โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะธุรกิจ ‘บุญถาวร’ ค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้าน IPO น้องใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2567 เวลา 02.00 น. • The Bangkok Insight

ส่องความน่าสนใจของ “บุญถาวร” ค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้านที่เตรียมเข้า IPO

เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งหุ้น IPO ที่ได้รับการจับตามองมากแน่นอนสำหรับ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก และเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้

โดยจะใช้ตัวย่อในตลาดหุ้นว่า BOON เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 320 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด พาร์หุ้นละ 1 บาท ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,280 ล้านบาท คิดเป็นจำนวน 1,280 ล้านหุ้น วัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจค้าปลีกวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ด้วยการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ ตลอดจนเป็นเงินทุนหมุนเวียน

IPO จำนวน 320 ล้านหุ้น

แผนการเข้าตลาดหุ้นของ“บุญถาวร” ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าตลาดค้าปลีกวัสดุตกแต่งบ้านในประเทศไทย นั้นมีการเติบโตอย่างโดดเด่น เพราะมีบริษัทในอุตสาหกรรมนี้พาเหรดเข้าตลาดหุ้นกันแบบต่อเนื่อง แถมแต่ละบริษัทก็เป็นที่นิยมจากนักลงทุนไทย ไม่ว่าจะเป็น HMPRO, GLOBAL และ DOHOME เป็นต้น

IPO 

เจาะธุรกิจ “บุญถาวร” แข็งแกร่งและแตกต่างแค่ไหน?

หลายคนน่าจะรู้จักบุญถาวรกันอยู่แล้วในฐานะธุรกิจค้าปลีกวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่เน้นเจาะลูกค้ากลุ่มพรีเมียมในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ อย่างไรก็ดี เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดมีอะไรที่บริษัทโดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ บ้าง มาดูกัน

ปัจจุบันบริษัทมีร้านค้าปลีก รวมทั้งสิ้น 50 สาขา กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงต่างประเทศในเวียดนาม และกัมพูชา โดยแบ่งออกเป็น

1. ร้านค้าปลีกของกลุ่มบริษัท 15 สาขา ประกอบด้วย ร้านบุญถาวรในรูปแบบ Stand-alone 11 สาขา และโครงการ Design Village ซึ่งเป็น Community Living Mall จำนวน 4 สาขา

2. ร้านค้าปลีกรูปแบบแฟรนไชส์ ร่วมทุนกับกลุ่ม SCG ภายใต้ชื่อ SCG HOME และ SCG Home บุญถาวร จำนวน 35 สาขา ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในประเทศไทย 33 สาขา อีก 2 สาขาในเวียดนามและกัมพูชา

นอกจากนี้ ก็มีช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Shopee, Lazada, NocNoc และเว็บไซต์ของกลุ่มบริษัท โดยมีสมาชิก บุญถาวร แฟมิลี่ มากกว่า 1 ล้านรายแล้ว

ผลิตภัณฑ์ที่บุญถาวรนำมาจัดจำหน่าย จะเน้นคัดสรรสินค้าที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ทั้งประเภท ดีไซน์ และคุณภาพ ทั้งสินค้าภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท (Private Brand) และสินค้าแบรนด์อื่นๆ (Market Brand) แบ่งเป็น 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่

1. กระเบื้องและวัสดุปิดผิว

2. เครื่องสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำที่เกี่ยวข้อง

3. เครื่องครัว

4. โคมไฟและอุปกรณ์ส่องสว่าง

5. สินค้าอื่นๆ เกี่ยวกับบ้านและเฟอร์นิเจอร์

ภาพ:https://www.boonthavorn.com/showroom

จะเห็นว่าจุดแข็งของบุญถาวร คือการเป็นหนึ่งในผู้นำสินค้าวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านระดับพรีเมียม ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดยอดขายกระเบื้อง 22.11% และยอดขายสุขภัณฑ์ 33.51% ของประเทศในปี 2565 พร้อมกันนี้ยังมีความได้เปรียบจากการเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่ม SCG ที่จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจในอนาคต

รายได้และกำไรของบุญถาวร

ปี 2563 รายได้ 12,447 ล้านบาท กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท

ปี 2564 รายได้ 11,554 ล้านบาท กำไรสุทธิ 204 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 13,048 ล้านบาท กำไรสุทธิ 404 ล้านบาท
9 เดือนปี 2566 รายได้ 10,338 กำไรสุทธิ 214 ล้านบาท

โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบุญถาวรนั้นมาจากรายได้จากการขายหรือการให้บริการ กว่า 975 ที่เหลือมาจากรายได้จากการให้บริการเช่าพื้นที่ และอื่นๆ เช่น สนับสนุนการขาย บริหารจัดการ และการขายสินทรัพย์

หากจำแนกรายได้จากการขายสินค้า จะพบว่าสินค้าที่ขายได้มากที่สุด คือ กระเบื้อง ประมาณ 45% เครื่องสุขภัณฑ์ 25% เครื่องครัว 13% สินค้าอื่นๆ เกี่ยวกับบ้าน 13% โคมไฟและอุปกรณ์ส่องสว่าง 3%

ภาพ:https://www.boonthavorn.com/showroom

และหากพิจารณาตามแบรนด์ของสินค้า ตั้งแต่ปี 2563 2564 และ 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า Private Brand ของตัวเอง คิดเป็น 28.11% 29.03% และ 32.32% ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองในร้านบุญถาวร

สุดท้ายนี้ นายสิทธิศักดิ์ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจกว่า 40 ปี พร้อมพนักงานและผู้บริหารมืออาชีพ ทำให้สามารถจัดหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าภายใต้แนวคิด ‘Ideas Come Alive’ และมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น‘Live Good Ecosystem’ มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านสินค้าและนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อโลกที่ดีขึ้นและสังคมที่ยั่งยืน ส่งผลให้เราเป็นหนึ่งในผู้นำ และศูนย์รวมสินค้าวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอย่างครบวงจรอันดับต้นๆ ในใจของลูกค้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...