โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รองโฆษก กอ. รมน. ภาค 4 สน. แถลงผลปฏิบัติงาน 2 เดือน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย

The Reporters

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รองโฆษก กอ. รมน. ภาค 4 สน. แถลงผลปฏิบัติงาน 2 เดือน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายผู้ก่อเหตุรุนแรงและเครือข่ายยาเสพติดต่อเนื่อง ย้ำ ยึดหลักกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (6 ก.ค. 69) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง ภายใต้หลักนิติธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน และการใช้พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง

ตลอดช่วงสองเดือนที่ผ่านมา พบเหตุการณ์ด้านความมั่นคงรวม 27 เหตุการณ์ ประกอบด้วยเหตุลอบยิง 10 เหตุ ลอบวางระเบิด 14 เหตุ และลอบวางเพลิง 3 เหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 33 ราย โดยเป้าหมายของผู้ก่อเหตุยังคงมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่

แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจะยังคงพยายามสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่จากการบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถลดขีดความสามารถของเครือข่ายผู้ก่อเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ติดตามบังคับใช้กฎหมาย 28 ครั้ง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 22 ราย เกิดการตอบโต้กับผู้ก่อเหตุหลายครั้ง ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 3 ราย และตรวจยึดอาวุธปืนได้ 4 กระบอก ซึ่งล้วนเป็นผลจากการปฏิบัติเชิงรุก การสืบสวน และการขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามสำคัญที่เชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 167 คดี ผู้ต้องหา 201 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 4,875,076 เม็ด ไอซ์ 512 กิโลกรัม เฮโรอีน 16 กรัม และคีตามีน 10.74 กรัม สะท้อนถึงความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการสกัดกั้นของทุกหน่วยงานที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังเปิดเผยถึงผลการคลี่คลายคดีสำคัญหลายคดี อาทิ การจับกุมผู้ก่อเหตุที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา การวิสามัญผู้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานี พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่เชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงหลายคดี รวมทั้งการขยายผลจนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน สถานีขนส่งผู้โดยสาร และเหตุการณ์ความรุนแรงอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์ DNA และพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ประกอบการดำเนินคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ผลการดำเนินงานยังสะท้อนผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำพิพากษาคดีความมั่นคงแล้ว 50 คดี รวมจำเลย 78 ราย ประกอบด้วยโทษจำคุกตลอดชีวิต 10 ราย จำคุกไม่เกิน 50 ปี 63 ราย และยกฟ้อง 5 ราย แสดงให้เห็นถึงการดำเนินคดีบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ตามกระบวนการยุติธรรม และทำให้ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ก่อเหตุรุนแรง ผู้ให้การสนับสนุน และผู้กระทำผิดทุกคนอย่างเสมอภาค ภายใต้หลักนิติธรรม การเคารพสิทธิมนุษยชน และความโปร่งใส พร้อมสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน

พร้อมกันนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแส และสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าทุกข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ในการป้องกันเหตุ ติดตามผู้กระทำผิด และสร้างความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...