โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Richard Curtis รับ! ยี้ฉากถือป้ายสุดโด่งดังในหนัง ‘Love Actually’ เพราะรู้สึกแปลก ๆ

BT Beartai

อัพเดต 03 ธ.ค. 2566 เวลา 01.01 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 14.18 น.
Richard Curtis รับ! ยี้ฉากถือป้ายสุดโด่งดังในหนัง ‘Love Actually’ เพราะรู้สึกแปลก ๆ

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1337158.mp3?cb=1701565433.mp3

พอถึงช่วงคริสต์มาส หนังหลาย ๆ เรื่องก็มักจะได้รับการนำมาพูดถึง หนึ่งในนั้นก็คือ ‘Love Actually’ (2003) หนังรอมคอมที่ร้อยเรื่องราวความรักหลากรสหลายแบบ ของผู้คนในหลากหลายสถานการณ์เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสสุดอบอุ่น ผลงานฝีมือการกำกับของผู้กำกับและผู้เขียนบทเจ้าพ่อหนังรอมคอม ริชาร์ด เคอร์ติส (Richard Curtis)

ในปี 2023 นี้ ถือเป็นปีที่เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของหนังเรื่องนี้พอดี แม้ตัวหนังจะกลายมาเป็นเจ้าประจำของลิสต์หนังเทศกาลคริสต์มาสไปแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า หลาย ๆ มุกในหนังเรื่องนี้ ที่สร้างเรื่องขึ้นจากบริบทของเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้วก็อาจจะไม่เหมาะควรกับยุคสมัยนี้ แม้แต่ผู้กำกับและเขียนบทเรื่องนี้อย่างเคอร์ติสเองก็ไม่ได้ชอบมุกบางมุกที่อยู่ในหนัง แบบเดียวกับที่หลายคนชื่นชอบเสมอไป

เคอร์ติสให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับเว็บไซต์ The Independent เขากล่าวถึงหนังรักในตำนาน และสารภาพว่า เขาเองรู้สึกยี้กับฉากเปิดเพลงชูป้าย ‘To Me, You ARE PERFECT’ ซึ่งถือเป็นฉากในตำนานที่โด่งดังที่สุดของหนังเรื่องนี้ จนขนาดหนังไทย ‘ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น’ (2551) ก็ยังเอาแรงบันดาลใจมาใส่ไว้ในหนัง

ฉากนี้มาจากเรื่องราวของ ปีเตอร์ (ชูวิเท็ล เอจีโอฟอร์ – Chiwetel Ejiofor) ที่เพิ่งเข้าพิธีสมรสกับ จูเลียต (เคียรา ไนต์ลีย์ – Keira Knightley) แต่หารู้ไม่ว่า มาร์ก (แอนดรูว์ ลินคอล์น – Andrew Lincoln) เพื่อนสนิทชิดเชื้อของปีเตอร์นั้นแอบชอบจูเลียตมานาน จนวันหนึ่ง มาร์กได้ไปเคาะประตูห้องของจูเลียต เขาเปิดเพลงจากเครื่องเล่นเทป และหยิบป้ายที่เขาเขียนขึ้นเองเพื่อสารภาพรักกับจูเลียตแบบเงียบ ๆ ซึ่งเคอร์ติสได้เปิดเผยว่า เขาเองรู้สึกแปลก ๆ กับฉากนี้ ที่ภายหลังถูกบางคนเรียกขานว่าเป็น ‘ฉากสตอล์กเกอร์’

“จริง ๆ แล้ว ถ้าเขาไปที่บ้านเพื่อนสนิท เพื่อบอกสารภาพรักกับภรรยาของเขา แล้วเธอดันตอบกลับมาว่า ‘ฉันรักคุณ’ ผมคิดว่ามันคงดูแปลก ๆ ไปหน่อยน่ะ” เคอร์ติสเล่าพลางส่ายหัว

“ผมจำได้ว่าเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมเคยรู้สึกประหลาดใจมากกับเรื่องนี้ ผมกำลังให้สัมภาษณ์กับใครบางคนอยู่ แล้วพวกเขาก็บอกผมว่า ‘แน่นอนว่าเรากำลังสนใจฉากสตอล์กเกอร์’ ผมเลยถามว่า ‘ฉากนั้นมันฉากไหนนะ ? ‘ แล้วตอนนั้นผมก็เหมือนได้เรียนรู้ในทันที”

Love Actually Keira Knightley Chiwetel Ejiofor Andrew Lincoln
Love Actually Keira Knightley Chiwetel Ejiofor Andrew Lincoln

“ผมแค่อยากจะบอกว่า มีคนฉลาด ๆ ที่มีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้อยู่เยอะเหมือนกันนะ และเราก็ไม่ทันได้ฉุกคิดหรอกว่าฉากนั้นจะเป็นฉากสตอล์กเกอร์… ตอนนั้นคนรู้สึก (กับฉากนั้น) แค่ว่ามันตลกดี หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ซึ่งก็อย่างที่รู้ว่า ขอให้พระเจ้าอวยพรโลกที่ก้าวหน้าของเราด้วยเถอะ”

‘Love Actually’ เป็นผลงานกำกับและเขียนบทหนังรอมคอมเรื่องแรกของเคอร์ติส หลังจากสร้างชื่อในฐานะผู้สร้างสรรค์คาแรกเตอร์ตลกในตำนาน มิสเตอร์บีน (Mr.Bean) และเป็นนักเขียนบทหนังรอมคอมดัง ๆ หลายเรื่อง ซึ่งเบื้องหลังฉากดังฉากนี้ เคอร์ติสเล่าว่า เขาได้แรงบันดาลใจจากมิวสิกวิดีโอเพลง “Subterranean Homesick Blues” ของ บ็อบ ดีแลน (Bob Dylan) ที่เจ้าตัวยืนเปิดแผ่นกระดาษที่มีเนื้อเพลงไปเรื่อย ๆ แต่กว่าที่จะได้ไอเดียนี้ เขาเองพยายามลองคิดหาไอเดียสำหรับให้ตัวละครมาร์กใช้สารภาพรักกับจูเลียต

เขาจึงคิดไอเดียไว้ 5 แบบและทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิง 4 คนในออฟฟิศของเขาเอง ว่าจะชอบไอเดียไหนมากที่สุด ซึ่งบรรดาไอเดียการบอกรัก เช่น วางดอกกุหลาบเต็มหน้าบ้าน นั้นกลับไม่ถูกใจสาว ๆ กลุ่มตัวอย่างสักเท่าไหร่ มีเพียงไอเดียการเปิดป้ายที่กลุ่มตัวอย่างไม่รู้สึกยี้ จนกลายมาเป็นไอเดียการบอกรักผ่านป้ายประกอบเพลงในที่สุด ซึ่งลายมือบนป้ายที่อยู่ในหนังนั้น เป็นลายมือที่ลินคอล์น นักแสดงผู้ถือป้ายเป็นคนลงมือเขียนด้วยตัวเองจริง ๆ

Love Actually Keira Knightley Chiwetel Ejiofor Andrew Lincoln
Love Actually Keira Knightley Chiwetel Ejiofor Andrew Lincoln

แม้จะได้รับคำชื่นชมในฐานะหนังรักรอมคอมที่ถูกใจคนดูด้วยเรื่องราวอันหลากหลาย แต่ตัวหนังเองก็มีปัญหาถึงความเหมาะสมตามยุคสมัยอยู่หลายประเด็น ทั้งการคัดเลือกนักแสดงผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งฉากนี้ ที่แม้ว่าดูผิวเผินจะดูน่ารัก แต่หลายคนกลับวิเคราะห์ว่านี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการสตอล์กเกอร์ (Stalker) แถมยังเคยมีการวิจัยว่า การดูหนังที่มีตัวละครชาย ที่มีพฤติกรรมสตอล์กเกอร์ (แบบเดียวกับหนังเรื่องนี้ และอีกหลายเรื่อง) อาจส่งผลให้ผู้หญิงยอมรับพฤติกรรมสตอล์กเกอร์ในชีวิตจริงได้

ก่อนหน้านี้ เคอร์ติสได้ได้ออกมาเปิดเผยว่า เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกดีกับบรรดามุกที่ปรากฏอยู่ในหนัง โดยเฉพาะมุกตลกบูลลีแซวน้ำหนักตัวผู้หญิง ซึ่ง สการ์เลตต์ เคอร์ติส (Scarlett Curtis) ลูกสาววัย 28 ปี เป็นคนที่ทำให้เขาตระหนักมากขึ้น จนนำไปสู่การพยายามพิจารณาปรับลดสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจ และไม่เหมาะสมในยุคปัจจุบันในผลงานชิ้นใหม่ ๆ ที่เขามีส่วนร่วมมากขึ้นกว่าเดิม

“ผมเองแปลกใจนะ ที่ใคร ๆ ต่างก็แปลกใจที่พอคนเขียนบทมองย้อนหลังกลับไป 10-20 ปี แล้วพูดว่า ‘เราอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิมมาก’ ผมจึงคิดว่าเธอ (สการ์เลตต์) พูดถูกเกือบทุกอย่างในเรื่องนี้ และผมหวังว่าเธอจะโอเคกับงานของผมที่กำลังจะดำเนินต่อไป”

ที่มา: The Independent, The Telegraph, MovieWeb

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...