โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกใหม่สหรัฐฯ-จีน เจ้าแห่ง “สายเคเบิลใต้น้ำ” ครองที่ 1 ครองโลกอย่างไร?

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทำไมสายเคเบิลเหล่านี้จึงมีความสำคัญ และคนที่ถือครองที่หนึ่งในการเป็นเจ้าแห่งสายเคเบิลใต้น้ำจะสามารถครองโลกได้อย่างไร Spotlight ชวนหาคำตอบ

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนานหลายปี โดยทั้งสองมหาอำนาจล้วนแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งในด้านการค้ามาโดยตลอด และสินค้าหลายประเภทก็ตกเป็น “การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์” ซึ่งนอกจากต้องแย่งกันครองความเป็นที่หนึ่งในด้านตัวเลข ยังหมายถึงความเป็นที่หนึ่งในด้านความมั่นคงอีกด้วย

และหลังจากการแข่งขันด้านเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี 5G สมรภูมิใหม่ของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน กำลังก่อตัวขึ้นใต้มหาสมุทร นั่นคือ “สายเคเบิลใต้น้ำ” (Undersea Cables)

สายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ทอดยาวอยู่ใต้พื้นมหาสมุทรเหล่านี้ ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลระหว่างทวีปด้วยความเร็วหลายเทราบิตต่อวินาที และเป็นเส้นทางลำเลียงข้อมูลถึงร้อยละ 99 ของปริมาณข้อมูลทั่วโลก

ทำไมสายเคเบิลเหล่านี้จึงมีความสำคัญ และคนที่ถือครองที่หนึ่งในการเป็นเจ้าแห่งสายเคเบิลใต้น้ำจะสามารถครองโลกได้อย่างไร Spotlight ชวนหาคำตอบ

สายเคเบิลใต้น้ำสำคัญอย่างไร

เดิมที โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเพียงระบบโทรคมนาคมที่เป็นกลาง แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็น สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญในการแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยถ้าหากสรุปแบบคร่าว ๆ ก็จะได้ความสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำทั้งหมด 5 ประการ ได้แก่

  • เป็นเส้นทางส่งข้อมูลเกือบทั้งหมดของโลกข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั่วโลกประมาณ 99% ไม่ได้ส่งผ่านดาวเทียม แต่ส่งผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ทอดอยู่ใต้ทะเล เช่น การใช้งานเว็บไซต์ อีเมล วิดีโอคอล การสตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย
  • เป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัลธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ การซื้อขายหุ้น การโอนเงิน ระบบ Cloud และ Data Center ต่างอาศัยสายเคเบิลใต้น้ำ หากสายเคเบิลขัดข้อง อาจกระทบต่อระบบการเงินและธุรกิจทั่วโลก
  • เร็วกว่าและรองรับข้อมูลได้มากกว่าดาวเทียมสายไฟเบอร์ออปติกใต้น้ำส่งข้อมูลได้ระดับ เทราบิตต่อวินาที ขณะที่ดาวเทียมมีความหน่วง (Latency) สูงกว่าและรองรับปริมาณข้อมูลได้น้อยกว่า จึงใช้ดาวเทียมเฉพาะพื้นที่ห่างไกลเป็นหลัก
  • เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปัจจุบันหลายประเทศมองว่าสายเคเบิลใต้น้ำเป็น "โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์" เพราะหากถูกตัด ถูกดักฟัง หรือถูกควบคุม อาจส่งผลกระทบต่อการสื่อสารของรัฐบาล กองทัพ และเศรษฐกิจของทั้งประเทศ
  • ยิ่ง AI เติบโต ความสำคัญก็ยิ่งเพิ่มขึ้นการพัฒนา AI, Cloud Computing และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทำให้ต้องส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลระหว่างประเทศ จึงต้องลงทุนวางสายเคเบิลใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บาร์ต โฮเกอวีน นักวิจัยอาวุโสและผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (ASPI) กล่าวว่า ความสำคัญของสายเคเบิลใต้น้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ และภาคการเงินโลก ทำให้ความต้องการในการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีเสถียรภาพเพิ่มสูงขึ้น

เขาระบุว่า ผู้ที่สามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเหล่านี้ได้ ย่อมมีอิทธิพลต่อการใช้งาน ว่าใครจะเข้าถึงได้ ภายใต้เงื่อนไขใด และมีต้นทุนเท่าใด ขณะที่หลายประเทศเริ่มวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลจากต่างชาติและการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอื่น

พัฒนาการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสายเคเบิลใต้น้ำกำลังถูกดึงเข้าสู่การแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจอย่างชัดเจน โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานสายเคเบิลใต้น้ำ ขณะที่จีนยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายสายเคเบิลทั่วโลกผ่านโครงการที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ Digital Silk Road

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์สายเคเบิลใต้น้ำได้รับความเสียหายในบริเวณรอบไต้หวันและทะเลบอลติก รวมถึงความพยายามของหลายประเทศในการยกระดับการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล ทำให้อุตสาหกรรมที่เคยไม่เป็นที่จับตามอง กลายเป็นประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

แข่งวางสายเคเบิลใต้น้ำ รองรับโลกดิจิทัล

สายเคเบิลใต้น้ำได้รับการขนานนามว่าเป็น "กระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ตโลก" โดยองค์การโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ระบุว่า สายเคเบิลเหล่านี้รองรับการรับส่งข้อมูลของโลกถึงร้อยละ 99 ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เว็บไซต์ การประชุมทางวิดีโอ หรือบริการออนไลน์ต่าง ๆ

เมื่อข้อมูลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคงถูกส่งผ่านสายเคเบิลเหล่านี้มากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงแห่งชาติ และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของแต่ละประเทศ

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความต้องการใช้งานสายเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่าที่เคย

เอริน เมอร์ฟี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียของบริษัทที่ปรึกษา Redpoint Advisors และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายอินโด-แปซิฟิกของบรรษัทเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US International Development Finance Corporation) กล่าวว่า ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19

เธอมองว่า การปฏิวัติด้าน AI และเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคต จะยิ่งผลักดันให้เกิดการลงทุนวางสายเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้น และทำให้การแข่งขันเพื่อครอบครองโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเลทวีความเข้มข้นมากกว่าเดิม

ด้านริชาร์ด มาร์ลส์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย กล่าวระหว่างการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า สายเคเบิลใต้น้ำเปรียบเสมือน "เส้นเลือดใหญ่ของอารยธรรมยุคใหม่" พร้อมเตือนว่า พื้นทะเลกำลังกลายเป็น "สมรภูมิแห่งใหม่" หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะที่เฮือง เลอ ทู รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชีย-แปซิฟิกของ International Crisis Group ระบุว่า ประเทศที่สามารถครอบงำหรือควบคุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเหล่านี้ได้ จะมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์เหนือประเทศอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น การเป็นเจ้าแห่งสายเคเบิลใต้น้ำจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมประเภทนี้ หรือเทคโนโลยีประเภทนี้อย่างเดียว แต่ยังหมายถึงเป็นการกุม "เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก" เพราะผู้ที่มีบทบาทในการสร้าง ลงทุน หรือควบคุมโครงข่ายสายเคเบิล ย่อมมีอิทธิพลต่อการไหลเวียนของข้อมูล การค้า การเงิน การสื่อสาร และบริการดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้คนและธุรกิจทั่วโลก

https://www.channelnewsasia.com/east-asia/us-china-strategic-rivalry-undersea-cables-6230026

https://en.wikipedia.org/wiki/Submarine_communications_cable?utm_source=chatgpt.com

https://atlasinstitute.org/weaponized-connectivity-political-risk-and-the-security-of-global-undersea-cables/?utm_source=chatgpt.com

https://www.itu.int/en/mediacentre/backgrounders/Pages/submarine-cable-resilience.aspx?utm_source=chatgpt.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...