จับตา MAKRO คาดดีขึ้น Q2/65 'เมย์แบงก์' แนะซื้อ รับการเติบโตในปี 66
#MAKRO #ทันหุ้น - บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่องหุ้น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เริ่มต้นใหม่กับขนาดธุรกิจใหญ่ขึ้น จากการซื้อโลตัสในไทยและมาเลเซียจาก CPALL (ราคาปิด 65 บาท ราคาเป้าหมาย 79 บาท) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ส่งผลให้รายได้ EBITDA และความสามารถในการสร้างกำไรของ MAKRO เพิ่มเป็นสองเท่า อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานปี 2565 จะไม่สดใสนักเนื่องจาก opex และต้นทุนทางการเงินที่สูง และการฟื้นตัวช้าของกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต ส่งผลให้ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ MAKRO ได้รับผลกระทบ ซึ่งเห็นได้ชัดใน Q1/65 ที่กำไรหลักลดลง 12.5%QoQ ดังนั้นในระยะสั้นราคาหุ้นของ MAKRO จึงมีแนวโน้มที่จะ Underperform อย่างไรก็ดี คาดว่าการเติบโตจะกลับมาชัดเจนอีกครั้งในปลายปีนี้ จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 44.1 บาท, WACC 8.01%, G 2% ซึ่งต่ำกว่าครั้งก่อนเนื่องจากการรวมงบการเงินของโลตัส ราคาหุ้นปัจจุบันนับว่าน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ผลประกอบการ Q1/65 ชะลอตัว ยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 10.8% QoQ เป็น 1.11 แสนล้านบาท แม้จะรวมผลการดำเนินงาน 90 วันของโลตัส (68 วันใน Q4/64) ฐาน SSSG เฉลี่ยอยู่ที่ +1% สำหรับ MAKRO และ -1.2% สำหรับโลตัส ซึ่งกดดันจากยอดขายในมาเลเซีย (MY) หดตัว 7.9% โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 12.9% เทียบกับ 13.1% ใน Q4/64 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงของโลตัส ขณะที่ opex เพิ่มขึ้น 14% QoQ (หรือคิดเป็น 13.1% ของรายได้) จากค่าใช้จ่ายในการรีแบรนด์ ต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้น (เกี่ยวกับด้าน IT) การปิดสาขา และ opex ของโลตัสสูงขึ้น ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายค่อนข้างสูง (1.4 พันล้านบาทหรือ 1.34% ของรายได้) เพิ่มขึ้น 30.2% QoQ เนื่องจากการชำระหนี้โดยใช้เงินทุนจากการ PO ล่าช้าเป็น Q2/65 ส่งผลให้กำไรหลักของ MAKRO ลดลง 12.5% QoQ เป็น 2.1 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าน่าผิดหวัง
คาดตั้งแต่ Q2 เป็นต้นไป แนวโน้มจะดีขึ้น ผู้บริหารเผยว่าแม็คโครและโลตัสมียอดขายที่แข็งแกร่งในเดือนเม.ย. โดยแม็คโครจะมีผลการดำเนินงานที่ดีไปจนถึงเดือน พ.ค. แต่ยอดขายของโลตัสอาจอ่อนตัวลงในเดือน พ.ค.เนื่องจากหมดช่วงวันหยุดยาว และอัตราเงินเฟ้อเริ่มส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ อย่างไรก็ดี คาดว่าการดำเนินงานในมาเลยเซียจะดีขึ้นหลังจากที่ประชาชนมีการถอนเงินจากกองทุนเงินบำนาญมาใช้จ่าย ส่วน Opex จะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากต้นทุนการรีแบรนด์ยังคงมีอยู่ แต่ดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะลดลงหลังจากการชำระหนี้ระยะยาวบางส่วน (1.55 แสนล้านบาท) สินทรัพย์ทางการเงิน ณ สิ้น Q1/65 อยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท การรีแบรนด์ตั้งเป้าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้
เดินหน้าขยายธุรกิจ ปัจจุบัน MAKRO มีหลายช่องทางที่จะเติบโตต่อไปผ่านการขยายธุรกิจ ในธุรกิจแบบขายส่งในไทย ไฮเปอร์มาร์เก็ต/ซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ธุรกิจขายส่งในต่างประเทศ เช่น อินเดีย กัมพูชา เมียนมาร์ และจีน รวมทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต/ซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ ถือเป็นศักยภาพการเติบโตใหม่ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ
อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1