เผยชีวิต เสือไฟ คนที่กินข้าว และทำงานกลางไฟไหม้ป่า ร้อนไม่ใช่นรกก็เกือบใช่ ทำไปเพื่ออะไร ??
เผยชีวิต เสือไฟ คนที่กินข้าว และทำงานกลางไฟไหม้ป่า ร้อนไม่ใช่นรกก็เกือบใช่ ทำไปเพื่ออะไร ??
จากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันมีจุดความร้อนหรือ Hotspot เกิดขึ้นในพื้นที่ถึง 3,976 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,106 จุด ซึ่งยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าเป็นพิเศษ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ สำหรับอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ไฟป่าเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ท้องที่ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีจุดความร้อน (Hotspot) สะสมเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 992 จุด
โดยสถานการณ์ไฟป่าเริ่มรุนแรงประมาณวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา โดย War Room อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้บูรณาการหน่วยงานเพื่อดำเนินการดับไฟป่า ซึ่งมีหน่วยงานทั้งสิ้น 25 หน่วยงาน ทั้งหน่วยงานภายในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อาทิ เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์และอุทยานแห่งชาติข้างเคียง ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า จำนวน 12 ศูนย์ สถานีควบคุมไฟป่าในพื้นที่และข้างเคียง จำนวน 4 สถานี รวมจำนวน 345 นาย ร่วมกับหน่วยงานปกครอง อำเภอศรีสวัสดิ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร และราษฎรในพื้นที่ ดำเนินการดับไฟในพื้นที่ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนการดับไฟด้วยอากาศยานในการทิ้งน้ำเพื่อลดความรุนแรงของไฟป่า ลำเลียงกำลังพล และขนส่งเสบียงอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
วันนี้ เหลือจำนวนจุด Hotspot จำนวน 4 จุด ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าได้ แต่ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มข้นและเข้าถึงพื้นที่ดับไฟได้ทันท่วงที
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช กล่าวกับมติชนออนไลน์ว่า ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าของกรมอุทยานแห่งชาตินั้น มี 2 ชุด คือ ชุดที่อยู่ประจำหน่วย หรือประจำสถานีในพื้นที่ต่างๆ เรียกว่า ชุดมดแดง เป็นเจ้าหน้าที่ดับไปของอุทยานฯ ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยเสือไฟ ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ ที่ถูกฝึกฝนเพื่อดับไฟป่าในทุกพื้นที่ ทุกสถานการณ์ ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก
เสือไฟแม้ไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา กรมอุทยานฯเราใช้เวลามากพอสมควรสำหรับได้เสือไฟแต่ละนายเพื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่ เพราะการดับไฟป่าเต็มไปด้วยอันตราย ยากลำบาก ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง ต้องทำงานเป็นทีม เรามีเสือไฟทั้งหมด 225 คน ทุกคนผ่านการดับไฟทุกประเภท ทั้งไฟใต้ดิน ไฟผิวดิน ไฟเรือนยอด
“เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุทุกคนต้องพร้อมจะทำงานแข่งกับเวลาทันที เพราะบางที่ไฟแรงและลามเร็วมาก การดับไฟนั้นต้องทำตลอดเวลา ไฟไม่ดับก็พักไม่ได้ บางจุดตีไฟไป กินข้าวไปก็มี บางจุด ต้องอยู่ในพื้นที่ ถึง 5 วัน คือ ต้องอยู่จนมั่นใจว่าไฟมอดหมดไปจริงๆ ถือเป็นงานที่ต้องมีใจ และต้องเสียสละอย่างสูงมากๆ ต้องอยู่กับความร้อน เขม่าไฟ ที่ถือว่าทรมานมากๆ แต่ไปไหนไม่ได้ต้องทำงานให้เสร็จ บางชุด น้ำกับเสบียงที่เตรียมไปหมด แต่งานไม่เสร็จก็ต้องทำต่อ ซึ่งก็จะมีอีกทีมที่ทำหน้าที่ส่งน้ำและเสบียง ผมอยากจะบอกกับคนไทยทุกคนเลยว่า หากไม่มีคนพวกนี้ คุณก็จะไม่อยู่สบายกันหรอก นอกจากพวกเขาคอยปกป้องผืนป่าในช่วงเวลาเหตุการณ์ปกติแล้ว ช่วงที่เกิดวิกฤตไฟป่า พวกเขาก็ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง เพื่อไม่ให้ป่าหายไปอีก” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยชีวิต เสือไฟ คนที่กินข้าว และทำงานกลางไฟไหม้ป่า ร้อนไม่ใช่นรกก็เกือบใช่ ทำไปเพื่ออะไร ??
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th