โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวใหญ่ฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร แต่สุดท้ายถอนไม่ได้

มุมข่าว

อัพเดต 31 ต.ค. 2565 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2565 เวลา 08.01 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สาวใหญ่ฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร แต่สุดท้ายถอนไม่ได้

จากกรณีลูกชายของผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า แม่ไม่สามารถที่จะถอนเงินจำนวนกว่า 1 หมื่นบาท จากธนาคารนครหลวงไทย สาขาจังหวัดยโสธร ได้เนื่องจากแม่ของตนได้ไปเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินเอาไว้กับธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร เมื่อหลายปีก่อน

และไม่เคยฝากเงินเพิ่มหรือถอนเงินที่ฝากเอาไว้แต่อย่างใด จนกระทั่งแม่เดินทางจะไปขอถอนเงินกับธนาคารกับไม่สามารถถอนได้ โดยทางธนาคารอ้างว่าไม่มีฐานข้อมูลของแม่ตน จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆได้

นางสำราญ ศักดิ์ศรี อายุ 59 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยนางสำราญฯ ได้นำสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร มาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งในสมุดบัญชีเงินฝากมียอดเงินคงเหลือ จำนวน 10,606.73 บาท

นางสำราญ ศักดิ์ศรี เล่าว่า ตนได้ไปเปิดบัญชีธนาคารเงินฝากกับธนาคารนครหลวงไทย สาขายโสธร เมื่อประมาณต้นปี 2550 พร้อมกับฝากเงินเอาไว้จำนวนกว่า 2 หมื่นบาท จากนั้นก็ไม่ได้ไปฝากเพิ่มหรือถอนเงินออกจากบัญชีแต่อย่างใด

เนื่องจากตนลืมไปว่ามีบัญชีของธนาคารนครหลวงไทย จนกระทั่งผ่านไปนานหลายปีและเมื่อประมาณเดือนที่ผ่านมาตนไปค้นเจอสมุดบัญชีธนาคารนครหลวงไทย อยู่ในบ้านและเห็นว่ามียอดเงินคงเหลืออยู่จึงนำสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปติดต่อกับธนาคารเพื่อจะขอถอนเงินออก

แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าบัญชีดังกล่าวถูกระงับแล้วและไม่มีฐานข้อมูลในระบบแต่อย่างใดจึงไม่สามารถที่จะถอนเงินดังกล่าวได้ เนื่องจากธนาคารนครหลวงไทย ได้ยุบรวมเป็นธนาคารธนชาตแล้วในปัจจุบัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เจาะสมุดบัญชีธนาคารเงินฝากของตนทันที ตนเห็นว่าไม่สามารถถอนเงินได้จึงเดินทางกลับบ้านทันทีและได้โทรศัพท์ไปเล่าให้ลูกชายที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดฟัง ลูกชายจึงได้โทรศัพท์ไปร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนกับทางธนาคารด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...