โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ชัชชาติ” แจงชัด! กทม. ไม่เคยคิดยกเลิกแก้มลิง

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ชัชชาติ” แจงชัด กทม. ไม่ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง ย้ำเป็นการทบทวนโครงการตามหลักวิชาการ ชี้ต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม - คุ้มค่าการลงทุน

“ชัชชาติ” แจงชัด กทม. ไม่ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง ย้ำเป็นการทบทวนโครงการตามหลักวิชาการ ชี้ต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม - คุ้มค่าการลงทุน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวว่า กรุงเทพมหานครยกเลิกโครงการแก้มลิง โดยยืนยันว่า กทม. ไม่ได้มีแนวคิดที่จะยกเลิกหรือไม่ดำเนินการตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ พร้อมระบุว่า ข้อความที่กล่าวว่า กทม. ไม่ดำเนินการตามแนวพระราชดำริเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เนื่องจากประเด็นดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานมาโดยตลอด โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมีหลายรูปแบบ ทั้งการทำแนวป้องกันน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำ การปรับปรุงสภาพลำน้ำและคลอง รวมถึงการเพิ่มพื้นที่รองรับและชะลอน้ำ ซึ่งแก้มลิง เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญด้านการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับแนวคิดแก้มลิง นายชัชชาติ อธิบายว่า เป็นแนวคิดในการพักและกักเก็บน้ำไว้ชั่วคราวในช่วงที่มีน้ำมาก โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทันที เช่น มีน้ำทะเลหนุนหรือมีปริมาณน้ำในคลองสูง เมื่อระดับน้ำลดลงจึงค่อยระบายน้ำออก เปรียบเสมือนลิงที่เก็บอาหารไว้บริเวณกระพุ้งแก้มก่อนนำออกมากินในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้พื้นที่หนึ่งเป็นแก้มลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายด้าน ทั้งความเหมาะสมของพื้นที่ ความสามารถในการนำน้ำเข้าสู่พื้นที่กักเก็บ และความสามารถในการระบายน้ำออกเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ดังนั้น การเลือกสถานที่จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามสภาพพื้นที่และระบบทางน้ำ ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ใดที่ถูกกำหนดไว้ในโครงการจะต้องดำเนินการในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด

นายชัชชาติ กล่าวถึงที่มาของโครงการแก้มลิงที่อยู่ระหว่างการทบทวนว่า ภายหลังเกิดมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานครศึกษาแนวทางเพิ่มความสามารถในการรองรับและระบายน้ำ โดยมีการศึกษาแนวทางหลายรูปแบบ ทั้งการปรับปรุงคลอง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ และการพิจารณาพื้นที่สำหรับจัดทำแก้มลิง

จากการศึกษาในเวลาต่อมามีการเสนอพื้นที่ที่เหมาะสมจำนวน 6 แห่ง โดยกระบวนการดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 และมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่พื้นที่จำนวน 4 แห่งจะถูกยุติหรือยกเลิกไป เหลือพื้นที่ที่ได้รับการพิจารณาต่ออีก 2 แห่ง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เมื่อมาถึงขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการต่อเกี่ยวกับพื้นที่ที่เหลือ กทม. จึงต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะต้นทุนการดำเนินโครงการ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นพื้นที่สาธารณะหรือบึงธรรมชาติที่มีอยู่เดิม แต่เป็นพื้นที่เอกชน ซึ่งหากดำเนินโครงการจะต้องมีการเวนคืนและชดเชยตามราคาตลาด รวมถึงต้องลงทุนปรับปรุงระบบนำน้ำเข้าและระบายน้ำออกจากพื้นที่

จากการประเมินเบื้องต้น โครงการในพื้นที่ที่เหลือ 2 แห่งต้องใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินในระดับหลายพันล้านบาท ทำให้ กทม. ต้องกลับมาพิจารณาว่า หากใช้งบประมาณจำนวนดังกล่าวแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และมีแนวทางอื่นที่ให้ผลด้านการระบายน้ำได้ดีกว่าหรือไม่

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม. จึงศึกษาทางเลือกอื่น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองและการใช้อุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งเป็นการเร่งทางน้ำให้ไหลออกจากพื้นที่ได้เร็วขึ้น โดยประเมินว่าการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอาจใช้งบประมาณประมาณ 6,500 ล้านบาท หรือต่ำกว่าการดำเนินโครงการแก้มลิงในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ การพิจารณาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะทำแก้มลิงหรือไม่ทำแก้มลิง แต่ต้องดูว่าพื้นที่นั้นเหมาะสมหรือไม่ และวิธีใดจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า การพิจารณาโครงการดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ เนื่องจากแนวพระราชดำริเป็นหลักคิดในการบริหารจัดการน้ำ ขณะที่การเลือกพื้นที่และรูปแบบการดำเนินโครงการจำเป็นต้องนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา

นายชัชชาติ ยังยืนยันว่า กรุงเทพมหานครยังคงดำเนินโครงการแก้มลิงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาแก้มลิงกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยรองรับน้ำในระดับพื้นที่ และมีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่ลักษณะดังกล่าวอีกในอนาคต โดยหลักสำคัญคือไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เสมอไป แต่ควรเป็นพื้นที่ที่สามารถนำน้ำเข้าและระบายน้ำออกได้สะดวก และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยยกตัวอย่างพื้นที่บริเวณวงเวียนหลักสี่ ซึ่งมีการจัดทำพื้นที่แก้มลิงเพื่อช่วยรองรับน้ำในบริเวณดังกล่าว รวมถึงแนวทางการจัดทำพื้นที่รับน้ำขนาดเล็กกระจายตามชุมชนหรือพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณน้ำในพื้นที่เฉพาะจุดได้

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ในกรณีพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่ แม้จะมีความจุสูง แต่หากระบบนำน้ำเข้าและระบายน้ำออกมีข้อจำกัด ก็อาจไม่สามารถใช้ความจุของพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยยกตัวอย่างพื้นที่บึงหนองบอนที่มีความจุประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ขนาดใหญ่จำเป็นต้องพิจารณาระบบนำน้ำเข้าและระบายน้ำออกควบคู่กัน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะความจุของพื้นที่เท่านั้น

สำหรับสถานการณ์น้ำฝนในกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติระบุว่า ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นจากฝนตกหนักในบางช่วงมีจำนวนมาก ขณะที่พื้นที่แก้มลิง 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณามีความจุรวมประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงอาจช่วยบรรเทาปัญหาในพื้นที่โดยรอบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครได้ทั้งหมด

ในทางกลับกัน ระบบอุโมงค์ระบายน้ำที่มีศักยภาพในการระบายน้ำประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงเป็นอีกแนวทางที่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับพื้นที่แก้มลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในภาพรวมของกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ ย้ำว่า การเลือกใช้แนวทางใดไม่ควรถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นการปฏิเสธแนวพระราชดำริ เพราะทั้งการจัดทำพื้นที่แก้มลิงและการเพิ่มทางระบายน้ำล้วนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายใต้หลักคิดด้านการบริหารจัดการน้ำได้ สิ่งสำคัญคือการพิจารณาว่าแนวทางใดเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสามารถเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้มากที่สุด

ส่วนข้อกล่าวหาว่าการทบทวนโครงการอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า กทม. พิจารณาจากประโยชน์ของประชาชน ความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ ความเหมาะสมของพื้นที่ และเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นหลัก ส่วนที่ดินเอกชนที่ต้องเวนคืน กทม. จำเป็นต้องจ่ายค่าทดแทนตามหลักเกณฑ์และราคาตลาด จึงไม่ใช่การนำที่ดินเอกชนมาใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นเรื่องโครงการแก้มลิงถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและมีความละเอียดอ่อน จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการระบุว่าเป็น โครงการตามแนวพระราชดำริ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจว่า หาก กทม. ไม่ดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว จะหมายถึงการไม่ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ ทั้งที่ในความเป็นจริง แนวพระราชดำริเป็นหลักคิดในการจัดการน้ำ ส่วนพื้นที่และวิธีการดำเนินงานเป็นสิ่งที่หน่วยงานต้องศึกษาและเลือกให้เหมาะสม

พร้อมย้ำว่า แก้มลิงมีประโยชน์มาก แต่ต้องใช้ในบริบทที่เหมาะสม แนวพระราชดำริมีหลายแนวทาง หน้าที่ของเราคือเลือกและประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับพื้นที่

ด้านนายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พื้นที่โครงการแก้มลิงดังกล่าวไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในผังเมือง แม้อาจปรากฏอยู่ในแผนที่หรือเอกสารการศึกษาบางส่วน โดยโครงการดังกล่าวมีที่มาตั้งแต่ปี 2556 และผ่านการพิจารณามาหลายขั้นตอน ก่อนจะมีการยุติพื้นที่บางส่วนไปแล้ว

นายวิษณุ กล่าวว่า การที่โครงการถูกศึกษามาเป็นเวลานานไม่ได้หมายความว่าจะต้องดำเนินการต่อโดยอัตโนมัติ เนื่องจากบริบทด้านการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงรูปแบบและความเสี่ยงของปัญหาน้ำในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาน้ำฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งแตกต่างจากโจทย์เดิมที่โครงการถูกจัดทำขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลาก

ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวเริ่มต้นจากการประเมินความสามารถในการรองรับน้ำหลากประมาณ 110 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี กรุงเทพมหานครมีการพัฒนาระบบระบายน้ำเพิ่มเติม ทั้งการขยายอุโมงค์ระบายน้ำและการปรับปรุงคลอง จึงจำเป็นต้องทบทวนว่าแนวทางเดิมยังมีความเหมาะสมและคุ้มค่ากับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่

นายวิษณุ กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีการพัฒนาโครงการอุโมงค์ระบายน้ำในพื้นที่คลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งได้รับงบประมาณดำเนินการแล้ว และคลองดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่กรุงเทพมหานครด้านตะวันออก ทั้งพื้นที่ตอนเหนือและตอนใต้

การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความคุ้มค่าของโครงการ โดยนำโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่และโครงการที่กำลังดำเนินการมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้สามารถระบายน้ำจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น

นายวิษณุ ย้ำว่า การทบทวนโครงการแก้มลิงไม่ได้หมายถึงการยกเลิกแนวคิดแก้มลิง แต่เป็นการพิจารณาเลือกพื้นที่และรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่เป็นบึงหรือแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่เดิมยังสามารถนำมาปรับปรุง ขุดลอก และใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำได้ ขณะเดียวกันแก้มลิงขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ก็สามารถช่วยลดปริมาณน้ำในระดับพื้นที่ได้เช่นกัน

ประเด็นสำคัญคือการพิจารณาทางเทคนิคและความคุ้มค่า ว่าแนวทางใดเหมาะสมกับพื้นที่และสามารถช่วยประชาชนได้จริง โดยไม่ควรนำเรื่องการเลือกพื้นที่ไปเชื่อมโยงกับการไม่ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ เพราะแนวคิดด้านการบริหารจัดการน้ำยังคงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...