โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กะเหรี่ยงอยู่ไหน? ไทยอยู่นั่น แยกกันมิได้ / สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 เม.ย. 2565 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2565 เวลา 06.00 น.

สุจิตต์ วงษ์เทศ

กะเหรี่ยงอยู่ไหน?

ไทยอยู่นั่น แยกกันมิได้

ความเป็น “คน” มาก่อนความเป็น “ไทย”

“คน” เป็นของจริง “ไทย” เป็นสมมุติ (ชื่อสมมุติ)

กะเหรี่ยงกับไทยเคยมีบรรพชนอยู่ร่วมกันบริเวณ “โซเมีย” ทางตอนใต้ของจีน มากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว หรือก่อน พ.ศ.500

ครั้งนั้นถูกจีนเรียกเหมารวมอย่างเหยียดหยามให้เป็นพวกไม่ใช่คน ด้วยคำจีนว่า “เยว่” แปลว่า เถื่อน, ป่าเถื่อน ซึ่งมีมากเป็นร้อยๆ จำพวกจึงถูกจีนเรียก “ไป่เยว่”

บรรพชนบนที่สูงของกะเหรี่ยงและไทยคือเยว่ (ออกเสียงคล้ายเยวี่ย, เหวียด, เหยอะ, แหยะ, แย้ ฯลฯ) เป็นชื่อรวมๆ ที่จีนเรียกคนหลายชาติพันธุ์นับไม่ถ้วน ประกอบด้วยคนต่างภาษาที่พูดตระกูลภาษาต่างๆ ตามชื่อสมมุติที่ถูกสร้างใหม่ ได้แก่ จีน-ทิเบต, ทิเบต-พม่า, ม้ง-เมี่ยน, มอญ-เขมร, ชวา-มลายู, ไท-ไต หรือ ไท-กะได เป็นต้น

ไท-ไต หรือ ไท-กะได ชื่อสมมุติเรียกตระกูลภาษาซึ่งเป็นต้นตอหรือรากเหง้าภาษาไทย (ในประเทศไทยทุกวันนี้) มีข้อมูลเกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

สมัยนั้นคนพูดภาษาตระกูลไท-ไตทางตอนใต้ของจีนบริเวณโซเมียไม่เรียกตนเองว่าไทย แต่เรียกตนเองตามชื่อทางวัฒนธรรมเป็นกลุ่มๆ ตามที่เลือกสรรกันเอง ได้แก่ ต้ง, จ้วง, นุง, สุ่ย, หลี, ปู้ยี, มู่หล่าว, เหมาหนาน, ผู้ไท เป็นต้น

[เยว่ร้อยเผ่า หรือเยว่ร้อยจำพวก เป็นพวก “ไม่ฮั่น” พบหลักฐานสนับสนุนหลายอย่าง ได้แก่ เอกสาร, เครื่องมือเครื่องใช้ทำจากทองสำริด, พิธีกรรมความเชื่อจากภาพเขียนบนเพิงผาและอื่นๆ แต่จำเพาะเอกสารจีนโบราณชื่อ “หมานซู” (แต่งเป็นภาษาจีน พ.ศ.1410) บอกเล่าว่าคนพื้นเมืองป่าเถื่อนหลายจำพวกซึ่งไม่ใช่ฮั่นอยู่ทางใต้ของจีนตั้งแต่ทางใต้แม่น้ำแยงซีถึงฝั่งทะเลสมุทร (จากหนังสือหมานซู จดหมายเหตุพวกหมาน ของ ฝันฉัว กรมศิลปากร ให้ผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนโบราณแปลเป็นภาษาไทย แล้วพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2512) เท่ากับเป็นที่รู้กันนับพันปีแล้วว่าทางใต้ของจีนล้วน “ไม่ฮั่น” หมายถึงเป็นหลักแหล่งของคนหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ซึ่งล้วนไม่ใช่จีน]

บรรดา “เยว่” ร้อยจำพวกพากันตอบโต้จีนว่าเขาไม่ใช่พวกเถื่อน แต่ “กูเป็นคน” ด้วยถ้อยคำของใครของมัน ได้แก่

กะเหรี่ยงมีคำว่า “ปกาเกอะญอ” แปลว่าคน, ไทยมีคำว่า “ไท” หรือ “ไต” แปลว่าคน

บรรพชนบนที่สูงของกะเหรี่ยงและไทย

กะเหรี่ยงพูดตระกูลภาษาทิเบต-พม่า (Tibeto-Burman) เป็นประชากรเก่าแก่ดั้งเดิมกลุ่มหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว

มอญเรียก “กะเรง” ไทยเรียกตามคำมอญด้วยการกลายเสียงว่า “กะเหรี่ยง” (บางกลุ่มทางราชบุรี-เพชรบุรี เรียก “กะหร่าง”) ชาวล้านนาเรียก “ยาง”

หลักแหล่งดั้งเดิมอยู่บริเวณ “โซเมีย” ทางตอนใต้ของจีน (ใต้แม่น้ำแยงซีหรือทางตอนเหนือของอุษาคเนย์โบราณ เช่นเดียวกับคนกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ มอญ, เขมร, พม่า, ลาว, เวียดนาม, ไทย ฯลฯ) โดยเคลื่อนไหวโยกย้ายไปมาถึงลุ่มน้ำสาละวินในพม่า และบริเวณเทือกเขาพรมแดนพม่า-ไทย

[โซเมีย เป็นชื่อดินแดนที่มีทิวเขาสลับซับซ้อนผืนใหญ่กลางทวีปเอเชีย บนดินแดนเทือกเขานี้มีที่ราบหุบเขากระจายอยู่ทั่วไปทั้งขนาดใหญ่และน้อยอันเป็นที่ตั้งของชุมชนเมือง ซึ่งบางแห่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐใหญ่อื่น บางแห่งเป็นอิสระในตัวเอง บางแห่งแม้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐใหญ่ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติกลับมีอิสระปกครองและดำเนินความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วยตนเอง วิลเลม ฟาน สเคนเดิล (Willem van Schendel) ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม สมมุติชื่อว่า Zomia สรุปจากคำอธิบายหลายแห่งของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เช่น จากหนังสือความไม่ไทยของคนไทย (พ.ศ. 2559) และในเล่มอื่นๆ]

กะเหรี่ยงกับไทยอยู่ที่นี่

ส่วนคำว่า ไท หรือ ไต แปลว่า คน หรือ ชาว เช่น ไทพวน แปลว่า คนพวน หรือ ชาวพวน, ไตลื้อ แปลว่า คนลื้อ หรือ ชาวลื้อ (ข้อมูลรายละเอียดมีอีกมากในหนังสือความเป็นมาของคำสยามฯ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ โครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2519) คำว่า ไต มีใช้ในภาษาเขมร พบในจารึกพิมาย แปลว่าคน แต่มีฐานะทางสังคมต่ำลงหมายถึงคนที่เป็นทาส

คนพูดตระกูลภาษาไท-ไตและกะเหรี่ยง รวมทั้งคนหลากหลายชาติพันธุ์บริเวณโซเมียต่อไปข้างหน้าจะมีความเคลื่อนไหวโยกย้ายไปมาหลายทิศทางตามเส้นทางการค้าภายใน กระทั่งลงไปตั้งหลักแหล่งมีอำนาจทางภาษาและวัฒนธรรมอยู่ร่วมกับคนในตระกูลภาษาอื่นๆ เช่น ชวา-มลายู, มอญ-เขมร, ทิเบต-พม่า เป็นต้น ครั้นนานไปได้กลายตนแล้วเรียกตนเองด้วยชื่อสมมุติใหม่ว่าไทย

ส่วนกะเหรี่ยงตั้งหลักแหล่งกระจายอยู่ในหุบเขาทางตะวันตกของไทย พรมแดนพม่า-ไทย โดยพบหลักฐานตามรายทาง ได้แก่ หม้อสามขา, กลองทอง (มโหระทึก), วงตีไก่

หม้อสามขา บริเวณโซเมีย-ที่ราบในหุบเขาสูงทางตอนใต้ของจีนอยู่ใกล้ชิดวัฒนธรรมฮั่น ดังนั้น บางส่วนถูกผนวกเป็นจีน แต่บางส่วนแม้อยู่เป็นเอกเทศก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วยอมอยู่ในอำนาจของจีนทั้งทางสังคม-วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ-การเมือง

การติดต่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมฮั่นของคนชาติพันธุ์ต่างๆ ในโซเมีย ซึ่งรวมถึงคนในตระกูลไท-ไต มีหลักฐานสำคัญ คือ ภาชนะดินเผามีสามขา หรือหม้อสามขา (อายุหลายพันปีมาแล้ว) พบครั้งแรกในจีน ถูกนักโบราณคดีจีนขุดพบในหลุมฝังศพ (จากหนังสือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ของ ชิน อยู่ดี กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2510 หน้า 42-47)

ส่วนในประเทศไทยพบครั้งแรกที่บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากการขุดค้นในหลุมศพโดยคณะสำรวจเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ไทย-เดนมาร์ก (เมื่อ พ.ศ.2503-2505) หลังจากนั้นพบทั่วไปทาง จ.สุพรรณบุรี และอื่นๆ กระจายกว้างขวางในชุมชนดั้งเดิมบริเวณที่ราบเชิงเขาทางตะวันตกตั้งแต่ภาคเหนือของไทย แล้วแผ่ทอดยาวผ่านภาคกลางลงไปภาคใต้ตลอดคาบสมุทรมลายู

ลักษณะของหม้อสามขาเหล่านี้ตรงกับภาชนะดินเผามีสามขาอายุราว 3,000 ปีมาแล้วในวัฒนธรรมลุงชานของจีนบริเวณลุ่มน้ำฮวงโห (จีนเรียกวัฒนธรรมหลงซาน-Longshan culture) เป็นหลักฐานยืนยันว่ากลุ่มชนชาติพันธุ์ต่างๆ ในไทยกับในจีนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว มีการติดต่อสังสรรค์สัมพันธ์กันตามเส้นทางการค้าตั้งแต่ลุ่มน้ำฮวงโห ผ่านลุ่มน้ำแยงซีบริเวณ “โซเมีย” (ซึ่งเป็นที่ราบในหุบเขาสูงทางตอนใต้ของจีน) ลงไปลุ่มน้ำโขง, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อเนื่องถึงคาบสมุทรมลายู

หม้อสามขาเป็นเครื่องเซ่นผีเพื่อแสดงฐานะทางสังคมของคนตายผู้เป็นชนชั้นนำระดับหัวหน้าเผ่าพันธุ์ที่ฝังในหลุมดิน ดังนั้น เมื่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์ตายก็เอาหม้อสามขาฝังรวมในหลุมฝังศพ เพื่อใช้งานในโลกต่างมิติตามความเชื่อเรื่องขวัญทางศาสนาผี

กลองทอง (มโหระทึก) หมายถึงกลองสำริด ราว 2,500 ปีมาแล้ว ใช้ประโคมงานศพและพิธีกรรมสำคัญของเผ่า นอกจากนั้นยังสืบเนื่องเทคโนโลยีผลิตกลองทองจนปัจจุบัน

วงตีไก่ คูน้ำคันดินล้อมรอบรูปวงกลม (ไม่สม่ำเสมอ) จัดเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิธีกรรมหลังความตาย เช่น ที่ฝังศพ เป็นต้น ต่อไปข้างหน้าจะเป็นส่วนหนึ่งของเมือง •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...