โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิงคโปร์เอาผิด 3 บริษัทอินโดนีเซีย สร้างควันพิษข้ามพรมแดน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สิงคโปร์เตรียมดำเนินการกับบริษัทอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง ปมไฟป่าทำหมอกควันข้ามพรมแดน ส่งผลให้มีบริษัทถูกแจ้งเตือนรวม 10 แห่ง

สิงคโปร์เตรียมดำเนินการกับบริษัทอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง ปมไฟป่าทำหมอกควันข้ามพรมแดน ส่งผลให้มีบริษัทถูกแจ้งเตือนรวม 10 แห่ง

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือเอ็นอีเอ เตรียมออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง กรณีเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กาลิมันตัน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์ ส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ถูกดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดนของสิงคโปร์ หรือทีเอชพีเอ (Transboundary Haze Pollution Act: THPA) เพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง

ในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์ เอ็นอีเอระบุว่า มีข้อบ่งชี้ว่าควันจากไฟไหม้ในพื้นที่สัมปทานที่บริษัททั้งสามแห่งถือครอง อาจลอยไปถึงสิงคโปร์ได้ โดยบริษัททั้งสามแห่ง ประกอบด้วย พีที บูอานา เมกาตามา จายา, พีที มานันจุง ฮายัค และพีที บาราตามา ปูตรา เปอร์กาซา

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก เอ็นอีเอส่งหนังสือแจ้งเตือนในลักษณะเดียวกันไปยังบริษัทอินโดนีเซีย 7 แห่ง เมื่อสามวันก่อน จากกรณีไฟไหม้ในเกาะสุมาตรา

ภายใต้หนังสือแจ้งเตือนดังกล่าว บริษัททั้งสามแห่งจะต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปดับไฟ หรือป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามในพื้นที่ที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือครอบครองอยู่

นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ต้องยุติกิจกรรมการเผาที่กำลังดำเนินอยู่ งดเว้นการจุดไฟเผาครั้งใหม่ และส่งแผนปฏิบัติการให้เอ็นอีเอ โดยระบุมาตรการดับไฟและป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำอีก

เอ็นอีเอ ระบุว่า “หน่วยงานยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทที่กระทำผิดและพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์”

เกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทอีกสามแห่งที่ถูกแจ้งเตือนตั้งอยู่ในกาลิมันตัน

สำหรับบริษัททั้งเจ็ดแห่งที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ฟูกล่าวว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้รับการติดต่อจากบริษัทเหล่านั้น และกำลังติดตามการดำเนินการของบริษัทอย่างใกล้ชิด

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสอบสวนบริษัทที่กระทำผิดทุกราย ซึ่งพบว่ามีความรับผิดชอบต่อการก่อให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์ และจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายทีเอชพีเอ (THPA) โดยพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่”

ฟูกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะส่งมอบหลักฐานที่รวบรวมได้ให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ในการสอบสวนของแต่ละหน่วยงานด้วย

เธอกล่าวเรื่องนี้กับสื่อมวลชนระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านวูดแลนด์ส (Woodlands Checkpoint) เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ หรือไอซีเอ (ICA) โดยมีเค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโส และรายาฮู มาห์ซัม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเดินทางด้วย

ส่วนชานมูกัมกล่าวว่า สิงคโปร์จะใช้เครื่องมือทางกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการทางเศรษฐกิจทุกอย่างที่มีอยู่ เพื่อดำเนินการกับบริษัทที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาหมอกควัน และจะติดตามเอาผิดบริษัทเหล่านี้ “ตราบเท่าที่จำเป็น”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์พร้อมที่จะเร่งเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายที่ใช้กับบริษัทเหล่านี้ “โดยเร่งด่วน”

การออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากฟูกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เอ็นอีเอจะดำเนินการกับบริษัทเพิ่มเติม หากพบข้อบ่งชี้ว่าไฟไหม้ในพื้นที่ของบริษัทเหล่านั้นมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์

ในการแถลงข่าวครั้งนั้น ฟูกล่าวว่า หน่วยงานจะติดตามการตอบสนองของบริษัทต่อหนังสือแจ้งเตือน และพิจารณาใช้มาตรการเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายทีเอชพีเอ หากเห็นว่ามีเหตุผลสมควร

เธอระบุว่า การปรับเงินหรือการดำเนินคดีเป็นหนึ่งในทางเลือกที่กำลังพิจารณา พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลจะประเมินประสิทธิผลของมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการไป

อย่างไรก็ตาม ฟูยอมรับด้วยว่า การสอบสวนความผิดเกี่ยวกับหมอกควันข้ามพรมแดนมีอุปสรรคในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องดำเนินกิจการอยู่นอกประเทศสิงคโปร์

กฎหมายทีเอชพีเอ ของสิงคโปร์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2014 ให้อำนาจทางการดำเนินคดีกับบริษัทที่กิจกรรมในต่างประเทศเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดมลพิษจากหมอกควันในสิงคโปร์

บริษัทที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันข้ามพรมแดน อาจถูกปรับสูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือสำหรับเศษส่วนของวันก็คิดเป็นหนึ่งวันเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่หมอกควันยังคงเกิดขึ้น โดยมีวงเงินค่าปรับรวมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

กฎหมายฉบับนี้ยังมีบทลงโทษสำหรับบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งเตือนให้ดำเนินมาตรการป้องกันด้วย

ก่อนหน้านี้ เอ็นอีเอเคยออกหนังสือแจ้งเตือนทางกฎหมายไปยังบริษัทในอินโดนีเซีย 6 แห่ง ในช่วงวิกฤตหมอกควันรุนแรงเมื่อปี 2015 โดยการสอบสวนบริษัท 4 แห่งในจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...