ป.ป.ท. รวบอดีตนักพัฒนาชุมชน หนีคดียักยอกเบี้ยคนชรา 1.2 แสน กลางเมืองขอนแก่น
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 4 ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น ติดตามจับกุม นางพสุดา (ขอสงวนนามสกุล) อดีตนักพัฒนาชุมชน ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มูลค่ากว่า 121,200 บาท ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ 17/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยจับกุมได้วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายเอกชัย เกษมสุขธวัช และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายจิรวัฒน์ สุถาพ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 4 และนายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2
ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2559 ผู้ต้องหาเป็นนักพัฒนาชุมชน สังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งใน อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้รับมอบหมายให้เบิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในพื้นที่ แต่กลับอาศัยอำนาจหน้าที่ ลงลายมือชื่อรับเงินสดแทนผู้มีสิทธิ อีกทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ ไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ มาใช้เป็นเอกสารประกอบการหักล้างเงินยืมทดรองจ่ายตามฎีกาเบิกเงิน และไม่นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนเทศบาล แต่กลับเบียดบังเงินจำนวน 121,200 บาทไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปพบพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท. จึงขอออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาฟ้องคดี
จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ จึงเข้าจับกุมได้สำเร็จ และนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท. ย้ำว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และความผิดดังกล่าวเกิดจากการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด