โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เบนซินแสนจะแพง เติมเบนซินชนิดไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด?

Car2day

อัพเดต 17 ต.ค. 2566 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2565 เวลา 11.26 น. • Car2Day

น่าจะเป็นปัญหาแสนปวดหัวของผู้ใช้รถที่เติมเชื้อเพลิงเบนซินทุกวันนี้ เนื่องด้วยราคาเชื้อเพลิงนั้นพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดหย่อนในแต่ละวัน ดังนั้นเราจึงต้องมาหาทางออกให้กับกระเป๋าเงินของเราด้วยการหาความคุ้มค่าในการเติมน้ำมันเบนซินแต่ละชนิด

ทุกวันนี้มีเบนซินหลายชนิดมากมายที่พร้อมออกจากหัวจ่ายเข้ามาสู่ถังน้ำมันรถของคุณ โดยชนิดของเบนซินที่นิยมในปัจจุบันนั้นมีได้แก่ เบนซิน 95, แก๊สโซฮอล์ 95, E20, และ E85

เอาล่ะก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่ารถของคุณนั้นรองรับเบนซินชนิดใดได้บ้าง ถ้ารถของคุณไม่ได้ถูกระบุมาว่าสามารถเติมเบนซินได้หลายชนิด คุณก็คงไม่มีทางเลือกอื่น แต่ถ้าหากรถของคุณนั้นระบุว่าสามารถเติมได้ตั้งแต่เบนซินยัน E85 โอเค… คุณโชคดีกว่าคนอื่นที่มีสิทธิเลือกเติมน้ำมันที่คุ้มค่าในการจ่ายเงิน

ที่มาภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

สำหรับเบนซินที่ใช้ในบ้านเรานั้น มันจะมีทั้งเบนซินเพียวๆ และเบนซินที่ผสมเอทานอลเข้ามา ซึ่งก็คือพวกแก๊สโซฮอล์ทั้งหลายและ E20 กับ E85 โดย แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 จะมีส่วนผสมของเอทานอลอยู่ 10% ในขณะที่ E20 นั้นก็จะมีเอทานอลผสมอยู่ตามตัวเลขคือ 20% และ E85 ผสมอยู่ 85%

เอทานอลนั้นคือเชื้อเพลิงชีวภาพที่ถูกผสมเข้ามาเพื่อลดการปลดปล่อยโมเลกุลคาร์บอน หรือก็คือลดการปลดปล่อยมลภาวะ อย่างไรก็ตามเอทานอลซึ่งเป็นแอลกอฮอล์นั้นมีค่าความหนาแน่นของพลังงานน้อยกว่าเบนซิน นั่นทำให้รถนั้นต้องใช้ปริมาณเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นมาเพื่อชดเชยพลังงานที่หายไป เป็นเหตุให้เบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลมาก รถก็จะกินน้ำมันมากขึ้นตาม

หากเราเปรียบเทียบค่าความหนาแน่นของพลังงานของเชื้อเพลิงในแต่ละชนิด เบนซินนั้นจะมีความหนาแน่นของพลังงานที่ 34.2 MJ/l หรือคิดเป็น 100% แก๊สโซฮอล์ 95 ที่มีเอทานอลผสมอยู่ 10% พลังงานจะหายไปเหลือ 33.18 MJ/l หรือเหลือประมาณ 97% E20 ค่าพลังงานจะยิ่งลดลงเหลือ 32.16 MJ/l หรือประมาณ 94% และ E85 ที่มีค่าพลังงาน 25.65 MJ/l ก็จะมีค่าพลังงานคิดเป็น 75% ของเบนซินเท่านั้น

เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบายจะขอใช้เปอร์เซ็นต์ค่าพลังงานที่หายไปเท่ากับเปอร์เซ็นต์ปริมาณน้ำมันที่ต้องใช้เพิ่ม หากเดิมทีคุณเติมแก๊สโซฮอล์ 95 แล้วต้องการเปลี่ยนมาลองใช้ E20 นั่นหมายความว่าหากคุณเคยเติมน้ำมัน 1 ลิตร และขับรถไปได้ระยะทาง 10 km คุณจะต้องใช้ E20 1.03 ลิตร หรือเพิ่มขึ้น 3% เพื่อที่จะขับให้ได้ระยะทางเท่าเดิม เมื่อลองมาคำนวณกับราคาน้ำมันแต่ละชนิด กลับกลายเป็นว่าคุณแทบไม่ได้เติมน้ำมันด้วยราคาที่ถูกลงจากการเปลี่ยนมาใช้ E20 เลย

ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้หากคุณต้องการเลือกน้ำมันที่คุ้มค่าต่อการจ่ายมากที่สุด อย่างแรกคุณต้องหาอัตราสิ้นเปลืองของรถตัวเองออกมาก่อน ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะมีตัวแปรมากมายที่มีผลต่ออัตราสิ้นเปลืองอย่าง สภาพแวดล้อม พฤติกรรมการขับขี่ และความเสื่อมสภาพของรถ แต่คุณสามารถแบ่งได้คร่าวๆ เป็นการขับขี่ในเมืองที่ขับๆ ติดๆ กับการขับขี่นอกเมืองที่รถวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอ

เมื่อได้อัตราสิ้นเปลืองมาแล้ว คุณก็นำค่าที่ได้มาคำนวณเข้ากับราคาน้ำมันแต่ละชนิดซึ่งมันจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน นั่นจะช่วยบอกคุณคร่าวๆ ได้ว่า คุณควรเลือกน้ำมันชนิดใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...