'พท.' หนุนมติวิปรัฐบาล เห็นชอบร่างนิรโทษกรรม ตาม สว. แก้ไข
ที่รัฐสภา นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงมติวิปรัฐบาลที่ให้เห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่วุฒิสภาแก้ไขและส่งกลับมายังสภาฯ ว่า เป็นความเห็นตรงกัน หลังจากที่ได้ถกเถียงถึงเนื้อหาที่ สว. แก้ไขในประเด็นนิรโทษมาตรา 112 โดยหลายคนให้ความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นร่างที่ส่งมาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมตรี เป็นผู้เสนอ ดังนั้น มติวิปรัฐบาลจึงเห็นควรให้ยืนตามแนวทางที่วุฒิสภาแก้ไข และมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา และเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯในวันที่ 8 ก.ค. ก็จะโหวตเลย เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล จะเอามติของวิปรัฐบาลไปพูดคุยในที่ประชุมพรรคแต่ละพรรคในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ก.ค.)
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะเห็นตามมติของวิปรัฐบาลหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นต่างในมุมเล็กๆ แต่เชื่อว่าจากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ที่อยากเห็นคนหลายกลุ่ม หลายสี ได้กลับมาสามัคคีกันและมีการนิรโทษในกลุ่มคนเหล่านี้ ประมาณ 6,000 กว่าคน ประมาณ 4 ล้านกรณี และหากมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา จะทำให้คนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมต้องรอไปก่อน ดังนั้น ทางพรรคเพื่อไทยมองว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสภาไปแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณารอบด้านในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ถือว่าความคิดเห็นตกผลึกแล้ว เมื่อส่งไปที่วุฒิสภาและสว.ให้ความเห็น เมื่อสว.ให้ความเห็นต่างจากสส. เมื่อส่งกลับมาตนมองว่าไม่จำเป็นตั้งกรรมาธิการร่วมอีกแล้ว
นางมนพร กล่าวว่า แม้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข สภาฯ ซึ่งเป็นกมธ.สัดส่วนเพื่อไทย เสนอให้เพิ่มเนื้อหาในมาตรา 11 ให้มีกลไกดูแลผู้กระทำผิดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อาจไม่ได้รับการนิรโทษตามพ.ร.บ.นี้ แต่สว.ได้เพิ่มข้อความว่า ห้ามนำมาบังคับใช้กับการกระทำความผิดมาตรา 112 ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ติดใจ เพราะถือว่ามีกลไลของศาลเยาวชนและครอบครัว และกฎมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ดูแลคนกลุ่มดังกล่าว