั้งที่นาน ๆ ทำอาหารที: หากครอบครัวของคุณไม่ได้ทำอาหารกินเองทุกมื้อ แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องปรุงขนาดไซส์เล็กที่สุด เพื่อให้สามารถใช้หมดได้อย่างรวดเร็วหลังเปิดขวด ลดความเสี่ยงในการแปรสภาพและบูดเสียของเครื่องปรุง

ที่มาข้อมูล: คู่มือความปลอดภัยทางอาหารและโภชนศาสตร์ทางเคมี สื่อวิทยาศาสตร์ผู้บริโภค The News Lens และสถาบัน Family Esdlife

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...