แม่น้ำสาย จ.เชียงราย วิกฤต หลังพบปนเปื้อนสารหนู-ค่าความขุ่นพุ่ง
แม่น้ำสาย จ.เชียงราย วิกฤต หลังพบปนเปื้อนสารหนู-ค่าความขุ่นพุ่ง 14,000 NTU
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. (6 พ.ย. 2569) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย นายคมสัน สันมา ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาแม่สาย และ น.ส.ปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ นำคณะลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายบริเวณบ้านถ้ำผาจม (หัวฝาย) อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบปริมาณน้ำสายลดลง จนส่งผลค่าสารปนเปื้อนเข้มข้นขึ้น
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา กปภ.สาขาแม่สาย ตรวจพบสารปนเปื้อนในน้ำดิบสูงผิดปกติ และไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ต้องลดกำลังการผลิตและจ่ายน้ำในพื้นที่ ต.แม่สาย และ ต.เวียงพางคำ รวม 14 หมู่บ้าน ลดจ่ายน้ำเหลือเพียงร้อยละ 60 สงผลกระทบให้กับชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้เข้าควบคุม และติดตามสถานการณ์ร่วมกับทุกหน่วยงานตั้งแต่เกิดเหตุอย่างใกล้ชิด ซึ่งวันนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายขึ้น สามารถเพิ่มกำลังการผลิตจ่ายน้ำได้ประมาณร้อยละ 80 พร้อมประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ลงพื้นที่เฝ้าตรวจค่าน้ำอย่างใกล้ชิด
สำหรับ แผนรับมือระยะยาวของ กปภ.อำเภอแม่สาย ได้แบ่งออกเป็น 3 เฟส 1.เตรียมการผันน้ำจากแม่น้ำโขง มาใช้ในพื้นที่อำเภอแม่สาย 2.การผันน้ำจากแม่น้ำลาวเพื่อกระจายการจ่ายน้ำครอบคลุมทั่วจังหวัดเชียงราย 3.ดึงน้ำจากแม่น้ำคำ ต.แม่คำ อ.แม่จัน ขึ้นมาใช้ในระยะยาว ส่วนมาตรการเร่งด่วน ได้เตรียมแท็งก์น้ำสำรองกักเก็บน้ำประปา เพื่อสำรองแจกจ่าย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น
ด้าน นางสาวปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนฯ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ระบุว่า จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำ สารเคมี และโลหะหนักเป็นประจำทุกเดือน พบว่าช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ค่าสารปนเปื้อนในแม่น้ำสายเคยพุ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 28 เท่า ก่อนจะค่อยๆ ลดลงมาอยู่ที่ระดับค่าเฉลี่ย 0.012 - 0.017 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ สารปนเปื้อนเกิดจากฝนที่ตกบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ และชะล้างสารเคมีลงสู่ลำน้ำ ขณะที่แม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จากการตรวจวัดในเดือนกันยายน ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ขณะที่ นายคมสัน สันมา ผู้จัดการ กปภ.สาขาแม่สาย ชี้แจงถึงสาเหตุการลดกำลังผลิตว่า เมื่อวานนี้พบน้ำดิบที่สูบขึ้นมาจากแม่น้ำสาย มีความขุ่นผิดปกติ ผลการตรวจเบื้องต้นพบค่า สารหนูเกินมาตรฐาน และมีค่าความขุ่นพุ่งสูงถึง 14,000 NTU ซึ่งเกินขีดความสามารถของระบบผลิตน้ำประปา จากปกติช่วงหน้าแล้งจะอยู่ที่ 800 - 1,000 NTU และช่วงน้ำหลากอยู่ที่ 3,000 - 6,000 NTU
อย่างไรก็ตาม กปภ. อยู่ระหว่างรอการก่อสร้างสถานีผลิตน้ำประปาเชียงแสน ให้แล้วเสร็จ เพื่อเปลี่ยนไปสูบน้ำจากน้ำโขงชียงแสน ส่งมาใช้ในพื้นที่ อ.แม่จัน และ อ.แม่สาย พร้อมยกเลิกโรงสูบน้ำประปาจุดปัจจุบันอย่างถาวร
ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่บ้านถ้ำผาจม อ.แม่สาย เปิดเผยความกังวลว่า ปัจจุบันชาวบ้านริมแม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกต่างงดบริโภคปลา และสัตว์น้ำธรรมชาติ โดยหันไปซื้อปลาเลี้ยงจากบ่อแทน นอกจากนี้ การใช้น้ำบาดาลสูบขึ้นมายังส่งผลให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง เมื่อเจอปัญหาน้ำประปามีสีขุ่นแดง ยิ่งเพิ่มความกังวลจนหลายครอบครัว ไม่กล้าใช้อาบ และต้องควักเงินซื้อน้ำบรรจุขวดมาใช้อุปโภคบริโภคชั่วคราว