แม่ตร.หญิงเปิดใจ ลูกถูกกดดัน ท่าลุกหมอบทำอาการหนัก ไม่ขวางถ้าอยากเป็นตำรวจต่อ
แม่ตร.หญิงเปิดใจ ลูกถูกกดดัน ท่าลุกหมอบทำอาการหนัก ไม่ขวางถ้าอยากเป็นตำรวจต่อ เพื่อนเล่าโทร.มาปรึกษา ระบายปัญหาให้ฟังตลอด
จากกรณี น้องซาน่า ตำรวจหญิงยศ ส.ต.ต. ได้โพสต์ภาพขณะรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ พร้อมเล่าถึงอาการป่วยของตัวเอง หลังเกิดอุบัติเหตุถูกเตะศีรษะในค่าย เมื่อรักษาตัวแล้วได้ถูกให้กลับไปฝึกอีกครั้ง ปรากฏว่าถูกครูฝึกทำโทษหนัก พูดทำร้ายจิตใจ จนกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จากนั้น ระบุว่า บันทึกสำนวนที่เคยเขียนไว้ 7 แผ่น มีเนื้อหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เก็บไว้ในแฟ้ม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.67 ที่โรงพยาบาลตำรวจ แม่น้องซาน่า พร้อมกับคุณมะนาว (นามสมมติ) เปิดเผยถึงอาการป่วยของลูกสาวว่า อาการป่วยของน้องเกิดขึ้นหลังเข้ารับการฝึกอบรมตำรวจอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้น้องเป็นคนร่าเริง เรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ส่วนเรื่องดังกล่าวแม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย จนกระทั่งไปเจอน้องที่โรงพยาบาลและรู้ว่าความเห็นของแพทย์ไม่ตรงกัน จึงพาน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยต้องมีการดูแลต่อเนื่อง โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางให้การดูแลเป็นอย่างดี
จากที่พูดคุยกับลูกเล่าให้ฟังว่า หลังบรรจุเข้ารับราชการตำรวจก็ถูกส่งไปฝึกอบรมตามโครงการต่างๆ โดยหลักสูตรมีการรับน้อง ส่วนเหตุการณ์ในค่ายถึงแม้ไม่ได้เห็นกับตา แต่ก็เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ จึงส่งไปรักษาตัว แต่ก็มีคำสั่งให้กลับไปฝึกต่อ ทั้งที่ยังมีอาการป่วยอยู่ สภาพร่างกายยังไม่ปกติ ส่วนรายละเอียดเรื่องที่ลูกถูกด้อยค่า แม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็เชื่อว่าเป็นไปตามที่น้องโพสต์ เพราะถ้าไม่ถึงที่สุด ลูกจะไม่โพสต์ระบายแบบนี้ และเชื่อว่าโพสต์ระบายออกมาจากความรู้สึกจริงๆ และส่วนตัวก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก
หลังจากที่ลูกฝึกเสร็จและกลับมาก็มีอาการเครียดและซึมเศร้า โดยลูกเล่าให้ฟังว่าท่าที่ทำให้อาการป่วยหนักขึ้นคือ ท่าลุกหมอบ แม่ยอมรับว่าตกใจที่อาการของลูกเป็นแบบนี้ ส่วนหลังจากนี้จะให้ลูกรับราชการตำรวจต่อหรือไม่ แม่ยืนยันว่าลูกยังอยากรับราชการอยู่ เพราะมีความเข้มแข็งและตั้งใจอยากรับราชการ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ลูกเป็นคนตัดสินใจว่าจะเป็นตำรวจต่อหรือไม่ โดยให้สิทธิ์เป็นคนตัดสินใจ
"ส่วนการกีดกันจากผู้บังคับบัญชา แม่ไม่ทราบข้อมูลส่วนนี้ ต้องให้ลูกเป็นคนบอก แต่ยอมรับว่าลูกมีความกดดันและเครียด เนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้าที่ไม่สามารถหายได้"
ด้านน้องมะนาว กล่าวว่า เป็นเพื่อนกับ ส.ต.ต.หญิง ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ที่ผ่านมา ส.ต.ต.หญิง เป็นคนสดใสร่าเริงและไม่มีอาการทางจิต แต่พอเกิดเรื่องก็โทรศัพท์มาปรึกษาอยู่บ่อยครั้ง โดยเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เป็นอุบัติเหตุจากการฝึกอบรมฯ และบอกว่าตอนนี้ตนไม่มีคุณค่า ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพูด แต่ไม่เลวร้ายถึงขั้นโพสต์บอกลา
เชื่อว่าครั้งนี้คงสุดๆ แล้ว จึงบรรยายความรู้สึกในโพสต์ โดยเฉพาะคำพูดด้อยค่าจากคนรอบข้าง ส่วนใครเป็นคนพูดกดดัน หรือด้อยค่า แม่และตนเองปฎิเสธไม่ขอบอก เกรงจะมีปัญหาตามมา แต่ยืนยันเกิดจากการฝึกแน่นอน และตั้งแต่นั้นสภาพจิตใจก็ย่ำแย่มาโดยตลอด โดยทุกคืนก็นอนฝันถึงการฝึก รวมถึงการลงโทษด้วยการดองเวร ลักษณะยืนเข้าเวรเป็นระยะเวลานาน
ส่วนบรรยากาศภายในค่าย ตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าหากซาน่าสภาพปกติคงฝึกต่อได้ แต่ครั้งนี้หลังเกิดอุบัติเหตุก็ยังต้องกลับไปฝึกอีก จึงทำอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะการฝึกที่การใช้ศีรษะ ทั้งที่ไม่ควรใช้แล้วเพราะเพื่อนไม่สบาย และยืนยันว่า เพื่อนโทรมาร้องไห้บ่อยครั้งและบอกเศร้าอีกแล้ว ความรู้สึกตอนนั้นยังคงอยู่ ที่ผ่านมาไม่เคยตัดพ้อว่าไม่เคยอยากเป็นตำรวจ ส่วนฟางเส้นสุดท้ายเชื่อว่าเพราะเป็นมานานจึงเกิดความเครียดสะสม ทำให้ไม่สามารถทนได้
- อ่านข่าว : ตร.หญิง พลาดถูกเตะหัวในค่าย แฉครูฝึกทำโทษหนักจนป่วย สั่งยืนเวรทุกวัน
- อ่านข่าว : สั่งสอบด่วนปม ตำรวจหญิง พลาดถูกเตะหัว แฉครูฝึก ก่อนโพสต์ลาสุดหดหู่
- อ่านข่าว เปิดจดหมาย 7 แผ่น ความเจ็บปวดของ ตำรวจหญิง แฉพฤติกรรมครูฝึก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ตร.หญิงเปิดใจ ลูกถูกกดดัน ท่าลุกหมอบทำอาการหนัก ไม่ขวางถ้าอยากเป็นตำรวจต่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th