โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามไฮบริดป่วนยุโรป เหตุขู่วางระเบิดเที่ยวบินระลอก 3 ในสัปดาห์เดียว

เดลินิวส์

อัพเดต 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 5.18 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกิดเหตุขู่วางระเบิดเที่ยวบินโดยสารในหลายประเทศทั่วยุโรปเป็นครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์นี้ หลังเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวได้รับผลกระทบ ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้มีลักษณะคล้ายปฏิบัติการโจมตีแบบไฮบริด ท่ามกลางข้อกล่าวหาเชื่อมโยงรัสเซียกับการก่อวินาศกรรมในยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า เกิดเหตุขู่วางระเบิดเที่ยวบินโดยสารในหลายประเทศทั่วยุโรปเป็นครั้งที่ 3 ภายในสัปดาห์นี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การขู่วางระเบิดซึ่งเป็นการแจ้งเท็จ ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินโดยสารหลายสิบเที่ยวทั่วยุโรป ทำให้เครื่องบินบางลำต้องลงจอดนอกกำหนด ขณะที่บางลำถูกเครื่องบินขับไล่บินประกบหรือเข้าสกัดกั้น หลังเกิดเหตุลักษณะเดียวกันระลอกแรกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบวัตถุระเบิด และเครื่องบินทุกลำสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ตำรวจเดนมาร์กเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังสอบสวนกรณีการขู่วางระเบิดที่พุ่งเป้าไปยังการจราจรทางอากาศในท่าอากาศยานกรุงโคเปนเฮเกน แต่การประเมินเบื้องต้นพบว่าไม่มีอันตรายต่อผู้โดยสาร และท่าอากาศยานยังคงให้บริการตามปกติ

ขณะที่ตำรวจเช็กได้รับแจ้ง เหตุขู่วางระเบิดเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากกรุงปราก รวมอย่างน้อย 9 เที่ยวบิน แต่ไม่พบวัตถุระเบิด และไม่มีเที่ยวบินใดต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทาง

ด้านแหล่งข่าวจากหน่วยงานท่าอากาศยานอิตาลีเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า เที่ยวบินของสายการบินวิซซ์ แอร์ จากกรุงปรากไปยังกรุงโรม ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่เมืองเวนิส และลงจอดได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสรายงานว่า มีการขู่วางระเบิดเครื่องบินซึ่งบินเหนือน่านฟ้าฝรั่งเศสอีก 4 ลำ โดยทุกลำลงจอดอย่างปลอดภัย

ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น โปรตุเกส รายงานว่า เกิดสัญญาณเตือนภัยระเบิดทำงาน บนเที่ยวบินของสายการบินไรอันแอร์ เส้นทางระหว่างกรุงโรมกับกรุงลิสบอน ส่งผลให้มีการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เมื่อเครื่องบินลงจอด

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับการโจมตีแบบไฮบริดหรือแบบผสมผสาน ที่มีการประสานงานกัน แม้ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมกัน หรือเกิดจากบุคคลที่มีความขัดแย้งส่วนตัวก็ตาม

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการกล่าวหาประเทศใดอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการก่อวินาศกรรมและความพยายามโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วยุโรป ตั้งแต่สถานีไฟฟ้าในเยอรมนี โรงงานและสถานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในภูมิภาคบอลติก และระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศสและประเทศอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่หลายประเทศเชื่อมโยงปฏิบัติการเหล่านี้กับการที่ยุโรปให้การสนับสนุนยูเครน ในการทำสงครามต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลมอสโกดำเนินปฏิบัติการก่อกวนแบบไฮบริด ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ง่าย และไม่คาดว่าจะนำไปสู่การตอบโต้ทางทหาร.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...