โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอกนัฏ’ เล็งลดภาษี E20-B20 พยุงราคาน้ำมัน เสริมสภาพคล่องกองทุน

AEC10NEWs

อัพเดต 23 ตุลาคม 2569 เวลา 5.49 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

รมว.พลังงาน เผยแนวทางรับมือวิกฤตพลังงานโลก เล็งจับมือกระทรวงการคลังปรับลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 มุ่งช่วยเหลือกลุ่มขนส่งและเกษตรกร พร้อมนำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่นชดเชยราคาแล้วเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ศึกษาดึงเงินกองทุนอื่นเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ โดยไม่ต้องกู้เพิ่ม ยันดูแลค่าไฟไม่ให้กระทบประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการราคาน้ำมันท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

และการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากโรงกลั่นน้ำมันมาช่วยลดราคาขายปลีกแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท ส่งผลให้สามารถปรับลดราคาน้ำมันลงได้ประมาณ 4 บาทต่อลิตร เพื่อพยุงราคาไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบและดีเซลในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 50-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือกระทบต่อราคาขายปลีกประมาณ 10-15 บาทต่อลิตร ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเป็นทางเลือกถัดไป โดยอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ E20 และ B20 เป็นอันดับแรก

"การลดภาษีสรรพสามิตในอดีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เคยทำให้รายได้ภาครัฐลดลงและต้องกู้เงินเพิ่มเกือบ 200,000 ล้านบาท ดังนั้นครั้งนี้จึงเลือกใช้วิธีลดภาษีแบบมุ่งเป้าเฉพาะ E20 และ B20 เพื่อรักษาส่วนต่างราคาให้ถูกกว่าน้ำมันฐาน (E10 และ B7) อยู่ที่ประมาณ 6 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ และส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้ใช้รถบรรทุก ภาคขนส่ง ไรเดอร์ และเกษตรกรได้อย่างตรงจุด" นายเอกนัฏ กล่าว

เปิดแนวทางเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ไม่พึ่งเงินกู้

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบอยู่ราว 100,000 ล้านบาท (ต่ำกว่าช่วงวิกฤตครั้งก่อนที่เคยติดลบสูงถึง 150,000 ล้านบาท) รัฐบาลกำลังพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องโดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม เช่น

* การโอนย้ายเงินกองทุน ศึกษาการนำเงินจากกองทุนอื่นที่ยังไม่ได้ใช้งานและมาจากเงินจัดเก็บของผู้ใช้น้ำมัน เช่น กองทุนอนุรักษ์พลังงาน มาช่วยบรรเทาภาระ

* เงินปันผลจากบริษัทน้ำมัน หารือกับกระทรวงการคลังในการนำเงินปันผลและกำไรจากบริษัทน้ำมันที่รัฐถือหุ้น กลับมาใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงเปรียบเทียบราคาน้ำมันในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมาเลเซีย และพร้อมจะเร่งปรับลดราคาลงทันทีหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นเริ่มคลี่คลาย

เดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟฟ้า - วางกรอบ PDP เพิ่มพลังงานสะอาด

ในส่วนของมาตรการดูแลค่าไฟฟ้า รัฐบาลยังคงพยายามตรึงราคาเพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับ 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทต่อหน่วย ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 23 ล้านครัวเรือน พร้อมถอดภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลบ้านอยู่อาศัย รวมถึงเร่งผลักดันตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี การเพิ่มศักยภาพการผลิตก๊าซในประเทศ และการจัดหาก๊าซธรรมชาติร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (แผน PDP) โดยตั้งเป้าหมายขั้นต่ำในช่วง 10 ปีแรก ในการปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสะอาดจาก 20% กว่า ขึ้นเป็น 50%

และคาดว่าในระยะยาวจะสามารถเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดได้ถึง 65% ถึงเกือบ 90% ควบคู่กับการประเมินเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : “เอกนัฏ” เดินหน้าดันโซลาร์ประชาชน 1 หมื่น MW หลังลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...