โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กรมธนารักษ์ จ่อปรับราคาประเมินที่ดิน 11 ล้านแปลง ในปีนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. 2567 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 10.52 น.

กรมธนารักษ์เตรียมทบทวนราคาประเมินที่ดิน 11 ล้านแปลงในปีนี้ หลังพบราคาซื้อขายขยับเกิน 15% พร้อมจับตาปรับราคาย่านสยาม รับ “แลนด์บริดจ์” ราคาที่ภาคใต้อาจเพิ่มตามความเจริญ

วันที่ 25 มกราคม 2567 นายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปี 2567 กรมธนารักษ์เตรียมปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ รวม 11 ล้านแปลงทั่วประเทศ จากทั้งหมด 33.4 ล้านแปลง เพื่อใช้เป็นฐานคำนวณช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ในปี’67-69

เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการประกาศปรับราคารอบใหม่ตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งกรมต้องมาตรวจสอบดูว่าราคาซื้อขายจริงปัจจุบัน มีความแตกต่างกันมากหรือไม่

โดยกรมธนารักษ์จะทยอยปรับราคารายปี แบ่งเป็นปี 2567 จำนวน 11 ล้านแปลง ปี 2568 จำนวน 11 ล้านแปลง และ 2569 จำนวน 11 ล้านแปลง และประกาศเป็นราคาประเมินรอบใหม่ทั้งหมด 33.4 ล้านแปลง ในปี 2570 ให้มีผลบังคับใช้ในรอบ 4 ปี (2570-2573) จากราคาประเมินปี 2566 ที่ใช้ฐานของปี 2562 ที่คาดว่าแนวโน้มราคาประเมินในรอบปี 2566-2569 ทั่วประเทศ จะปรับเพิ่มราว 8% ส่วนราคาประเมินในพื้นที่กรุงเทพฯปรับเพิ่ม 2.76%

“ยอมรับว่าราคาประเมินรอบปี’66 ปรับเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 2.7 ตามทำเลที่ได้รับความนิยมแตกต่างกัน เพื่อใช้จดจำนองและจ่ายธรรมเนียมการโอน เช่น ทำเลบริเวณสยามสแควร์ราคา 3.5 ล้านบาทต่อตารางวา ทำเลเพลินจิต ถ.วิทยุ 1 ล้านบาทต่อตาราวา หากทำเลใดซื้อขายเปลี่ยนมือกันมากขึ้น จะทบทวนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดปัจจุบัน จึงต้องประเมินราคาที่ดินใหม่ทุก 3 ปี ส่วนข้อเสนอภาคเอกชน ขอยืดเวลาเก็บภาษีที่ดิน 50% ออกไปอีก 1 ปี รัฐบาลจะเป็นผู้ตัดสินใจ” นายจำเริญกล่าว

อย่างไรก็ดี หากภาคเอกชนเห็นว่าเป็นราคาประเมินที่ต่ำ ก็เปิดให้ค้านได้ 2 ประเด็น คือ 1.ราคาประเมินไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และ 2.ขั้นตอนวิธีการทำประเมินราคายังไม่ถูกต้อง ซึ่งกฎหมายเปิดว่า ถ้าราคาแตกต่างเกิน 15% สามารถทบทวนใหม่ได้ โดยใน 11 ล้านแปลงที่จะปรับราคาประเมินใหม่ มีหลายพื้นที่ที่ราคาปรับไปแล้วเกิน 15%

นายจำเริญกล่าวต่อว่า ในปี 2566 การปรับราคาประเมินเพื่อนำไปใช้ในการอ้างอิง และเป็นฐานในการเสียค่าธรรมเนียม

ซึ่งตอนนี้มีโครงการเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างกรมธนารักษ์ กรมที่ดิน และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จากนี้ราคาประเมินเวลาใหม่ เมื่อออกก็จะไปอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน กรมที่ดินเอาไปใช้ได้ นำไปเป็นฐานการจัดเก็บภาษีที่ดินได้ กรมธนารักษ์ต้องเป็นกลางมากที่สุด เวลาอุทธรณ์จะสามารถตอบได้ว่าตัวเลขคิดมาจากฐานข้อมูลอะไร”

เบื้องต้นแนวโน้มราคาประเมินยังใกล้เคียงกับของเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ย่านเศรษฐกิจสำคัญ เช่น สีลม ที่ราคาประเมินล่าสุดตารางวาละล้านบาท ตามแนวโครงการลงทุนภาครัฐ เช่น รถไฟฟ้า ซึ่งกรมจะใช้ฐานราคาประเมินจากการซื้อขายหรือมีการโอนจริง ที่ไปจดทะเบียนจากกรมที่ดิน มาจัดทำฐานราคาประเมินตามหลักสากล เช่น ย่านสยาม ที่ราคาประเมินอยู่ที่ตาราวาละ 7 แสนบาท แต่มีการซื้อขายโอนจริงอยู่ราว 3.5 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลการซื้อขายเปลี่ยนมืออยู่ที่ปีละ 3.4 แสนแปลง จากช่วงก่อนโควิดที่ 7 แสนแปลง

ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ที่ภาคใต้ รัฐบาลกำลังผลักดัน ทั้งการเจรจาการลงทุนจากต่างชาติ ที่จะวางแผนการก่อสร้าง ต้องประเมินว่า ใช้ที่ราชพัสดุจำนวนเท่าใด ดูว่าก่อสร้างโครงการใดบ้าง ทั้งท่าเรือ ศูนย์กระจายสินค้า อาคารพาณิชย์ จุดพักริมทาง ตั้งอยู่จุดใด ยอมรับว่า ราคาที่ดินอาจขยับเพิ่มตามความเจริญในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในแต่ละพื้นที่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมธนารักษ์ จ่อปรับราคาประเมินที่ดิน 11 ล้านแปลง ในปีนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...