สรุปปมทรัมป์ยกเลิกถ่ายทอดสด ‘ประหารชีวิต’ มือกราดยิง หลัง UN-นักการเมือง เตือนละเมิดสิทธิมนุษยชน เปรียบสหรัฐฯ ไม่ต่างจากเผด็จการ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกแผนถ่ายทอดสดการประหารชีวิต นิดาล มาลิก ฮาซาน (Nidal Malik Hasan) อดีตนายทหารผู้ก่อเหตุกราดยิงในฐานทัพฟอร์ตฮูด รัฐเท็กซัสเมื่อปี 2009 หลังเผชิญเสียงประณามจากองค์การสหประชาชาติ (UN) นักการเมืองสองพรรคใหญ่ และองค์กรสิทธิมนุษยชน
ประเด็นสำคัญ
- ทรัมป์กลับลำ ยกเลิกถ่ายทอดสด แต่ยังยืนยันประหารด้วยการยิงเป้า
- UN เตือนละเมิดข้อห้ามการทรมาน นักการเมืองเปรียบสหรัฐฯ กับอิหร่าน-อัฟกานิสถาน
- หวั่นภาพประหารชีวิตถูกใช้โฆษณาชวนเชื่อ ดึงคนเข้ากลุ่มก่อการร้าย
- ฮาซานคือใคร ทำไมจึงถูกตัดสินประหารชีวิต?
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่า ฮาซานจะยังคงถูกประหารชีวิตด้วยวิธียิงเป้าตามกำหนดการในวันที่ 3 ธันวาคม โดยอนุญาตให้ครอบครัวใกล้ชิดของเหยื่อเข้ารับชมการประหารชีวิตด้วยตนเองได้ แต่จะไม่มีการถ่ายทอดสดต่อสาธารณะ
ทรัมป์กลับลำ ยกเลิกถ่ายทอดสด แต่ยังยืนยันประหารด้วยการยิงเป้า
เมื่อคืนนี้ (15 ตุลาคม) ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า จะยกเลิกการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตฮาซาน โดยให้เหตุผลว่า ผู้คนจำนวนมากไม่ต้องการเห็นภาพการเสียชีวิตดังกล่าว แม้วิธีนี้เป็นมาตรการยับยั้งการก่ออาชญากรที่ทรงพลัง หากคนทั่วโลกได้เห็นสหรัฐฯ จัดการกับผู้ก่อการร้ายอย่างไร
“เขาจะถูกประหารชีวิตตามกำหนดการด้วยวิธียิงเป้า แต่จะไม่มีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์นี้” ทรัมป์ยืนยันว่า ครอบครัวใกล้ชิดของเหยื่อสามารถเข้าร่วมรับชมการประหารชีวิตด้วยตนเองได้ตามความสมัครใจ
ขณะที่กระทรวงสงครามสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทรัมป์ และ พีท เฮกเซธ ได้หารือร่วมกันก่อนการประกาศยกเลิกแผนดังกล่าว โดยยืนยันว่า เฮกเซธสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดี และทั้งสองมีจุดยืนตรงกัน
ก่อนหน้านี้ เฮกเซธประกาศว่า ฮาซานจะถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า โดยรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถรับชมเหตุการณ์ดังกล่าวได้ พร้อมให้เหตุผลว่า การก่ออาชญากรรมเช่นนี้ย่อมมีผลลัพธ์ร้ายแรงที่ตามมา
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวกลับสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล รวมถึงทรัมป์ โดยแหล่งข่าวในทำเนียบขาวเปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นข้อเสนอของเฮกเซธ ซึ่งในช่วงแรก ทรัมป์เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ก่อนจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีมากขึ้น
หนึ่งในข้อมูลที่มีผลต่อการตัดสินใจ คือ การที่ฮาซานเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงไปและต้องใช้รถเข็น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า เฮกเซธยังเสนอให้เปลี่ยนวิธีประหารชีวิตจากการฉีดยาพิษเป็นการยิงเป้า พร้อมเสนอให้ประหารชีวิตในฐานทัพฟอร์ตฮูด แม้กองทัพบกจะเตรียมแผนประหารชีวิตในเรือนจำกลาง ณ เมืองแตร์โอต รัฐอินดีแอนาด้วยวิธีฉีดยาพิษมานานหลายเดือนแล้ว
UN เตือนละเมิดข้อห้ามการทรมาน นักการเมืองเปรียบสหรัฐฯ กับอิหร่าน-อัฟกานิสถาน
แผนถ่ายทอดสดการประหารชีวิตถูกต่อต้านอย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ออกมาเตือนว่า การถ่ายทอดสดการประหารชีวิตเข้าข่ายการประหารชีวิตต่อสาธารณะ และละเมิดข้อห้ามอย่างเด็ดขาดต่อการทรมาน
ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า แผนดังกล่าวเป็นความคิดป่าเถื่อน และลดทอนศักดิ์ศรีของสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้าน
ส่วน ยัสซามิน อันซารี (Yassamin Ansari) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาคองเกรสวิจารณ์ทรัมป์ โดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่านและอัฟกานิสถาน
นอกจากนี้ เสียงคัดค้านยังเกิดขึ้นจากนักการเมืองพรรครีพับลิกัน โดย ลิซา เมอร์คาวสกี (Lisa Murkowski) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐอะแลสการะบุว่า สหรัฐฯ ไม่มีความจำเป็นต้องถ่ายทอดสดการประหารชีวิต พร้อมกล่าวว่า การกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือเผด็จการ มากกว่าจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ
ขณะที่ ทอม ทิลลิส (Thom Tillis) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันเห็นว่า ฮาซานสมควรได้รับโทษประหารชีวิต แต่การถ่ายทอดสดการประหารชีวิตเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่มักเกี่ยวข้องกับระบอบการปกครองที่กดขี่ประชาชน
อนึ่ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังขยายไปถึงสหราชอาณาจักร โดย บริดเจ็ต ฟิลลิปสัน (Bridget Phillipson) รัฐมนตรีด้านความเสมอภาคและประธานพรรคเลเบอร์ของอังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ BBC Radio 4 ว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง แม้สหรัฐฯ จะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อังกฤษจะต้องสนับสนุนทุกการกระทำของรัฐบาลสหรัฐฯ
หวั่นภาพประหารชีวิตถูกใช้โฆษณาชวนเชื่อ ดึงคนเข้ากลุ่มก่อการร้าย
นอกจากนี้ ฝ่ายคัดค้านยังให้เหตุผลว่า การถ่ายทอดสดการประหารชีวิตอาจสร้างผลเสียต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงที่กลุ่มก่อการร้ายจะนำภาพดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อปลุกระดมและชักชวนสมาชิกใหม่
ทั้งนี้ ไมค์ จอห์นสัน (Mike Johnson) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน แสดงความกังวลผ่าน CBS News ว่า ภาพวิดีโอการประหารชีวิตของฮาซานอาจกลายเป็นเครื่องมือสำหรับกลุ่มก่อการร้ายในอนาคต
“เราจำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบเชิงนโยบายของเรื่องทั้งหมดนี้อย่างรอบคอบ” จอห์นสันยืนยันว่า หากมีการถ่ายทอดสดจริง เขาก็จะไม่รับชมเช่นกัน
ขณะที่ เน็ด ไพรซ์ (Ned Price) อดีตรองผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านการต่อต้านการก่อการร้ายระบุว่า วิธีที่ทำให้เกิดกลุ่มหัวรุนแรงเพิ่มขึ้น คือ การยกย่องความรุนแรง ส่งเสริมวัฒนธรรมที่เชิดชูความตาย และสร้างภาพผู้กระทำผิดให้กลายเป็นผู้พลีชีพเพื่ออุดมการณ์
ไพรซ์ยังเปรียบเทียบแผนของเฮกเซธกับยุทธวิธีที่กลุ่มอัลกออิดะห์และ ISIS เคยใช้ในการเผยแพร่ภาพความรุนแรง พร้อมเตือนว่า แนวทางดังกล่าวอาจทำลายภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ และเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่มั่นใจตั้งแต่แรกว่าแผนดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยระบุว่า แม้ฮาซานจะเป็นผู้ก่อเหตุสังหารผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก แต่หากมีการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตจริง เขาจะไม่รับชม
ฮาซานคือใคร ทำไมจึงถูกตัดสินประหารชีวิต?
นิดาล มาลิก ฮาซาน ปัจจุบันอายุ 56 ปี เป็นอดีตนายทหารยศพันตรีและจิตแพทย์ประจำกองทัพบกสหรัฐฯ โดยเมื่อปี 2009 เขาก่อเหตุกราดยิงภายในสถานพยาบาลของฐานทัพฟอร์ตฮูด รัฐเท็กซัส ระหว่างที่ทหารจำนวนมากกำลังรอเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนออกไปปฏิบัติภารกิจ
เหตุกราดยิงครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ในจำนวนนี้เป็นทหาร 12 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย ซึ่งเป็นทหาร 30 นาย โดยฮาซานอ้างว่า เขามีแนวคิดต่อต้านสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ก่อเหตุเพื่อปกป้องชาวมุสลิมและกลุ่มตาลีบัน ขณะที่ทางการสหรัฐฯ พบหลักฐานว่า เขาเคยติดต่อทางอีเมลกับ อันวาร์ อัลเอาลากี (Anwar al-Awlaki) นักการศาสนาหัวรุนแรงที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์
ต่อมาในปี 2013 คณะลูกขุนศาลทหารตัดสินให้ฮาซานมีความผิดฐานฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 13 กระทง และพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอีก 32 กระทง พร้อมพิพากษาประหารชีวิต
แม้ทรัมป์จะยกเลิกแผนถ่ายทอดสดแล้ว แต่การประหารชีวิตฮาซานยังคงมีกำหนดในวันที่ 3 ธันวาคม โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะยื่นคำร้องต่อศาลพลเรือนเพื่อคัดค้านการประหารชีวิตหรือไม่ ซึ่งหากมีการดำเนินการดังกล่าว ก็อาจส่งผลให้กระบวนการประหารชีวิตต้องเลื่อนออกไป
ภาพ:Annabelle Gordon / Reuters
อ้างอิง: