ย้อนเวลา 124 ปี รฟท. ปล่อยหัวรถจักรไอน้ำยุคสงครามโลก เส้นทางประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ-อยุธยา น้อมรำลึก ร. 5
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่ศาลากลางพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานวางพวงมาลา และจุดเครื่องทองน้อยถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการพลเรือน ศาล ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิ นักเรียน นักศึกษา จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนชาวอยุธยา ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ จำนวนกว่า 70 หน่วยงาน โดยทุกคนต่างน้อมรำลึกที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเรื่องของการเลิกทาส การปกครองท้องถิ่น ออกโฉนดที่ดิน และการรถไฟ
ที่ สถานีรถไฟอยุธยา ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมชมและบันทึกภาพขบวนรถจักรไอน้ำชบวนพิเษศ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดการเดินทางขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ เส้นทางกรุงเทพ – พระนครศรีอยุธยา แบบเช้าไปเย็นกลับ ในโอกาสวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมย้อนรอยเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ พร้อมเที่ยวชมเมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา ดื่มด่ำกับบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองมรดกทางประวัติศาสตร์ โดยการรถไฟฯ เนื่องในวันปิยมหาราชของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 การรถไฟฯ ได้จัดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยวรถจักรไอน้ำเส้นทางประวัติศาสตร์ จากกรุงเทพ ถึง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ผสมผสานระหว่าง “เสน่ห์รถไฟในอดีตกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงพระราชทานกิจการรถไฟให้แก่ปวงชนชาวไทย พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางย้อนอดีตบนเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ดังกล่าว โดยขบวนรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์จะออกเดินทางจาก สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีจุดจอดรับ–ส่งผู้โดยสารระหว่างทางที่ สถานีชุมทางบางซื่อ และสถานีรังสิต ก่อนเดินทางสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันเดียวกัน
สำหรับหัวรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษนี้ เป็นหัวรถจักรไอน้ำรุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 เป็นรถไฟเก่าแก่ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีอายุกว่า 124 ปี ผ่านเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มานับไม่ถ้วน สำหรับหัวรถจักรไอน้ำรุ่นแปซิฟิก เหลือเพียง 5 คันสุดท้ายในประเทศไทย (หัวรถจักรไอน้ำรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมาจำนวน 30 คัน ระหว่าง พ.ศ. 2492-2493 โดยสมาคมอุตสาหกรรมรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งทุกคันได้รับการดูแล ซ่อมแซมเป็นอย่างดีที่โรงรถจักรธนบุรี โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่หัวรถจักรไอน้ำสุดคลาสสิกที่นำมาสำหรับ “ภารกิจหัวรถจักรไอน้ำขบวนพิเศษนำเที่ยว” เป็นหมายเลข 824 ที่นำมาใช้งานในเดือนสิงหาคม 2492 ซึ่งใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ต่อมาถูกดัดแปลงให้ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงแทนในปี 2514 ส่วนหมายเลข 850 ถูกนำมาใช้งานเมื่อเดือนมีนาคม 2494 เป็น 1 ใน 5 คันของหัวรถจักรต้นแบบที่ผู้ผลิตติดตั้งระบบใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้แทนฟืน