‘เอกนัฏ’ เล็งลดภาษี E20-B20 พยุงราคาน้ำมัน เสริมสภาพคล่องกองทุน
รมว.พลังงาน เผยแนวทางรับมือวิกฤตพลังงานโลก เล็งจับมือกระทรวงการคลังปรับลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 มุ่งช่วยเหลือกลุ่มขนส่งและเกษตรกร พร้อมนำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่นชดเชยราคาแล้วเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ศึกษาดึงเงินกองทุนอื่นเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ โดยไม่ต้องกู้เพิ่ม ยันดูแลค่าไฟไม่ให้กระทบประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการราคาน้ำมันท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
และการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมันมาช่วยลดราคาขายปลีกแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท ส่งผลให้สามารถปรับลดราคาน้ำมันลงได้ประมาณ 4 บาทต่อลิตร เพื่อพยุงราคาไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบและดีเซลในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 50-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือกระทบต่อราคาขายปลีกประมาณ 10-15 บาทต่อลิตร ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเป็นทางเลือกถัดไป โดยอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ E20 และ B20 เป็นอันดับแรก
"การลดภาษีสรรพสามิตในอดีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เคยทำให้รายได้ภาครัฐลดลงและต้องกู้เงินเพิ่มเกือบ 200,000 ล้านบาท ดังนั้นครั้งนี้จึงเลือกใช้วิธีลดภาษีแบบมุ่งเป้าเฉพาะ E20 และ B20 เพื่อรักษาส่วนต่างราคาให้ถูกกว่าน้ำมันฐาน (E10 และ B7) อยู่ที่ประมาณ 6 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ และส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้ใช้รถบรรทุก ภาคขนส่ง ไรเดอร์ และเกษตรกรได้อย่างตรงจุด" นายเอกนัฏ กล่าว
เปิดแนวทางเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ไม่พึ่งเงินกู้
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบอยู่ราว 100,000 ล้านบาท (ต่ำกว่าช่วงวิกฤตครั้งก่อนที่เคยติดลบสูงถึง 150,000 ล้านบาท) รัฐบาลกำลังพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องโดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม เช่น
* การโอนย้ายเงินกองทุน ศึกษาการนำเงินจากกองทุนอื่นที่ยังไม่ได้ใช้งานและมาจากเงินจัดเก็บของผู้ใช้น้ำมัน เช่น กองทุนอนุรักษ์พลังงาน มาช่วยบรรเทาภาระ
* เงินปันผลจากบริษัทน้ำมัน หารือกับกระทรวงการคลังในการนำเงินปันผลและกำไรจากบริษัทน้ำมันที่รัฐถือหุ้น กลับมาใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต
นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงเปรียบเทียบราคาน้ำมันในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมาเลเซีย และพร้อมจะเร่งปรับลดราคาลงทันทีหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นเริ่มคลี่คลาย
เดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟฟ้า - วางกรอบ PDP เพิ่มพลังงานสะอาด
ในส่วนของมาตรการดูแลค่าไฟฟ้า รัฐบาลยังคงพยายามตรึงราคาเพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 23 ล้านครัวเรือน พร้อมถอดภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลบ้านอยู่อาศัย รวมถึงเร่งผลักดันตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี การเพิ่มศักยภาพการผลิตก๊าซในประเทศ และการจัดหาก๊าซธรรมชาติร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (แผน PDP) โดยตั้งเป้าหมายขั้นต่ำในช่วง 10 ปีแรก ในการปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสะอาดจาก 20% กว่า ขึ้นเป็น 50%
และคาดว่าในระยะยาวจะสามารถเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดได้ถึง 65% ถึงเกือบ 90% ควบคู่กับการประเมินเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “เอกนัฏ” เดินหน้าดันโซลาร์ประชาชน 1 หมื่น MW หลังลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาท