โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงคิวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์! ระดับน้ำเกิน 100% ขอ ปปช.อพยพ-ยกของขึ้นที่สูง

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เผย 'เขื่อนเจ้าพระยา' ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันไดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที 'เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์' ระดับเกิน 100 % ขอประชาชนริมน้ำยกของขึ้นที่สูง สั่ง ผวจ. รอรับฝนระลอกใหม่ 4-5 ต.ค.นี้

01 ต.ค.2569 - ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว "ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย" หรือ ศูนย์ JICC ร่วมกับ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมแทนกทม. ร่วมกันแถลงข่าว

โดยเอกภพ กล่าวว่า มีการแจ้งเตือนว่า จะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4-8 ต.ค. ซึ่งเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนตกแช่ ขณะเดียวกัน จากการพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 6- 7 ต.ค.จะมีฝนมากกว่าปกติที่ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดฝั่งตะวันตก ส่วน กทม. ฝนเปลี่ยนฤดู จะเข้าวันที่ 7 - 8 ต.ค. จึงต้องมีการเฝ้าระวัง และอัปเดตสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนต่อไป

นายเอกภพ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำเหนือจากแม่น้ำปิงว่า ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ลงมาถึง จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ระดับน้ำอยู่จุดที่สูงสุด และจะส่งต่อไปที่เขื่อนเจ้าพระยา ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีการหน่วงน้ำไว้ เพื่อให้น้ำเข้ามาเติมแม่น้ำเจ้าพระยาให้น้อยลง โดยการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 30 ก.ย.อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อย ๆ ทยอยปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น หลังจากมีการอนุมัติของคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ โดยเมื่อเช้าวันที่ 1 ต.ค.เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการระบายน้ำแบบเป็นขั้นบันได โดยมีกรอบการระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับน้ำในเขื่อนเกินระดับที่ 100 % ไปแล้ว มีการระบายน้ำ ลงมาที่ จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่พื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ราบ ให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก ปัญหาอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ที่จะระบายน้ำลงแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับน้ำสูงขึ้น จากการเก็บกักน้ำไว้ 2 วันที่ผ่านมา แต่ในส่วนน้ำที่เข้ามาเติมไม่ได้มีกระแสน้ำเพิ่มขึ้น เพราะฝนตกน้อยลง อย่างไรก็ตาม เขื่อนมีโอกาสจะรับน้ำเพิ่มจึงเริ่มปล่อยน้ำออก ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้มีการเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งเมื่อดูมวลน้ำเดิมที่ปล่อยก่อนหน้านี้มีความห่างกันพอสมควร จึงจะไม่กระทบประชาชนมากนัก ทั้งนี้ เขื่อนแม่กลองปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้รองรับน้ำการบริหารจัดการน้ำ ไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อน ซึ่งน้ำจะถูกปล่อยไป ที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม จึงมีการแจ้งเตือนประชาชนทั้ง 2 จังหวัดแล้วว่าให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม มีการสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาเติมในคราวเดียวกัน และขอให้ประชาชนฟังประกาศและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนฝั่งตะวันออก น้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และ นครนายก ระดับน้ำทรงตัวและลดลงแล้ว เนื่องจากผ่านจุดสูงสุดของปริมาณน้ำที่ผ่านทั้ง 2 จังหวัดแล้ว โดยน้ำจะมารวมกันที่แม่น้ำบางปะกง และพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ อ.บางคล้า คลองเขื่อน และบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งมีการแจ้งเตือนประชาชน และขอให้เคลื่อนย้าย พร้อมยกของขึ้นที่สูง หากมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง ให้อพยพไปที่ศูนย์อพยพของจังหวัดที่เตรียมไว้ โดยเน้นย้ำว่า ภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ขอให้ติดสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วระดับสูงขึ้น ขอให้อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงจะปลอดภัยกว่า

นายเอกภพ ยังระบุถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณสุขแห่งชาติว่า ให้จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อนที่ต้องเข้าถึงก่อน โดยการจัดลำดับความสำคัญให้ดี พร้อมจัดระบบทีมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่มีการเข้าถึงได้ยาก น้ำท่วมสูง ลึก รวมถึงการส่งน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้ทั่วถึง ขณะเดียวกัน ยังให้จัดระบบสื่อสารกับประชาชนแบบ 1 พื้นที่ 1 ข้อมูล มีการประสานงานกันให้เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้ นายกฯยังสั่งการให้มีการเตรียมมาตรการรองรับฝนระลอกใหม่ วันที่ 4-5 ต.ค.นี้ ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ที่ประชุมยังได้พูดถึงพื้นที่เสี่ยงของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ที่มีการคำนวณการรับน้ำ ปริมาณน้ำฝน และการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ไปให้แต่ละจังหวัดให้ใช้ข้อมูลตรงนั้นในการพิจารณาในการสั่งการและให้การช่วยเหลือ รวมถึงให้จัดทำบัญชีทรัพยากรกำลังคน เครื่องจักรกล ให้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ทันที เพื่อให้ทรัพยากรต่าง ๆ สามารถเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการได้

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลองให้แจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดูแลความเป็นอยู่ การดำรงชีพของประชาชนให้ครบถ้วนทุกมิติอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัดให้อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งสูบน้ำออกโดยเร็ว และดําเนินการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...