โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป.ป.ท. รวบอดีตนักพัฒนาชุมชน หนีคดียักยอกเบี้ยคนชรา 1.2 แสน กลางเมืองขอนแก่น

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ตุลาคม 2569 เวลา 0.14 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ป.ป.ท. เขต 4 ร่วมตำรวจ สภ.ท่าพระ เมืองขอนแก่น บุกจับอดีตนักพัฒนาชุมชน ตามหมายจับศาลทุจริตฯ ภาค 4 กลางเมืองขอนแก่น หลังหนีคดียักยอกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไม่ไปพบอัยการตามนัด นานกว่า 7 ปี หลบซ่อนตัวในบ้านพัก

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 4 ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น ติดตามจับกุม นางพสุดา (ขอสงวนนามสกุล) อดีตนักพัฒนาชุมชน ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มูลค่ากว่า 121,200 บาท ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ 17/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 โดยจับกุมได้วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายเอกชัย เกษมสุขธวัช และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายจิรวัฒน์ สุถาพ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 4 และนายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2

ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2558-2559 ผู้ต้องหาเป็นนักพัฒนาชุมชน สังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งใน อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้รับมอบหมายให้เบิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในพื้นที่ แต่กลับอาศัยอำนาจหน้าที่ ลงลายมือชื่อรับเงินสดแทนผู้มีสิทธิ อีกทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ ไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ มาใช้เป็นเอกสารประกอบการหักล้างเงินยืมทดรองจ่ายตามฎีกาเบิกเงิน และไม่นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนเทศบาล แต่กลับเบียดบังเงินจำนวน 121,200 บาทไปเป็นของตนเองโดยทุจริต ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปพบพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท. จึงขอออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาฟ้องคดี

จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ จึงเข้าจับกุมได้สำเร็จ และนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ท. ย้ำว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และความผิดดังกล่าวเกิดจากการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...