เปิดครัวกรมทะเล ดูอาหารลูกเต่ามะเฟืองสู้ชีวิต ให้อยู่รอดเผชิญโลกร้อน
เปิดครัวกรมทะเล ดูอาหารลูกเต่ามะเฟืองสู้ชีวิต เผชิญโลกร้อน
วันที่ 15 เมษายน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องความพยายามในการฟูมฟัก ดูแลลูกเต่ามะเฟือง ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยเวลานี้ นับว่าประเทศไทย เป็น 1 ใน 5 ประเทศในโลกที่เลี้ยงเต่ามะเฟืองได้นานขนาดนี้ ภายหลังจากที่ลูกเต่าฟักออกมาจากไข่ ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จดอนุสิทธิบัตร สูตรอาหารเยลลี่สำหรับลูกเต่ามะเฟืองด้วย
โดยมีเนื้อหาต่อไปนี้
“เพื่อนธรณ์กำลังกินข้าวเช้า น้องเต่าก็ต้องกินเช่นกันครับ
วันนี้ผมจะมาเปิดครัวลูกเต่ามะเฟืองให้พวกเรารู้
ลูกเต่าแรกเกิดจะอาศัยถุงไข่แดงในช่วงแรก ระหว่างที่พวกเธอว่ายออกไปไกลชายฝั่ง
อาหารโปรดของเต่ามะเฟืองคือแมงกะพรุน มีอยู่ทั่วไปเลยล่ะ ไม่ต้องกลัวว่าเต่าจะอด
ปากลูกเต่าตอนเด็กๆ จะคม แทะแมงกะพรุนได้ จนเมื่อเติบใหญ่ ปากเต่าเฟืองอ้าปากได้กว้างมาก กลืนเอื๊อกได้ทั้งตัวเลย
เต่ามะเฟืองจึงเป็นสัตว์หลักช่วยคุมปริมาณแมงกะพรุน แต่เป็นความซวยของเต่ายุคนี้ที่ถุงพลาสติกลอยฟ่องเต็มทะเล
นั่นคือเรื่องของลูกเต่าแข็งแรง แต่บางตัวอาจอ่อนแอ อยู่ก้นหลุม ฯลฯ อัตรารอดจะต่ำตามการเลือกสรรของธรรมชาติ พวกเธอเอาตัวรอดยากครับ
กรมทะเล นำลูกเต่าเหล่านั้นมาช่วยดูแล และต้องดูกันยาวเลย เพราะเมื่อไข่แดงหมด เราปล่อยไปไม่รอดแน่ จึงต้องเลี้ยงสักปีหรือกว่านั้น
พี่โตและน้องๆ นักวิจัยช่วยกันเลี้ยงจนเต่ามะเฟืองอยู่ได้เกินปี
ไทยกลายเป็น 1 ใน 5 ประเทศในโลกที่เลี้ยงเต่ามะเฟืองได้นานขนาดนี้
หนึ่งในเคล็ดลับคือสูตรอาหารเยลลี่สำหรับลูกเต่ามะเฟือง จดอนุสิทธิบัตรแล้วด้วย
ผมมาเยี่ยมน้องเต่าที่ศูนย์ พวกเธอน่ารักครับ ว่ายกันดุ๊กดิ๊กรอกินข้าว นั่นคืออาหารผสมสูตรพิเศษ
ในนี้มีแมงกะพรุนครับ พี่โตอธิบายให้ผมฟัง ยังมีกุ้งแชบ๊วยอย่างดีจากธรรมชาติ ผสมนี่นั่นจนกลายเป็นอาหารพิเศษ
ผมทำท่าแหยงเมื่อเห็นถุงกุ้ง นั่นมันอย่างดีเลยเฟ้ย แพคละ 600 บาท คนยังไม่มีปัญญากินเลย
น้องกินกุ้งเลี้ยงไม่ได้ฮะ พี่โตบอก เราลองแล้วแต่น้องไม่ชอบ กุ้งขาวก็ไม่กิน
ต้องแชบ๊วยจับจากทะเลเท่านั้นครับ
ไอ้เต่ากระแดะ ผมแอบพึมพำแต่น้องๆ นักเลี้ยงเต่าแอบได้ยิน ทำท่าอมยิ้มแบบเห็นด้วย
นอกจากการเลี้ยง การดูแลรักษาความสะอาดยังสำคัญยิ่ง มีแอลกอฮอลพ่นมือพ่นอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ ดูแลดีมากครับ
ในฐานะประธานคณะสัตว์หายากของไทย ผมชื่นชมการเลี้ยงเต่ามะเฟืองที่ประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ ทำให้เราช่วยเต่าอ่อนแอได้
ยังก้าวหน้าไปถึงขั้นงาน “ปี๊บ” (บอกไม่ได้จนกว่าเขาจะเผยแพร่ฮะ)
แน่นอนว่าการปล่อยให้เต่าเกิดและเติบโตตามธรรมชาติอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับยุคนี้ คงต้องยอมรับว่าคนทำลายโลกมากเกินไป
โลกร้อนทำให้สภาพแวดล้อมเจ๊งไปหมด ทุกอย่างเปลี่ยนฉับพลัน
อัตราฟักของเต่าทะเลลดลงเพราะทรายร้อนเกินเหตุ (เพิ่งเกิดกับเต่าตนุ) เต่ามะเฟืองตัวผู้หายไปจนทำให้ไข่ไม่มีเชื้อและเน่ายกรัง ฯลฯ
หากเราไม่ยุ่งกับโลกเลย ปล่อยให้น้องเป็นไปตามธรรมชาติย่อมดี
แต่เมื่อเรายุ่งไปแล้ว ทำจนทุกอย่างใกล้พินาศ เราอาจต้องทำมากกว่าปล่อยน้องตามยถากรรมในโลกแย่ๆ ที่เราทำให้เปลี่ยนไป
สู้ๆ นะ ผมกระซิบอำลาน้องเต่า พวกเธอทำตาแป๋ว หนูอยากกินกุ้งให้มากกว่านี้
พวกเราขอเรียกร้องให้ปรับสูตรอาหาร ลดแมงกะพรุน เพิ่มกุ้งแชบ๊วย เย้ !
เย้ กะผีอะไร ผมหันไปมองหน้าซีดๆ ของน้องๆ นักวิจัย พลางเป็นห่วงสุขภาพทางการเงินของพวกเขามากกว่าสุขภาพเต่าด้วยซ้ำ
อย่างว่า ลูกของเต่ายักษ์ หายากที่สุด เป็นสัตว์สงวนด้วยล่ะ พวกเธอจึงต้องกระแดะเป็นธรรมดา
รู้จักโระมั้ย ? โระกินได้ไม่เลือกเลย อยากอยู่รอดในโลกหล้า หัดเอาอย่างโระนะไอ้หนู
แบร่ ลูกเต่าตอบมา โระไม่ใกล้สูญพันธุ์ หนูใกล้สูญพันธุ์
มอบกุ้งมาเดี๋ยวนี้นะ !!!”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดครัวกรมทะเล ดูอาหารลูกเต่ามะเฟืองสู้ชีวิต ให้อยู่รอดเผชิญโลกร้อน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th