เมียเหมราช Hemaraj
ข้อมูลเบื้องต้น
ติดเหรียญ 5 ม.ค. 67 ตี 1
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูล ฉัตร์ธนพลากร
เหมราช ฉัตร์ธนพลากร (พี่ชายคนโต)
เหมราช Hemaraj - เหมือนจันทร์ meuanjan
เหมราช สัตว์ตำนานในป่าหิมพานต์ หมายถึง ทองคำ
เหมือนจันทร์ โดดเด่นและสง่าดังแสงจันทร์
ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเครื่องเพชรอย่าง คุณหนูเหมือนจันทร์ อ่อนหวาน เรียบร้อย ยิ้มเก่ง ถูกจับคลุมถุงชนกับพี่ชายคนโตของตระกูลมาเฟียเก่าอย่าง เหมราช ฉัตร์ธนพลากร นักธุรกิจหนุ่มรายใหญ่แถบเอเชีย โหดเงียบ อารมณ์รุนแรง ปากร้าย ค้านหัวชนฝาว่าไม่ยอมแต่งกับคุณหนูเหมือนจันทร์เด็ดขาด นิสัยที่แสนจะซื่อบื้อ ดื้อเงียบ ของอีกคนทำหนุ่มใหญ่หงุดหงิดใจขึ้นมาเสียดื้อๆ จนหาสาเหตุไม่ได้ เหมราชหาวิธีแกล้งเหมือนจันทร์สารพัดรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ จนแล้วจนรอดสุดท้าย หัวใจแข็งกร้าวของหนุ่มใหญ่กลับตกหลุมรักเด็กน้อยแสนน่ารักเข้าเต็มเปาจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว
“เหมือนจันทร์เปิดปาก”
“อึก”
“ฉันบอกให้เปิดปาก” เมื่อโดนคนพี่ดุ เหมือนจันทร์ยอมใจเย็นและอ้าปากให้เหมราชประกบจูบเข้ามาแต่โดยดี เหมราชก้มซับจูบปลอบประโลมปากนิ่มของคนตัวเล็กที่ดูบวมช้ำผิดปกติเพราะก่อนหน้านี้เขาเล่นกัดไปหลายรอบจนมันถึงกับห้อเลือด
ช่วยไม่ได้ปากเธอมันน่าขย้ำเอง เจ้าแมวน้อย
***เรื่องนี้มี E-Book ตอนพิเศษอยู่ใน E-Book เท่านั้นสนใจ จิ้ม ***
เนื่องจากไรท์ตัดสินใจเปิดนามปากกาในเว็บ เด็กดี มีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาฝากคุณรีท เรื่องนี้จะเปิดให้อ่านฟรีเฉพาะเว็บเด็กดีเท่านั้น อ่านฟรีจนอัพจบหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์จะติดเหรียญค่ะ
คำเตือน *เรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรง,พูดคำหยาบ,การร่วมเพศ ฉาก NC,พระเอกขึ้นอย่างหงส์ลงอย่างโบ้
ผลงานของ ปลาอ้วน เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากจินตนาการทั้งหมด พฤติกรรมบางพฤติกรรมอาจไม่เหมาะสม ผู้อ่านควรพิจารณาและไม่ควรทำตาม เนื้อหาในเรื่องอาจมีความไม่ Make Sense ขัดใจคุณรีด พิมพ์ผิดตกหล่นที่ใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย กราบขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้กำลังใจและคอยสนับสนุน ทั้งนี้ขอให้คอมเมนต์ในทางที่สุภาพ และไม่จาบจ้วงตัวละครที่นักเขียนคิดขึ้นมากจนเกินไปเพื่อเป็นการให้เกียรติ และกำลังใจในการคิดผลงานอื่นต่อๆ ไป ไรท์น้อมรับคำติชม จะนำไปปรับปรุงตัวเนื้อหาในเรื่องหน้า และต่อๆ ไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
สามารถติดตามไรท์ได้ใน
IG : plauan._ , line : @867nuukz , เพจ FB : ปลาอ้วน
แนะนำตัวละคร
.
.
.
แนะนำตัวละคร
เหมราช ฉัตร์ธนพลากร
อายุ 28 : เพศ ชาย : อาชีพ นักธุรกิจ : อารมณ์รุนแรง ปากแข็ง ไร้ความรู้สึก
ร่างสูงโปร่ง ดวงตาสีดำเข้ม ผมสีดำรับกับดวงตาแสนเย็นชา นิ้วมือเรียวยาวทรงสวยไล่ตามแขนมีเส้นเลือดปูดบวกกับรอยสักลายเสือโคร่งตรงหัวไหล่ข้างซ้ายขนาดใหญ่ บ่งบอกถึงความโหด ความน่าเกรงขาม นิสัยลึกๆ ของเหมราชนั้นชอบทรมานคนเป็นของหวาน
“ถ้าคนอย่าง เหมราช มีเมียล่ะก็ เมียต้องกลัวเขา ไม่ใช่เขาต้องกลัวเมียจำคำนี้ไว้ด้วย”
เหมือนจันทร์ ทวีทรัพย์ธาดา
อายุ 21 : เพศ ชาย : อาชีพ นักศึกษาแพทย์ : น่ารัก ดื้อเงียบ
ผู้ชายร่างเล็กผิวขาวอมชมพูราวกับน้ำนม ดวงตาสีน้ำตาลพราวระยิบส่องสว่างเหมือนดวงจันทร์งามเด่นอยู่บนฟ้า ผมสีน้ำตาลเข้มขับหน้าขาวๆ แววตาใสดังเด็กแรกเกิด เหมือนจันทร์ ลูกคุณหนูผู้ดีในเมืองกรุง คุณแม่ของเขาชอบสอนเย็บปักถักร้อย มารยาท ทำอาหาร เด็กซื่อไร้เดียงสาที่อยู่ใกล้ใครที่ไหนก็เป็นตาเอ็นดูกันไปหมด ยกเว้นแต่เหมราชที่ดูไม่ชอบใจเหมือนจันทร์เอามากๆ
“ถ้าไม่ใช่เพราะเค้กปอนด์นั้น เราจะไม่ยอมให้คุณแกล้งเราแน่ๆ”
.
.
.
พี่เหม น้องลูกหนู
.
.
.
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูล ฉัตร์ธนพลากร
เหมราช ฉัตร์ธนพลากร (พี่ชายคนโต)
เจ้าของธุรกิจส่งออกอุปกรณ์เครื่องใช้ในภูมิภาคเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าตัวกำลังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารอนุมัติสัญญาร่วมธุรกิจกับบริษัทอื่น แน่นอนใครๆ ก็อยากร่วมงานกับตระกูลฉัตร์ธนพลากรกันทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งอยากหมั้นหมายกับลูกชายทั้งสามของตระกูล เหมราชฉัตร์ธนพลากร (เหม) Hemaraj, อคิราห์ ฉัตร์ธนพลากร (อาทิตย์) Achirah, ภาคิน ฉัตร์ธนพลากร (ภาค) Phakin ลูกชายทั้งสามของ คุณหญิงขนิษฐา และ คุณท่านราชสาส์น (ราด ชะ สาน) ตระกูลมาเฟียเก่าอันดับต้นๆ ของประเทศ ความโหดก็ไม่เป็นสองรองใคร เว้นเสียว่าคุณหญิงนั้นหัวโบราณนัก ชอบจับคู่ให้เหล่าลูกชายของหล่อนอยู่บ่อยครั้ง
“นายครับ คุณหญิงขนิษฐาท่าน……” ร่างสูงไม่ได้ตอบ เขากำลังจดจ่อกับงานแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ เขาเพียงกระดิกนิ้วบอกเป็นนัยให้บอดี้การ์ดของตนเดินเข้ามาหา
แสงใต้ การ์ดคนสนิท เดินเอาโทรศัพท์มาให้ร่างสูงโปร่ง ใครที่ต้องการติดต่อคุณเหมราชก็ต้องมีเบอร์มือขวาของเขาเสียก่อน เพราะในเวลางานนั้นเขาแทบจะปิดเครื่องมันเลยด้วยซ้ำ
‘ครับ’
‘ลูกเหม วันนี้ลูกรีบกลับมาทานข้าวที่บ้านเราด่วนเลยนะ’ คุณหญิงขนิษฐากล่าวบอกลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน
‘ทำไมอีกละครับ ผมกำลังคิดว่าแม่คงไม่ได้หาเรื่องจับผมคลุมถุงชนกับใครหรอกใช่ไหม’ แน่นอนว่าแม่ของเขาก็ไม่พ้นเรื่องหาคู่หมั้นคู่หมาย ทั้งไอ้คิน ไอ้อาทิตย์ ก็โดนกันหมด ถึงไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมจะต้องหาคู่มาคลุมถุงชนกัน นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว
‘โถ่ว ลูกรัก แต่น้องคนนี้สวยจริง เรียบร้อยจริง น่ารักจริง เหมาะกับตระกูลของเราเป็นที่สุด ถ้าลูกควงน้องไปงานประมูลล่ะก็เข้ากันสุดๆ เชื่อแม่สิ’ คุณหญิงขนิษฐาดูเหมือนว่าจะปลื้มสะใภ้ของตนเป็นอย่างมาก จนต้องมาสปอยให้เขาฟังไม่หยุดปาก แต่มีหรือที่ร่างสูงจะสนใจ ต่อให้หามาอีกกี่คนต่อกี่คน เขาก็สั่งพวกบอดี้การ์ดให้เขี่ยทิ้งแทบทุกราย
‘ต่อให้หามาอีกกี่คน ผมไม่มีทางหลงกลหรอกนะครับ แค่นี้ก่อนนะแม่ ผมมีงานด่วน’
‘อย่าคิดจะตัดสายแม่ เหมราช’ เสียงเยือกเย็นของคุณแม่ดังออกมาจากปลายสาย ใครได้ฟังก็จำเป็นต้องกลัว ขนาด คุณพ่อราชสาส์น ขึ้นชื่อเป็นสามีที่ว่าใหญ่นักใหญ่หนายังต้องก้มหัวให้กับคุณแม่เลย
ก็ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่หรอก ทำไมพ่อต้องกลัวเมีย บอกไว้เลยนะ ถ้าคนอย่างเหมราช จะมีเมียละก็ เมียต้องกลัวเขา ไม่ใช่เขาต้องกลัวเมีย จำคำนี้ไว้ด้วย
‘แม่หวังว่าวันนี้ลูกจะถึงบ้านก่อนหกโมงเย็น ถ้ามาเลท ลูกคงรู้ว่าจะเจอกับอะไรนะครับ เจ้าลูกชาย’ ร่างสูงกลอกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะกดวางสาย แล้วโยนโทรศัพท์คืนแสงใต้ แสงใต้ที่ยืนอยู่ก็เกือบจะรับมันไว้แทบไม่ทัน
“ทำไมทำหน้าบูดแบบนั้น” ผ่านไปไม่นาน อคิราห์หรืออาทิตย์ น้องชายคนรองยืนกอดอกพิงอยู่หน้าประตูห้องก็เดินเข้ามาทักทายพี่ชายคนโต
“เรื่องเดิมๆ” เหมราชไม่ได้สนใจสิ่งที่น้องชายพูด กลับก้มหน้าวุ่นกับกองเอกสารตรงหน้าต่อ
“หาคู่บลาๆ น่าเบื่อฉิบ” เมื่ออาทิตย์เดินเข้ามาในห้อง พวกการ์ดก็ทยอยเดินออกไปเฝ้าหน้าห้องเหมือนเดิม
“กวนตีน มาทำไม” เหมราชเขาเงยหน้ามองอาทิตย์ด้วยสายตาเรียบนิ่ง”
เหมราช
“กูได้อะไหล่ใหม่มา กูเลยเอามาให้มึงดูก่อน” ไอ้อาทิตย์มันวางของในกล่องสีดำไว้บนโต๊ะทำงานของผม โดยที่ขอบด้านข้างกล่องมันเลอะน้ำมันเครื่องอยู่ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องชาย ผมคงชักปืนมายิงมันตายไปนานแล้ว มันก็รู้อยู่ว่านิสัยผมไม่ชอบให้โต๊ะทำงานเปื้อน กลิ่นแรงๆ ของน้ำมันเครื่องตีรวนขึ้นจมูกผมไปหมด
“โช้คอัพ” ผมถามมันกลับ
“ก่อนจะซื้อของมาขาย มันก็ต้องลองก่อนดิ มึงจะเอามะ กูจะได้ใส่ที่รถมึงให้เย็นนี้เลย” ไอ้อาทิตย์หยิบแท่งอะลูมิเนียมออกมาจากถุงให้ดู ของข้างในก็ดีอยู่หรอก แต่กล่องใส่อ่ะ มึงหาดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง
“อือ ใส่เลย แต่ถ้ารถกูพังขึ้นมา กูเล่นมึงแน่ อคิราห์” อคิราห์มันเป็นเจ้าของสนามแข่ง ชอบใส่นู่นใส่นี่ไปเรื่อย แต่ไม่ชอบใส่รถตัวเองนะ มันชอบทำรถคนอื่น
“ไม่รู้ไม่ชี้ครับ คงต้องลองดูก่อน” อคิราห์ทำลอยหน้าลอยตาก่อนจะเก็บอุปกรณ์เข้าไปในกล่องไว้ตามเดิม
‘ก๊อก ก๊อก’
“ขออนุญาตครับ ไอ้แสงเหนือจับตัวมันมาเรียบร้อยแล้วครับนาย” แสงเหนือแฝดแสงใต้ เปรียบเสมือนมือขวาของเหมราช แน่นอนพวกมันทำงานให้เขามาค่อนข้างนานและบอดี้การ์ดสองคนนี้ไม่เคยทำให้เหมราชต้องผิดหวังสักครั้ง
ชั้นใต้ดิน
“อั๊ก อ๊ากก” มีดในมือหนากรีดไปมาบนใบหน้าโง่ๆ ของพวกที่ชอบมาขโมยข้อมูลของบริษัทไปขาย
“กี่รอบ” บุคคลเหนือกว่าเลิกคิ้วถาม เสียงเรียบนิ่งชวนขนลุกไปทั้งห้องมืด
“กี่รอบก็ตอบไปสิ มัวแต่อึกอักอยู่ได้” น้องชายที่ยืนดูสถานการณ์อยู่หน้าห้องขังพร้อมคาบบุหรี่ไว้ในปาก มองดูพี่ชายกำลังซ้อมคนอย่างเลือดเย็น
“พะ พอแล้ว….อั่ก” เหมราชยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะใช้มีดด้ามเดิมเชือดไปที่คอของแมวขโมย
‘ฉึก!’
“กูถามว่ามึงทำกี่รอบ!” เสียงทุ้มเริ่มตะคอกออกมาเสียงดังขึ้น มืออีกข้างกระตุกเชือกยาวๆ ที่มัดอยู่ให้ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมา
“สะ สามครับ” คนโดนเชือดตอบเสียงแผ่วเบา
“เอาโซ่มาให้กู” ร่างกำยำของเหมราชหันไปบอกกับลูกน้อง
“อู้ว โหดอีกแล้ววว” อคิราห์ทิ้งสิ่งนั้นลงพื้นเหยียบมันให้จม แล้วเดินไปร่วมวงกับพี่ชายด้วยอีกแรง
“พวกมึงจะทำอะไร อั๊ก อ..ไอ้เหม กูขอร้อง” เชลยร้องเสียงโหยหวนเมื่อทั้งสองมัจจุราชเข้ามารุม
“กูจะพามึงไปเที่ยวนรกสักสามรอบ”
“อ๊ากกกกก กูเจ็บเจ็บ”
“อ๊ากกกกกกกก กูยอมแล้ว ยอมแล้วกูขอร้อง อ๊ากกกกกก”
“ก่อนมึงตายจำไว้ ไม่สนิทอย่าเรียกกู เหม ไอ้สวะ!”
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
17:30
มหาลัย
“เจอกันวีคหน้านะคะนักศึกษา แล้วอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ที่เราจะทำแล็บมาให้พร้อมนะ”
“ค่ะ”
“ครับ”
“คุณหนูเหมือนจันทร์วันนี้ไปดินเนอร์กับกระผมไหมครับ” เคทหันไปถามเพื่อนสนิทอย่าง
เหมือนจันทร์ นักศึกษาคณะแพทย์ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หน้าตาแสนจะน่ารัก ตัวเล็กกะทัดรัด ปากนิดจมูกหน่อย
“ฮืออ เคทเล่นอะไร เราไม่ใช่คุณหนูสักหน่อย” เหมือนจันทร์เงยหน้าขึ้นมามองเคท ร่างเล็กทำหน้าหงอยพร้อมปากชมพูเบะคว่ำเข้าหากัน
“จะไม่ใช่ได้ยังไง ทุกวันนี้นะมีรถหรูตามมารับมาส่ง ไหนจะค่าขนมที่คุณหญิงแม่อัมราให้แต่ละมื้ออีก” ซิมเพื่อนในกลุ่มของเหมือนจันทร์กล่าว
“ก็เวอร์แล้วเหมือนจันทร์เป็นคนธรรมดาแบบซิมซิมนั่นแหละ” ร่างเล็กก้มหยิบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนเข้ากระเป๋าสะพายหลังของตัวเอง
“จ๊ะ แม่คนสวย แล้วสรุปเย็นนี้ว่างไหม ฉันอยากกินหมูกระทะอ่า” เคทถามต่อ
“งื้อออ ขอโทษนะเคท เหมือนจันทร์มีนัดทานข้าวกับที่บ้าน” ไอ้อยากก็อยากไปอยู่นะแต่เหมือนจันทร์น่ะติดธุระกับครอบครัวนะซิ ไม่รู้เหมือนกันว่าเย็นนี้คุณแม่จะนัดใครให้อีก ทำเอาอดไปกินหมูกระทะที่เราชอบเลย ฮือ
“น่าเบื่อจริง พวกสังคมคุณหญิงเนี่ย” ไฟ ผู้ชายร่างโปร่ง เพื่อนของเหมือนจันทร์อีกคนกล่าว เวลาที่ไฟชวนคนตัวเล็กทีไรก็โดนปฏิเสธว่าไม่ว่างทุกที
“ไม่เอาซี่ไฟไฟ เอาไว้รอบหน้าเหมือนจันทร์จะไปทานด้วยนะ” ร่างเล็กบอกอย่างอ้อนๆ
“จ้า นู้นรถที่บ้านแกมารับแล้ว ไปๆ เดี๋ยวคุณหญิงแม่จะรอนานเอานะ” ซิมชี้ไปที่รถหรูสองคันที่จอดต่อกันเรียงยาวสี่คันติด แน่นอนคันแรกก็รถของบอดี้การ์ดบ้านเหมือนจันทร์ส่วนคันที่สองก็รถของคุณหญิงอัมราแม่ของเจ้าตัวนั่นแหละ ส่วนที่เหลือเป็นของพ่อบ้านที่ขับตามประกบกันมา
“เดินทางปลอดภัยนะน้องเหมือน” เคทโบกมือลาเพื่อนตัวน้อยของเขา
“หงึก อดกินหมูกระทะ เราเศร้า” ร่างเล็กทำหน้าเชิดปากจู๋ด้วยความงอนคุณแม่ของเขา จะรีบมารับเราทำไมก็ไม่รู้ ในมือเล็กรีบเก็บสมุดจดยัดใส่กระเป๋า
“ฮู้ย ทำไมแกมันน่ารักงี้ฮะ” ซิมอุทานออกมาพร้อมกับบีบแก้มกลมๆ ของเพื่อนตัวเล็กของตน
“งื้ออ เรารีบอยู่นะซิม” เหนือนจันทร์สะบัดหน้าออก รีบวิ่งออกไปที่รถตนเองทันที
“ฮะฮ่า คุณหญิงอัมราต้องเลี้ยงมันมายังไงวะ โคตรหนุบหนับอะ ดูดิ ตะเล็กน่าฟัด” ไฟกล่าวไล่หลังเมื่อเห็นเหมือนจันทร์วิ่งไปขึ้นรถ ยิ่งมองก็ยิ่งเอ็นดู
“เห็นเคยบอกว่าเลี้ยงแบบสอนทำกับข้าว สอนเย็บปักถักร้อย มารยาทงามหนึ่ง” เคทบอกไฟ
“ยังกะผู้หญิง” คนอะไรหน้าสวยไม่พอ มือก็ยังสวยอีกนี่ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นผู้ชายนะ เขาคงคิดว่ามันเป็นผู้หญิงเสียอีก เพราะมือเหมือนจันทร์ เขาสัมผัสมากี่ครั้งก็ไม่เคยชิน มันนุ่มมากเหมือนไม่เคยได้ทำงานหนัก แล้วไอ้ผิวของคนตัวเล็กที่ขาวอมชมพูยังกะคนไม่เคยตากแดด ก็แน่ล่ะ มามอแต่ละครั้งเหมือนจันทร์ก็จะพกเสื้อฮู้ดแขนยาวไม่ก็ร่มเล็กๆ เสมอ
“ก็แหงละ เหมือนจันทร์เพื่อนเราต้องมีผัวแน่นอน โพเมียซะขนาดนั้น” ซิมพูดพลางส่ายหน้า
บนรถ
ลีมูนซีนกระจกเคลือบสีดำไม่ให้เห็นคนข้างในเพื่อความเป็นส่วนตัว
“วันนี้คุณหนูเหมือนจันทร์ไม่ว่าง‘ลูกหนู’ ไปทานข้าวคนเดียวได้ใช่ไหมคะ” คุณอัมราบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเพียงคนเดียว อย่างคุณหนูเหมือนจันทร์
“ฮือออ ได้ไงล่ะ ไหนแม่บอกว่าจะไปกับหนูด้วยไง” คนตัวเล็กเริ่มงอแงใส่แม่ตน จะให้ทานข้าวกับใครก็ไม่รู้แล้วนี่จะทิ้งให้เราไปคนเดียวอีก ลูกหนูไม่ยอมหรอกนะจะบอกให้
“โอ๋ ไปแค่ทานข้าวเองค่ะ ไม่งอแงนะคะ ถ้าลูกหนูยอมไป แม่จะซื้อเค้กไว้ในตู้เย็นสักสองปอนด์เลยดีไหม” ใบหน้าเล็กตาโตดั่งไข่ห่านยอมรับว่าลูกหนูชอบกินเค้กมากจริงๆ
ปกติแล้วคุณแม่ก็ยอมให้ทานแค่อาทิตย์ละสองชิ้นเอง แต่นี่ยอมซื้อให้ตั้งสองปอนด์ อื้อข้อเสนอก็น่าสนอยู่นะ คิคิ
“แล้วลูกหนูต้องไปทานข้าวกับใครครับ”
“ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวหนูก็รู้เองค่ะ จำได้ใช่ไหม มารยาทในการทานอาหารร่วมกันคนอื่นที่แม่สอนเราไว้น่ะ”
“งื้มๆ จำได้ดีเลยครับ”
“ดีมาก แล้วก็ห้ามดื้อนะคะ ถ้าพี่เหมราชฟ้องแม่ละก็น่าดูเลย”
“พี่เหมราช??” พี่เหมเหรอ อื้อ ชื่อคุ้นจังแต่ช่างมันเถอะ ลูกหนูคิดถึงเค้กที่จะได้กินในวันพรุ่งนี้ดีกว่าเนอะ
.
.
.
เหมือนจันทร์ไม่ทานเผ็ด
.
.
.
บ้านตระกูลฉัตร์ธนพลากร
“อะเอ่อ..สะสวัสดีครับ” ร่างเล็กของเหมือนจันทร์ค่อยๆ เดินเข้ามาภายในบ้านที่ดูใหญ่โตเกินเหตุ บอดี้การ์ดที่ยืนเรียงต้อนรับร่างเล็กตั้งแต่หน้าบ้านยันในตัวบ้านยืนเป็นสิบๆ คน ไม่อยากจะนึกเลยว่าคนที่บ้านนี่จะโหดแค่ไหน
เหมือนจันทร์เงยหน้าขึ้นไปมองเหล่าผู้คนภายในบ้านที่นั่งรอการมาทานข้าวของเราอยู่ คุณหญิงขนิษฐา ผมหยิกลอน ปากเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดกำลังส่งยิ้มมาให้ผู้มาใหม่ และคุณผู้ชายวัยกลางคนนั่งฝั่งซ้ายท่าทางนางเกรงขามคาดว่าน่าเป็นสามีของคุณหญิง และคนสุดท้าย
ร่างโปร่งสูงของผู้ชายอีกคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาว กระดุมถูกแกะออกสองสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแน่นๆ แถมเจ้าตัวยังพับแขนเสื้อขึ้นไปเกือบถึงศอก พร้อมกับท่าทางน่ากลัวและสายตานั่นที่มองมาที่เหมือนจันทร์แบบไม่พอใจอีก
“สาย สิบนาที” ร่างโปร่งพูดขึ้นพลางก้มมองนาฬิกาสุดหรูที่ใส่อยู่ที่ข้อมือ
“เอ๊ะ…..ตาเหมแค่นี้รอไม่ได้หรือไงกัน” คุณหญิงดุลูกชายของตนเอง
“ผมตรงเวลาเสมอแม่ก็รู้ แต่แขกของคุณแม่นี่สิช้ายืดยาด” เหมราชกลอกตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมคิดในใจว่า
คิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไงถึงปล่อยให้คนอื่นเขารอแบบนี้
รูปร่างหน้าตาเด็กบื้อที่กำลังยืนก้มหน้ากัดอยู่ปากตรงหน้าก็ไม่ได้น่ารักอย่างที่แม่เขาโม้ให้ฟังซักเท่าไหร่หรอก แต่ก็พอพาไปวัดไปวากับเขาได้บ้าง
“รถเสียหลักชนกันเลยติดอยู่ไฟแดงน่ะครับ” เหมือนจันทร์ตอบฝืนยิ้มให้คนพี่ ถึงแม้เหมราชจะจ้องมองดุๆ แถมยังทำตาน่ากลัวใส่
“ฉันไม่ได้ถาม” เสียงเข้มและดุดันของเหมราชพูดขึ้น
“.^.” คนตัวเล็กหุบยิ้มลงทันที สงสัยคำโบราณที่บอกไว้ว่าให้ใจดีสู้เสือคงไม่ได้ผลแล้วล่ะเหมือนจันทร์คิด
“เหมราช” คนเป็นพ่อเริ่มใช้เสียงต่ำลงห้ามปรามเจ้าลูกชายปากร้าย
“เหอะ” เหมราชเงียบปากลง แล้วลุกขึ้นยกเก้าอี้ออกให้คนน้องมานั่งทานข้าวข้างๆ เขาตามมารยาทที่คุณหญิงขนิษฐาสอนมาแต่ไหนแต่ไร
“มาลูกมานั่งข้างๆ พี่เหมนะลูก ไม่ต้องเกร็งอีกหน่อยเราก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน” คุณหญิงลุกมาจับไหล่เหมือนจันทร์ให้มานั่งลงที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้ มือหนาบยกขึ้นลูบกลุ่มผมให้คลายกังวล
“?” เหมือนจันทร์ทำหน้างง ถึงไม่ค่อยเข้าใจที่คุณหญิงเขาบอกเท่าไหร่ก็เถอะ ถ้าเราดื้อคุณแม่จะไม่ซื้อเค้กสองปอนด์ให้เราทานแน่ๆ เลยยอมเออออตามคุณเขาไป
ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีคนในโต๊ะอาหารก็เริ่มถามคนตัวเล็กว่า เรียนอะไรบ้าง อายุเท่าไหร่ หรือแม้กระทั่งนิสัยส่วนตัว แต่ผิดกับอีกคนที่นั่งข้างๆ กัน เหมราชไม่แม้แต่จะปริปากพูดเลยสักนิด มันยิ่งทำให้คนตัวเล็กเกร็งมากยิ่งขึ้น
ยอมรับว่าอาหารบ้านฉัตร์ธนพลากรอร่อยมากๆ แต่ร่างเล็กเสียดายตรงที่ว่าตนเองนั้นกินได้เพียงไม่กี่จานเพราะมีแต่อาหารเผ็ดๆ ทั้งนั้น ใช่แล้วเหมือนจันทร์กินเผ็ดไม่ได้กินทีไรก็จำต้องสะอึกทุกครั้ง
“เดี๋ยวแม่กับพ่อมานะจ๊ะ ตาเหมอย่าลืมตักกับข้าวให้น้องด้วยนะ ชวนน้องคุยด้วยล่ะ” คุณหญิงส่งสายตามาให้เหมราช ก่อนจะลุกตามคุณชายไปยังชั้นสองของบ้าน ทิ้งให้เหมือนจันทร์นั่งกับเหมราชราชอยู่สองคนด้วยความเงียบ
“เอ่อ….” ร่างสูงตักแกงอะไรสักอย่างที่ดูสีแดงสดไว้ในจานข้าวของเหมือนจันทร์ คนตัวเล็กช้อนตามองร่างสูงอยากจะถามให้แน่ใจว่ามันกินได้จริงๆ หรือ เพราะสิ่งที่เหมราชตักให้นั้นมีแต่พริกเต็มช้อนไปหมด
“เป็นลูกผู้ดีมาจากไหนกันเชียว กะอีแค่แกงไตปลาแค่นี้ทำไมกินไม่ได้” เหมราชพูดเหน็บร่างเล็กที่กำลังทำท่าพะอืดพะอมกับพริกในช้อน
“เปล่านะ” เหมือนจันทร์รีบเถียงทันควัน เราแค่กินเผ็ดไม่ได้คนแบบคุณมันคนไม่เข้าใจหรอก
“งั้นกินเข้าไปสิ แล้วก็ห้ามคาย” ร่างสูงหยิบช้อนที่มีแกงขึ้นมาจ่อใกล้ๆ ปากเล็ก ด้วยความที่คนน้องกลัวสายตาดุของร่างสูงจึงอ้าปากงับเข้าไปแค่ครึ่งช้อนแค่นั้นก็……
“อึก” ร่างเล็กเริ่มสะอึกออกมาแค่น้ำแกงแตะลิ้นนิดเดียวก็เผ็ดจนขนลุกไปทั่วทั้งตัวแล้ว
“ทำไมกินไม่หมดหื้ม” ร่างสูงเอาช้อนจ่อไปที่ปากเล็กอีกรอบพลางส่งสายตากดดัน
“ฮึก…. มันเผ็ดครับ เราขอทานแค่นี้ได้ไหม” ไอ้ความลูกอ้อนของร่างเล็กก็เริ่มเผยออกมาอย่างเคยชิน
เหอะ ไม่กล้ากินละสิ เหมราชนึกในใจ
“อื้อ!” เหมราชถือวิสาสะบีบจมูกคนน้อง เหมือนจันทร์อ้าปากอย่างห้ามไม่ได้แล้วยัดแกงเข้าไปในปากร่างเล็กทันที มือเล็กก็คว้าเข้าข้อมือใหญ่ให้หยุดการกระทำเพราะตนอาจจะสำลักได้
“แค่ก แค่ก แค่ก น้ำขอน้ำ ฮึก” ยังไม่ทันใจนึก เหมือนจันทร์ก็สำลักออกมาตัวโยง รีบยกน้ำดื่มเพื่อแก้ความเผ็ด แต่เหมือนมันจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
“หึ” ร่างสูงทิ้งช้อนลงในจานก่อนจะฉีกยิ้มสะใจออกมา
“อึก อึก อึก” ร่างเล็กที่สะอึกก็รีบวิ่งไปห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ห้องอาหารชั้นล่างทันที เหล่าแม่บ้านกำลังจะวิ่งหน้าตั้งตามเหมือนจันทร์ไป แต่เหมราชกลับห้ามไว้แล้วบอกว่าเขาจะไปดูเอง
“สม อย่าคิดจะทำหน้าไร้เดียงสานั่นให้ฉันเห็นอีก” เหมราชเดินมาช้อนหลังคนตัวเล็กที่กำลังก้มตัวลงไปยังอ่างล้างหน้า
“อึก แค่กแค่ก” ใบหน้าเห่อแดงด้วยความเผ็ดที่แก้ยังไงก็แก้ไม่หายจนน้ำตามันเริ่มคลอเบ้า
“เราจะฟ้องคุณหญิงขนิษฐา…..ฮึก” เหมือนจันทร์จะโกรธคุณเหมจริงๆ ด้วย เราบอกไม่กินยังจะให้เรากินอีก ร่างเล็กหันหน้าไปหาร่างสูงที่ยืนช้อนหลังตนอย่างไม่นึกกลัว
“ถ้าเธอฟ้อง ฉันเล่นเธอเละแน่เหมือนจันทร์” แขนแกร่งทั้งสองข้างเท้ากับอ่างล้างหน้าจมูกโด่งคมสันของเหมราชกำลังเคลื่อนใบหน้าตนเข้ามาใกล้ร่างเล็ก
เหมือนจันทร์ตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะใช้มือเล็กผลักให้คนพี่ขยับตัวออกห่างแล้วรีบวิ่งกลับไปห้องครัวทันที เหมราชฉีกยิ้มก่อนจะเดินตามร่างเล็ก
“ถ้าไม่ใช่เพราะเค้กปอนด์นั้นเราจะไม่ยอมให้คุณแกล้งเราแน่ๆ” ปากเล็กเบะด้วยความน้อยใจแม่ของตนเอง
หลังจากที่ล่ำลากับทางผู้ใหญ่เสร็จเหมือนจันทร์กับเหมราชก็รับรู้ทันทีว่าทั้งคู่นั้นต้องหมั้นหมายกัน ซึ่งตัวของเหมือนจันทร์เองไม่อาจปฏิเสธได้ มัวแต่นั่งเงียบ ส่วนคุณเหมราชเขาดูจะหัวรั้นและมีขึ้นเสียงกับคุณหญิงขนิษฐาอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ถูกมัดมือชกให้หมั้นกับเหมือนจันทร์อยู่ดี ท่านทั้งสองบอกว่าให้ลองอยู่ด้วยกันไปก่อนสักห้าเดือนถ้าไม่ดีขึ้นเราจะถอนหมั้นกันทันที
“เรื่องที่เราจะหมั้นคือเรื่องจริงเหรอครับ” เหมือนจันทร์ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับเอียงหัวเล็กน้อย
ฮือ เราก็ไม่รู้จะชวนคุณเหมราชคุยอะไรดีเขาเอาแต่ทำหน้านิ่งเดาอารมณ์ไม่ถูกเลยทีเดียว
“เธอเสแสร้งกับฉันอีกแล้วนะเหมือนจันทร์ ไปทำอีท่าไหนแม่ฉันถึงได้ลูกใจเธอขนาดนี้” เหมราชอดหมั่นไส้ไม่ได้ไอ้ที่คนตัวเล็กชอบเอียงหัวแล้วทำตาใสใส่มันหมายความว่าอะไร
อย่าคิดนะว่าเขาจะหลงกลง่ายๆ แบบนี้ เหอะ ไม่มีทางซะหรอก
“เราไม่ค่อยเข้าใจที่พี่เหมพูดเท่าไหร่” เหมือนจันทร์บอกก็เราไม่เข้าใจจริงๆ นี่
“คุณเหมราช”
“ครับ?” ร่างเล็กเอียงหัวเพื่อทวนสิ่งที่ร่างสูงพูดอีกครั้ง
“ฉันมีพี่น้องแค่สามคน อย่าบังอาจเรียกฉันว่าพี่กับเหมอีก” อ่าเจ็บอีกแล้วทำคำนี้มันจุกที่ใจแปลกๆ นะ
“อื้อเข้าใจแล้ว แต่เรื่องหมั้นเราก็พึ่งรู้วันนี้พร้อมกับคุณ”
“สตอจริง” ร่างสูงสบถเบาๆ แต่มีหรือที่ร่างเล็กจะไม่ได้ยิน
‘สตอ’ มันแปลว่าอะไรกัน
"ใช่ที่เขาทานกันที่อยู่ในภาคใต้ไหม"
"โง่" โดนว่าอีกแล้ว เหมือนจันทร์โดนอีกแล้วมันผิดตรงไหนกะอีแค่เราไม่เข้าใจแค่นี้เอง
“คุณว่าเราแรงเกินไปแล้วนะ ไหนจะเรื่องที่แกล้งให้เราทานพริกอีก” ร่างเล็กเริ่มเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองหน้าร่างสูงเกิดมายังไม่เคยมีใครมาว่าเราเลย ก็พึ่งจะมีแค่คุณคนแรกนั่นแหละว่าเราสองครั้งแล้วนะ
“เหอะ ใครจะไปรู้ว่าเธออ่อนแอขนาดนี้เกิดมาให้รกโลกเปล่าๆ” นิ้วเรียวจิ้มมาที่หน้าผากมนถึงจิ้มไม่แรงนักแต่ก็ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับเซได้
“…” เหมือนจันทร์นิ่งเงียบยืนมองหน้าเหมราชก่อนจะนึกคิดอยู่ภายในใจ
เราผิดมากเลยหรือไงคนบ้าเราชักจะไม่ไหวกับคุณแล้วนะ ฮึ้ย
‘ปึก!’ เท้าของเหมือนจันทร์กระทืบที่เท้าของร่างสูงทันที
“โอ๊ย เหมือนจันทร์เธอกล้าเหยียบเท้าพี่เหรอ!!”
“เราเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องรู้ไว้ซะด้วย แบร่” เหมือนจันทร์แลบลิ้นล้อร่างสูง
“ไอ้เด็กบ้า” ก่อนที่เขาจะว่าอะไรไปมากกว่านั้น เหมือนจันทร์ก็วิ่งหนีเขาไปหน้าบ้านแล้ว เขาจะว่าวิ่งตามไปตีซะให้เข็ด ถ้าไม่ติดว่ารถที่บ้านยัยนั่นมารับเสียก่อน
“น่ารักเนอะ งุงิเชียว” ภาคหรือคิน ชื่อเต็ม ภาคิน น้องสุดท้องของตระกูลกำลังเช็ดรถโปรดของตนอยู่หน้าบ้านก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองคนพี่ก็ว่าที่แฟนคนใหม่ที่คุณแม่ของเขาหามาให้พี่ชายตนเอง
“น่ารักกับผีมึงสิ” เหมราชหัวร้อนที่โดนน้องชายตนเองแซว
“เหอะ แซวดีนักรถสปอร์ตลูกรักมึงเดี๋ยวกูได้สั่งทุบเร็วๆ นี้แหละจอดจนรกบ้าน”
.
.
.