โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง 6 ผู้กระทำผิด ฐานปั่น “หุ้น BM” สั่งปรับ 8 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 เม.ย. 2567 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2567 เวลา 10.15 น.

ก.ล.ต.ลงโทษทางแพ่ง 6 ผู้กระทำผิด ฐานปั่น "หุ้น BM" กำหนดเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

วันที่ 2 เมษายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 6 ราย กรณีสร้างราคาหุ้น บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) (BM) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 8,001,949 บาท กำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ช่วงเดือนธันวาคม 2560 ถึงเดือนพฤษภาคม 2561 มีกลุ่มบุคคล 2 กลุ่ม ได้ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น BM ในลักษณะสร้างราคาหลักทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกัน โดยไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม ดังนี้

ช่วงเกิดเหตุที่ 1 ผู้กระทำความผิด 2 ราย ได้แก่

(1) นายลือชา โพธิ์อบ

(2) นายสิทธิชัย ลิมป์โสวรรณ

ซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกัน ได้ส่งคำสั่งซื้อและคำสั่งขายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ที่ราคาและปริมาณเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน และจับคู่ซื้อขายหุ้น BM ในปริมาณมากจำนวน 4 วันทำการ ได้แก่ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 6 และ 12 - 13 มีนาคม 2561

ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นความผิดตามมาตรา 244/3(1) ประกอบมาตรา 244/5(2)(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รายละ 678,666 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลารายละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลารายละ 12 เดือน

ช่วงเกิดเหตุที่ 2 ผู้กระทำความผิด 4 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์กันในทางส่วนตัวหรือธุรกิจโดยตรงหรือรู้จักกันผ่านการเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

(1) นายฐนริศร์ พรพัฒนะแจ่มใส

(2) นางสาวอัจฉราภรณ์ ราชนาจันทร์

(3) นายศักดิ์สุมิตร สมรพิทักษ์กุล

ได้ร่วมกันส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น BM ในลักษณะสร้างราคา ในช่วงระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 28 พฤษภาคม 2561 เช่น การกวาดคำเสนอซื้อที่ดีที่สุด (offer 1) การเคาะซื้อด้วยหุ้นปริมาณน้อยเพื่อผลักดันราคาให้เพิ่มขึ้น การจับคู่ซื้อขายระหว่างกันเอง และการทำราคาปิด โดยมี

(4) นายศุภฤกษ์ แคว้นน้อย

เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากนักลงทุนอื่นและโอนต่อให้ผู้กระทำความผิดรายอื่นนำไปใช้ซื้อขายหุ้น BM ในช่วงเวลาดังกล่าว

ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เป็นความผิดตามมาตรา 244/3(1)(2) แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

ค.ม.พ.จึงมีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้

1) ให้นายฐนริศร์ นางสาวอัจฉราภรณ์ และนายศักดิ์สุมิตร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด จำนวน 2,097,003 บาท จำนวน 2,952,653 บาท และจำนวน 1,005,628 บาท ตามลำดับ ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลารายละ 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลารายละ 22 เดือน

2) ให้นายศุภฤกษ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด จำนวน 589,333 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน

มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนดจะมีผลเมื่อผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนดหากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

ทั้งนี้เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ: * มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้

อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...