โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีลงทะเบียนคัดค้าน UPOV 1991 เปิดขั้นตอนส่งความเห็นถึง 11 ต.ค. กระทบคนไทยอย่างไร

Thaiger

อัพเดต 6 ตุลาคม 2569 เวลา 21.45 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ประชาชนและเกษตรกรที่ต้องการแสดงความคิดเห็น คัดค้าน UPOV 1991 สามารถทำได้แล้ว ผ่านระบบรับฟังความคิดเห็นของ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งเปิดให้เลือกทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือระบุข้อกังวล ก่อนปิดระบบวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น.

วิธีลงทะเบียนและส่งความเห็นคัดค้าน UPOV 1991

ทำได้ 2 ช่องทาง โดยวิธีตรงที่สุดคือเข้าแบบสำรวจของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ส่วนผู้ที่ต้องการลงทะเบียนในระบบ “เกษตรกรวงใน” สามารถทำผ่าน LINE และยืนยันตัวตนด้วย ThaiD ได้

1. เข้าเว็บไซต์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ แล้วเปิดข่าว “ชวนเกษตรกร ร่วมแสดงความคิดเห็น อนุสัญญา UPOV 1991” จากนั้นกดลิงก์แบบสอบถามหรือสแกน QR Code ที่แนบไว้ เปิดหน้ารับฟังความคิดเห็น UPOV 1991 ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ

2. กรอกข้อมูลตามที่ระบบกำหนด และระบุสถานะของผู้ตอบ

3. อ่านคำถามเกี่ยวกับ UPOV 1991 แล้วเลือกคำตอบตามจุดยืน หากไม่เห็นด้วยให้ระบุว่า ไม่เห็นด้วย พร้อมเขียนเหตุผลหรือข้อกังวลเพิ่มเติมตามความเห็นของตน

4. ตรวจสอบคำตอบแล้วส่งแบบสอบถามภายในวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น.

5. อีกช่องทางคือเพิ่มเพื่อน LINE Official Account “เกษตรกรวงใน” ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD จากนั้นเข้าเมนูรับฟังความคิดเห็น UPOV 1991 โดยแพลตฟอร์มนี้เปิดใช้งานตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เพื่อรับความคิดเห็นจากเกษตรกรโดยตรง

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม มีผู้ตอบแบบสอบถามแล้วกว่า 6,600 คน สภาเกษตรกรแห่งชาติระบุว่าจะรวบรวมความคิดเห็นเหล่านี้เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐ ประกอบการพิจารณาท่าทีของประเทศไทยต่อ UPOV 1991

ช่องทางนี้เป็นเพียงการส่งความคิดเห็นต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ ไม่ใช่การลงประชามติ และผลแบบสอบถามไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเข้าร่วมหรือถอนตัวจาก UPOV 1991 โดยอัตโนมัติ

UPOV 1991 คืออะไร

UPOV 1991 คืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับแก้ไขปี 1991 มีเป้าหมายให้สิทธิแก่ผู้พัฒนาหรือปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ เพื่อให้ผู้พัฒนาพันธุ์ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนและมีแรงจูงใจสร้างพันธุ์ใหม่

หลักสำคัญคือ เมื่อพันธุ์พืชได้รับการคุ้มครอง การผลิตหรือขยายพันธุ์เพื่อการค้า การเสนอขาย และการจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ โดยทั่วไปต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ

UPOV ระบุว่าระบบนี้ช่วยส่งเสริมการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มจำนวนพันธุ์พืชใหม่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์จากต่างประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้นักปรับปรุงพันธุ์ทั้งภาครัฐและเอกชนลงทุนมากขึ้น

ประเด็นที่กำลังถกเถียงในประเทศไทยอยู่ที่ว่า หากไทยนำหลัก UPOV 1991 มาใช้ จะกำหนด ขอบเขตสิทธิของเจ้าของพันธุ์และข้อยกเว้นสำหรับเกษตรกร ไว้อย่างไร

เกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อไม่ได้จริงหรือ?

คำตอบคือ ไม่ได้หมายความว่า UPOV 1991 ห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดไว้ปลูกต่อทั้งหมด

UPOV 1991 เปิดทางให้ประเทศสมาชิกกำหนดข้อยกเว้น อนุญาตให้เกษตรกรนำผลผลิตจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองกลับมาใช้ขยายพันธุ์ในพื้นที่ของตนเองได้ แต่ต้องอยู่ภายในขอบเขตที่กฎหมายของแต่ละประเทศกำหนด และต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ด้วย

ส่วนการนำเมล็ดพันธุ์ของ พันธุ์ที่ยังอยู่ภายใต้การคุ้มครอง ออกขายเป็นเมล็ดพันธุ์นั้น UPOV ระบุว่าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ

นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายฝ่ายจับตาว่า หากไทยปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับ UPOV 1991 รัฐบาลจะเขียนข้อยกเว้นสำหรับเกษตรกรรายย่อยกว้างเพียงใด

UPOV 1991 กระทบคนไทยอย่างไร

สมมติคุณเป็นชาวนา ทุกปีคุณซื้อหรือได้เมล็ดข้าวมา 1 กระสอบ ปลูกจนเก็บเกี่ยว จากนั้นคัดเมล็ดส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นพันธุ์สำหรับฤดูหน้า บางครั้งแบ่งให้ญาติ แลกกับเพื่อนบ้าน หรือขายเมล็ดพันธุ์ส่วนเกินในชุมชน นี่คือวิถีที่เกษตรกรไทยคุ้นเคย

UPOV 1991 เข้ามาเกี่ยวตรงนี้เมื่อเมล็ดพันธุ์นั้นเป็น “พันธุ์ใหม่ที่มีเจ้าของสิทธิคุ้มครอง” ไม่ได้หมายถึงข้าวทุกเมล็ดหรือพันธุ์พื้นบ้านทุกชนิด

ให้คิดง่าย ๆ ว่าเหมือนคนหนึ่งพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ใช้เวลาวิจัยหลายปี แล้วไปจดสิทธิในพันธุ์นั้น กติกา UPOV 1991 ให้สิทธิเจ้าของพันธุ์ควบคุมการผลิต ขยายพันธุ์ และขายเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองมากขึ้น คนอื่นจะนำเมล็ดพันธุ์นั้นไปทำซ้ำเพื่อขายเองไม่ได้ตามใจเหมือนพันธุ์ที่ไม่มีเจ้าของสิทธิ

ทีนี้กลับมาที่คุณซึ่งเป็นชาวนา

กรณีที่ 1 คุณปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์เก่าที่ไม่ได้อยู่ใต้สิทธิคุ้มครองใหม่ เช่น พันธุ์ที่ชุมชนใช้กันมานาน ประเด็น UPOV 1991 ไม่ได้แปลว่าจะมีบริษัทมาห้ามคุณปลูกข้าวเหล่านี้ทันที รัฐบาลไทยเองยืนยันว่า พันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์ท้องถิ่น และพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บรักษาเองไม่ได้เป็นเป้าหมายของการคุ้มครองพันธุ์ใหม่แบบนี้

กรณีที่ 2 คุณซื้อข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีผู้พัฒนาและจดสิทธิคุ้มครอง ตรงนี้จึงเริ่มมีเงื่อนไข คุณไม่สามารถนำเมล็ดพันธุ์นั้นไปผลิตซ้ำแล้วตั้งร้านขายแข่งกับเจ้าของพันธุ์ได้โดยอิสระ เพราะสิทธิในการขยายพันธุ์เพื่อการค้าถูกคุ้มครองไว้

ส่วนคำถามที่ว่า “แล้วผมเก็บเมล็ดจากนาของตัวเองไว้ปลูกปีหน้าได้ไหม?”

UPOV 1991 ไม่ได้เขียนว่าเกษตรกรทุกคนห้ามเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อเด็ดขาด แต่เปิดทางให้แต่ละประเทศกำหนดข้อยกเว้นได้ว่า เกษตรกรสามารถนำผลผลิตจากพันธุ์ที่มีสิทธิคุ้มครองกลับมาใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในที่ดินของตัวเองได้แค่ไหน อาจจำกัดตามชนิดพืช ขนาดฟาร์ม หรือเงื่อนไขอื่น ดังนั้นคำตอบจริง ๆ ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าไทยรับกติกานี้แล้ว ไทยจะเขียนกฎหมายภายในอย่างไร

นี่แหละครับคือสิ่งที่เกษตรกรกังวล ถ้ากฎหมายไทยในอนาคตกำหนดข้อยกเว้นกว้าง เกษตรกรรายย่อยอาจยังเก็บเมล็ดข้าวพันธุ์คุ้มครองบางชนิดไว้ปลูกในนาของตัวเองได้ตามปกติ แต่ถ้ากำหนดข้อยกเว้นแคบลง สิ่งที่เคยทำง่าย ๆ เช่น เก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อหรือแบ่งเมล็ดพันธุ์คุ้มครองให้เพื่อนบ้าน อาจมีข้อจำกัดมากขึ้น

รัฐบาลไทยยืนยันว่า ร่างกฎหมายที่กำลังศึกษาอยู่ต้องการให้เกษตรกรรายย่อยยังเก็บเมล็ดของพืชอาหารสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่ว ไว้ปลูกต่อในแปลงตัวเองได้ และพันธุ์พื้นเมืองยังใช้ได้ตามเดิม แต่เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ และไทยยังไม่ได้ตกลงรับ UPOV 1991 เป็นข้อยุติ

แล้วคนที่ไม่ได้ทำนาจะเกี่ยวอะไร? คำตอบคือเกี่ยวตรง ต้นทุนอาหาร ครับ

ถ้าในอนาคตเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่บ่อยขึ้น หรือมีค่าใช้สิทธิเพิ่ม ต้นทุนการปลูกอาจสูงขึ้น เมื่อเกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น ราคาวัตถุดิบทางการเกษตรก็อาจได้รับแรงกดดันตามไปด้วย นี่เป็นหนึ่งในข้อกังวลของเครือข่ายเกษตรกรและผู้บริโภค แต่ต้องใช้คำว่า “อาจ” เพราะผลจริงขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายไทยจะเขียนอย่างไรและใช้กับพันธุ์ใดบ้าง

อีกด้านหนึ่ง คนที่สนับสนุน UPOV 1991 มองว่า หากบริษัทหรือมหาวิทยาลัยลงทุนพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ทนน้ำท่วม ให้ผลผลิตสูง หรือทนโรค แล้วรู้ว่าพันธุ์นั้นได้รับการคุ้มครอง ก็จะมีแรงจูงใจลงทุนวิจัยมากขึ้น เกษตรกรอาจได้เข้าถึงพันธุ์ใหม่มากขึ้นด้วย

ถ้าจะสรุปแบบให้เห็นภาพที่สุด UPOV 1991 ไม่ใช่กฎหมายที่มาห้ามชาวนาเก็บเมล็ดข้าวทุกชนิด แต่เป็นกติกาที่ให้สิทธิกับคนที่พัฒนาพันธุ์พืชใหม่มากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาจริง ๆ คือ ถ้าไทยนำกติกานี้มาใช้ ชาวนาจะยังเก็บเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่มีเจ้าของสิทธิไว้ปลูกต่อได้กว้างแค่ไหน แลกหรือขายให้เพื่อนบ้านได้หรือไม่ และต้องเสียค่าใช้สิทธิเพิ่มหรือเปล่า

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

ไทยเข้าร่วม UPOV 1991 แล้วหรือยัง

ประเด็น UPOV 1991 ถูกจับตาอีกครั้งจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทยกับสหภาพยุโรป หรือ FTA ไทย EU แต่รัฐบาลยืนยันว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ และข้อเสนอในการเจรจาไม่ได้ทำให้กฎหมายไทยเปลี่ยนทันที

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็น ต้องพิจารณาทั้งฝ่ายที่เห็นประโยชน์และฝ่ายที่กังวลผลกระทบ พร้อมระบุว่าหากประชาชนเห็นว่าไม่มีประโยชน์ กระทรวงก็พร้อมไม่เข้าร่วม THE STANDARD

ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นจึงยังสามารถส่งความเห็นผ่านสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ถึง 16.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...