รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท กู้เงิน 30,000 บาท เช็กสิทธิปี 2569
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600-1,000 บาท ตามช่วงอายุ อาจมีข้อสงสัยว่ายังสามารถยื่นขอกู้เงิน 30,000 บาทจากกองทุนผู้สูงอายุได้หรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเงินทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริมหลังเกษียณ ซึ่งกรมกิจการผู้สูงอายุมีมาตรการสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย พร้อมระยะเวลาผ่อนชำระคืนไม่เกิน 3 ปี
จากการตรวจสอบข้อมูลกองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า การได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ถูกระบุเป็นข้อห้ามในการยื่นกู้เงินทุนประกอบอาชีพ ตามคุณสมบัติผู้กู้ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กองทุน อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและการพิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กู้เงิน 30,000 บาทได้หรือไม่?
คำตอบคือ สามารถยื่นขอกู้ได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วน เนื่องจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินกู้ยืมทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุเป็นมาตรการคนละประเภท
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นเงินช่วยเหลือรายเดือนตามหลักเกณฑ์ของภาครัฐ ส่วนเงินกู้กองทุนผู้สูงอายุเป็นเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพที่ต้องชำระคืน โดยไม่มีดอกเบี้ย
ดังนั้น การได้รับเบี้ยยังชีพเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เหตุให้หมดสิทธิยื่นคำร้องขอกู้เงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้รับเบี้ยยังชีพทุกคนจะได้รับอนุมัติวงเงิน 30,000 บาทโดยอัตโนมัติ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 ได้เดือนละเท่าไร?
กรมกิจการผู้สูงอายุเผยแพร่อัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้
อายุผู้สูงอายุ
- 60-69 ปี
เบี้ยยังชีพต่อเดือน
- 600 บาท
อายุผู้สูงอายุ
- 70-79 ปี
เบี้ยยังชีพต่อเดือน
- 700 บาท
อายุผู้สูงอายุ
- 80-89 ปี
เบี้ยยังชีพต่อเดือน
- 800 บาท
อายุผู้สูงอายุ
- 90 ปีขึ้นไป
เบี้ยยังชีพต่อเดือน
- 1,000 บาท
การได้รับเบี้ยยังชีพตามอัตราข้างต้นเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาเงินกู้ประกอบอาชีพ ซึ่งต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอกู้แยกต่างหาก
กองทุนผู้สูงอายุ 2569 ให้กู้เงินเท่าไร?
กองทุนผู้สูงอายุเปิดให้บริการเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ 2 ประเภท ได้แก่
กู้รายบุคคล
- วงเงินไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย
กู้รายกลุ่ม
- วงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อกลุ่ม โดยมีผู้ร่วมกู้ไม่น้อยกว่า 5 คน
เงินกู้ทั้งสองประเภทไม่คิดดอกเบี้ย และกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระคืนไม่เกิน 3 ปี หรือ 36 เดือน
กองทุนผู้สูงอายุ กรณีกู้เงินเต็มวงเงิน 30,000 บาท หากแบ่งชำระเงินต้นเท่ากันตลอด 36 เดือน จะมีภาระผ่อนเฉลี่ยประมาณ 833.33 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ยอดผ่อนจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาที่ได้รับอนุมัติ
เช็กคุณสมบัติผู้สูงอายุที่มีสิทธิกู้เงิน 30,000 บาท
ผู้ขอกู้รายบุคคลต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
1. มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย
2. ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านเงินทุนประกอบอาชีพ
3. มีความสามารถในการประกอบอาชีพที่ขอรับการสนับสนุน
4. มีปัจจัยสนับสนุนและสถานที่ประกอบอาชีพตามหลักเกณฑ์
5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อกำหนด
6. ไม่อยู่ระหว่างเป็นผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันของกองทุนผู้สูงอายุตามเงื่อนไขที่กำหนด
7. คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาต้องไม่เป็นผู้ค้างชำระเงินกองทุนตามข้อกำหนด
ผู้สมัครต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาความเหมาะสมในการประกอบอาชีพด้วย
ผู้สูงอายุรับเบี้ยยังชีพ ต้องมีคนค้ำประกันหรือไม่?
สำหรับเงินกู้ประเภทรายบุคคล กองทุนผู้สูงอายุมีหลักเกณฑ์กำหนดให้มีผู้ค้ำประกัน โดยผู้ค้ำต้องมีคุณสมบัติตามที่กองทุนกำหนด เช่น มีสัญชาติไทย มีรายได้หรือเงินเดือนประจำ และมีภูมิลำเนาตามเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบนเว็บไซต์กองทุนผู้สูงอายุมีรายละเอียดเกณฑ์อายุผู้ค้ำประกันที่แตกต่างกันระหว่างหน้าให้บริการและคู่มือ จึงแนะนำให้ผู้สนใจสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับล่าสุดก่อนยื่นคำร้อง
กู้เงินผู้สูงอายุ 30,000 บาท ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้ค้ำประกัน และเอกสารสถานภาพสมรสหรือการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หากมี
กรณีผู้ยื่นคำร้องอายุ 80 ปีขึ้นไป กองทุนยังแนะนำให้เตรียมใบรับรองแพทย์และรูปถ่ายเต็มตัวขณะประกอบอาชีพเพื่อประกอบการพิจารณา
สมัครกู้เงินผู้สูงอายุ 2569 ได้ที่ไหน?
ผู้สูงอายุที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและยื่นคำร้องผ่านหน่วยงานดังต่อไปนี้
กรุงเทพมหานคร ติดต่อกองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ
ต่างจังหวัด ติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
เว็บไซต์ กองทุนผู้สูงอายุ เพื่อตรวจสอบบริการและช่องทางยื่นคำร้อง
โทรศัพท์ 02-354-6100 ถึง 6106
ทั้งนี้ ผู้สูงอายุควรตรวจสอบความสามารถในการชำระคืนก่อนกู้เงิน โดยเฉพาะผู้ที่มีเบี้ยยังชีพเป็นรายได้หลัก เนื่องจากเงินกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพ ไม่ใช่เงินช่วยเหลือที่ได้รับโดยไม่ต้องคืน.
อ้างอิง: