โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ส.-DSI แกะรอย ‘นายอุทัย’ ตัวต่อจิ๊กซอว์เชื่อม 2 คดีเฮโรอีนข้ามชาติออสเตรเลีย-ไต้หวัน

The Better

อัพเดต 10 ก.ค. เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. เวลา 06.42 น. • THE BETTER
ป.ป.ส.-DSI เผยศาลออกหมายจับเพิ่ม 4 ราย ล็อกตัว ‘นายแคล้ว’ คา จ.เลย พบหลักฐานเด็ด ‘นายอุทัย’ เป็นตัวละครลับเชื่อมโยงคดี ‘มีนา’ เตือนประชาชนอย่ารับจ้างหิ้วของ-ส่งพัสดุ เสี่ยงโทษประหารชีวิต

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมประชุมนัดสำคัญกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อบูรณาการข้อมูลและสรุปความคืบหน้าการทลายเครือข่ายลักลอบลำเลียงเฮโรอีนข้ามชาติ หลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษที่ 99/2569

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการประชุมร่วมกันว่า ล่าสุดศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 คน (ชาวลาว 3 คน ชาวไทย 1 คน) ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นกลุ่มลักลอบขนยาเสพติดข้ามโขงจากฝั่ง สปป.ลาว โดยจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้แล้ว 1 ราย คือ “นายแคล้ว” ในพื้นที่จังหวัดเลย ทำหน้าที่รับช่วงต่อยาเสพติดส่งให้เครือข่ายเชื่อมโยงกับสองสามีภรรยาและหญิงชาวลาวที่ถูกรวบตัวไปก่อนหน้านี้ โดยไทยได้ประสานความร่วมมือกับทางการ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิดเพื่อลากตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี

สำหรับแนวทางการขยายผลคดีลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ป.ป.ส. พบรูปแบบการลำเลียงหลัก 2 วิธี คือ 1. ขนส่งผ่านระบบขนส่งพัสดุจากชายแดนเข้ากรุงเทพฯ และ 2. ส่งต่อกันเป็นทอด ๆ จากตะเข็บชายแดนสู่ภาคกลางเพื่อรอคนมารับหิ้วออกนอกประเทศ

จากการแกะรอยเชิงลึกพบจุดเชื่อมโยงสำคัญคือ “นายอุทัย” ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ หลังหลักฐานมัดตัวว่าเป็นผู้ส่งกระเป๋าซุกเฮโรอีนให้แก่ “นางสาวมีนา” ที่คอนโดมิเนียม อีกทั้งนายอุทัยยังมีเส้นทางการเงินและการติดต่อโยงใยกับกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเลย นายอุทัยจึงกลายเป็น "ตัวกลางสำคัญ" ที่เชื่อม 2 เครือข่ายข้ามชาติเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างหาหลักฐานเพิ่มเติมว่าทั้ง 2 ขบวนการนี้มีผู้บงการใหญ่หรือต้นทางเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ หากพบว่าเชื่อมโยงชัดเจนจะรวมสำนวนส่งให้ดีเอสไอดำเนินการเป็นคดีพิเศษทันที

ส่วนผู้ใช้บัญชีแชต "Rose Rose" ที่ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานผู้รับหิ้ว ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวตนแล้ว แต่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและเชื่อว่าเป็นเพียงระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ผู้บงการสูงสุด

ในส่วนของคดีนางสาวมีนา ป.ป.ส. ยืนยันทำงานอย่างตรงไปตรงมาเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทุกมิติ ไม่ใช่การช่วยเหลือผู้ต้องหา โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ทางการออสเตรเลียเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียได้แสดงความพึงพอใจต่อการทำงานและการยกระดับการตรวจค้นสัมภาระที่สนามบินของไทยเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้ ป.ป.ส. และ ดีเอสไอ ได้ออกโรงเตือนประชาชนทุกคน "อย่ารับจ้างหิ้วกระเป๋าหรือส่งพัสดุให้คนแปลกหน้าโดยเด็ดขาด" แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าไม่ทราบว่ามีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ภายในก็ตาม เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายยาเสพติด ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตทั้งในและต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลทลายขบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเพื่อกวาดล้างผู้บงการตัวจริงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...