โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

กระเจี๊ยบแดง “กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้” เก็บเกี่ยวไว ขายได้ราคาสูงกว่าพันธุ์เดิม 2 เท่า

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 ม.ค. 2567 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2567 เวลา 07.09 น.

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นางวรรณา พรหมบุญทอง ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชม ต้นกระเจี๊ยบแดงสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่าพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ ที่ให้ผลผลิตสูงและเก็บเกี่ยวได้เร็ว ปลูกง่าย ที่สำคัญ เกษตรกรขายได้ราคาดีกว่ากระเจี๊ยบทั่วไปถึง 2 เท่า

ลักษณะเด่นของกระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ มีสีม่วงอมแดงหรือสีม่วงเข้ม ซึ่งมีลำต้นแข็งแรง กลีบเลี้ยงหนา ยาวและใหญ่ ได้ปริมาณเนื้อเยอะ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง นำมาปลูกบนแปลงสาธิต เนื้อที่ 1 ไร่ จำนวนกว่า 1,000 ต้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 130-150 วัน ก็สามารถเก็บดอกกระเจี๊ยบมาทำน้ำดื่มสมุนไพร เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่มาเยี่ยมชมในห้วงเทศกาลปีใหม่ตลอดเดือนมกราคมนี้

กระเจี๊ยบแดงพันธุ์นี้มีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้ประโยชน์ได้ทั้งส่วนลำต้น ดอก และใบ ซึ่งดอกหรือที่เรียกว่ากลีบเลี้ยง นิยมนำมาทำน้ำดื่ม แก้กระหาย หรือนำไปทำแยม ทำกระเจี๊ยบอบแห้ง และอาหารที่ให้รสเปรี้ยว ซึ่งกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโทไซยานินสูง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ลดภาวะเสี่ยงโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและยับยั้งเนื้องอก ทั้งยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดแดงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ปัจจุบันกระเจี๊ยบแดงพันธุ์ทั่วไป ขายได้ที่ราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท แต่กระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้าง แต่มีเกษตรกรปลูกน้อย จึงขายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 40-60 บาท ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมนำมาทำน้ำสมุนไพรขายตามร้านอาหารและโรงแรมต่างๆ ทุกวันนี้ มีคำสั่งซื้อจำนวนมากจากลูกค้าแถบภาคเหนือ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง จึงแนะเกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานทดลองปลูกกระเจี๊ยบแดงสายพันธุ์นี้โดยติดต่อขอเมล็ดพันธุ์ไปปลูกได้ในวันและเวลาราชการ สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย ก็สามารถปลูกกระเจี๊ยบแดง ม่วงจัมโบ้ไนกระถางได้ หรือนำมาประดับตกแต่งโต๊ะอาหารก็สวยหรูดูดีไปอีกแบบ

ด้าน นางสาวกลอยใจ เย็นรักษา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรฯ กล่าวว่า กระเจี๊ยบแดง ม่วงจัมโบ้ ปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ปลูกเป็นแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูก เป็นไม้ประดับได้ ซึ่งช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ทำน้ำกระเจี๊ยบแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาศึกษาดูงาน

ข้อดีของกระเจี๊ยบแดงม่วง จัมโบ้ คือ มีกลีบเลี้ยงที่หนา ยาวและให้ผลผลิตที่รวดเร็ว ด้วยความที่มีดอกใหญ่จึงทำให้ได้น้ำหนักเยอะ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อให้มีรายได้จากการจำหน่ายดอกกระเจี๊ยบ เพื่อแปรรูปเป็นเครื่องดื่มหรือทำแยมกระเจี๊ยบได้

กระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสนม่วง จัมโบ้ มีจุดเด่นสำคัญคือ มีสารแอนโทไซยานินในปริมาณสูง ทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำน้ำดื่มชุ่มคอ ลดเสมหะ ลดไขมันในเส้นเลือดได้

อนึ่ง กระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ เป็นผลงานปรับปรุงพันธุ์พืช ของศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสนโดย คุณอุทัยวรรณ ด้วงเงิน นักปรับปรุงพันธุ์และทีมนักวิจัย ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์กระเจี๊ยบแดงลูกผสมระหว่างกลีบยาวและพันธุ์ซูดานจำนวน 8 รุ่น สามารถคัดเลือกได้กระเจี๊ยบแดงสายพันธุ์แท้ โดยให้ชื่อพันธุ์ว่า กระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน มีจำนวนทั้งหมด 13 พันธุ์

ลักษณะเด่นของกระเจี๊ยบแดงพันธุ์กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้ คือ กลีบเลี้ยงขนาดใหญ่ รูปทรงยาวค่อนข้างหนามีสีแดงอมม่วง หรือสีม่วง มีสารแอนโทไซยานิน และสารประกอบฟีนอลิกรวมและออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ลำต้นแข็งแรง แตกกิ่งก้านให้ผลผลิตสูง สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าพันธุ์อื่น

นอกจากนี้ สามารถบริโภคกระเจี๊ยบแดงได้ทั้งผลและใบ โดยนิยมเอาผลไปต้มเป็นเครื่องดื่ม ส่วนใบใช้ทำอาหารคาว ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และทั้งส่วนมีรสชาติออกเปรี้ยว ในส่วนกลีบเลี้ยงของผลกระเจี๊ยบมีสารโทไซยานินปริมาณมากกว่าบลูเบอร์รี่ ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างความแข็งแรงแก่หลอดเลือด ลดความดันโลหิต โรคมะเร็ง และชะลอความแก่ ทั้งยังดูดซึมเข้าสมองอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม

แหล่งปลูกกระเจี๊ยบแดงที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดลพบุรี นิยมปลูกแบบหว่านเมล็ดโดยใช้พันธุ์ซูดานหรือพันธุ์เกษตรซึ่งให้ผลผลิตดีและมีกลีบเลี้ยงที่หนาใหญ่ เริ่มปลูกกันในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ควรปลูกเป็นแถวยกร่อง ห่างกัน 50-70 เซนติเมตร โดยการหยอดหลุม หลุมละ 3-4 เมล็ด เมื่อเมล็ดงอกให้ถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออกให้เหลือ 1-2 ต้น เพื่อป้องการแย่งอาหารและโรคโคนเน่าตามมาได้ ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตคือเดือนธันวาคม-มกราคม

การดูแลรักษา ในช่วง 1-2 เดือนแรก ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและต้องมีการกำจัดวัชพืช ให้ปุ๋ย 2 ครั้ง ครั้งแรก 20-25 วัน และครั้งที่สอง 50-60 วัน โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ไร่ละ 25 กิโลกรัม เรื่องแมลงศัตรูพืชมีน้อยมาก เมื่อมีอายุ 60-70 วัน กระเจี๊ยบแดงจะเริ่มออกดอก และเมื่อ 100-120 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยให้ตัดเฉพาะฝักกลีบเลี้ยงที่โตเต็มที่ ยังเป็นสีเขียว และยังไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จะได้ปริมาณสารแอนโทไซยานินและกรดอินทรีย์ต่างๆ ในปริมาณสูงสุด

ข้อควรระวัง เมื่อรับประทานกระเจี๊ยบแดงร่วมกับยา คือจะไปเสริมฤทธิ์การขับปัสสาวะของยาขับปัสสาวะ และลดการดูดซึมของยาแก้ปวดพาราเซตามอล ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงร่วมกับการรับประทานยา และไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคไตหรือมีความผิดปกติของไต

อ้างอิงข้อมูล ศูนยวิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน https://www3.rdi.ku.ac.th/?p=55314

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กระเจี๊ยบแดง “กำแพงแสน ม่วงจัมโบ้” เก็บเกี่ยวไว ขายได้ราคาสูงกว่าพันธุ์เดิม 2 เท่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...