นักศึกษาชาวไทยในเทียนจิน มุ่งฝึกฝนศาสตร์ ‘ฝังเข็ม’ หวังส่งเสริมแพทย์แผนจีน
เทียนจิน, 6 ต.ค. (ซินหัว) — แผนกฝังเข็มของโรงพยาบาลเพื่อการเรียนการสอนแห่งที่ 1 ในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจินในเทศบาลนครเทียนจินทางตอนเหนือของจีน มี “สโลชา” นักศึกษาฝึกงานชาวไทย บรรจงปักเข็มสีเงินเล่มบางลงบนจุดฝังเข็มของผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกอย่างเบามือ โดยสโลชาเติบโตมาพร้อมความทรงจำเกี่ยวกับร้านขายสมุนไพรในย่านเยาวราชที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของยาจีน ยายของเธอเป็นชาวจีนและมักซื้อสมุนไพรและยาจีนที่นี่ และครอบครัวของเธอใช้การแพทย์แผนจีนในการดูแลสุขภาพเป็นประจำ
สโลชาในวัยเด็กไม่ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีนมากมายนักและคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของยารสขมและการฝังเข็ม แต่หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมต้น สโลชาได้เดินทางมาเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมหนานไคในเทียนจิน และมีโอกาสเห็นการวินิจฉัยและรักษาตามหลักการแพทย์แผนจีนอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกระหว่างทัศนศึกษาที่โรงพยาบาลเพื่อการเรียนการสอนแห่งที่ 1 ในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอเลือกเรียนการแพทย์แผนจีนและนำสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้สำเร็จ
ทว่าจุดเริ่มต้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ช่วงปีแรก ทฤษฎีพื้นฐานของการแพทย์แผนจีนเป็นเรื่องยากไม่น้อยเพราะตำราการแพทย์เก่าแก่ใช้ตัวอักษรจีนแบบดั้งเดิมทั้งหมดหรือเรื่องของเส้นลมปราณนั้นมองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ ขณะช่วงปีสอง สโลชาเริ่มต้นเรียนการฝังเข็มและมักฝึกฝังเข็มตามแขนขาของตัวเองเพื่อสัมผัสและเข้าใจความเจ็บ ชา ตึง หรือความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อต โดยสโลชาในฐานะว่าที่บัณฑิตมีความเชี่ยวชาญด้านการฝังเข็ม และผู้ป่วยส่วนใหญ่ของเธอมีภาวะอัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง
สโลชาเข้าใจว่าการฝังเข็มไม่ใช่เพียงการหาจุดบนร่างกายให้ถูกต้องแต่ยังต้องรับรู้ความรู้สึกของเข็มในมือด้วย ขณะเดียวกันการติดตามดูการบำบัดรักษาของบรรดาอาจารย์ชาวจีนช่วยให้เธอตระหนักยิ่งขึ้นว่าทักษะความเชี่ยวชาญเป็นเพียงก้าวแรกและการเป็นแพทย์ที่ดีต้องมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ รวมถึงวินิจฉัยผู้ป่วยให้เห็นมากกว่าโรคภัยไข้เจ็บแต่ควรเห็นความวิตกกังวลใจที่อาจซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าท่าทาง เพื่อปรับเปลี่ยนการสื่อสารพูดคุยให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายด้วย
ปัจจุบันสโลชากำลังฝึกงานควบคู่กับเตรียมสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของจีน พร้อมตั้งเป้าหมายทำงานในจีนเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางคลินิกก่อนจะเดินทางกลับไทยเพื่อร่วมส่งเสริมการแพทย์แผนจีน เนื่องจากจีนมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าและกรณีศึกษาที่ซับซ้อนกว่า โดยสโลชาเสริมว่าทุกวันนี้โรงพยาบาลหลายแห่งในไทยมีแผนกแพทย์แผนจีนและคนไทยรุ่นใหม่อยากลองบำบัดรักษาด้วยแพทย์แผนจีนมากขึ้นดังเช่นคนใกล้ตัวอย่างน้องสาวที่รู้สึกดีกับการฝังเข็มแก้อาการปวดหลัง