เลือกวิธีการให้น้ำพืชอย่างไร ให้เหมาะสมกับดินและพืชที่ปลูก
เลือกวิธีการให้น้ำพืชอย่างไร ให้เหมาะสมกับดินและพืชที่ปลูก
การให้น้ำแก่พืชเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช การเลือกวิธีการให้น้ำพืชที่เหมาะสมกับพืชและดินจะช่วยให้พืชได้รับน้ำอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
วิธีการให้น้ำพืชสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 วิธีหลักๆ ได้แก่
1. การให้น้ำพืชแบบสปริงเกอร์หรือแบบฉีดฝอย (Sprinkler Irrigation)
เป็นการเลียนแบบรูปแบบของฝนตก โดยการฉีดน้ำเป็นฝอยขึ้นไปบนอากาศและตกลงบนพื้นที่ที่ต้องการน้ำ ลักษณะของการกระจายน้ำเป็นวงกว้างและทั่วถึง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่เพาะปลูกที่มีขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีพืชกระจัดกระจาย
ข้อดีคือ มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำ ประหยัดแรงงาน ช่วยลดอุณหภูมิของบรรยากาศในพื้นที่ให้น้ำได้ และเหมาะกับดินหลากหลายชนิด ใช้ได้ดีกับพืชแทบทุกชนิดยกเว้นข้าว และเหมาะกับดินหลากหลายชนิด สามารถติดตั้งระบบให้ปุ๋ยเพื่อให้ไปพร้อมกับการเปิดให้น้ำได้
ข้อเสีย เป็นระบบที่ต้องการแรงดัน ลงทุนเริ่มแรกสูง และมีความยุ่งยากในขั้นตอนการออกแบบและติดตั้ง
2. การให้น้ำพืชทางผิวดิน (Surface irrigation)
เป็นการปล่อยน้ำให้ไหลไปตามผิวดินจนซึมลงไปในดิน เหมาะสำหรับพื้นที่ราบเรียบที่มีระดับความลาดชันต่ำ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ และพืชไม่ต้องการน้ำมาก
ข้อดี ให้น้ำได้มาก ระบายน้ำส่วนเกินได้เร็ว ใช้แรงงานไม่มาก มีราคาถูก และไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบระบบ
ข้อเสีย ประสิทธิภาพการให้น้ำต่ำและสิ้นเปลืองน้ำมาก
3. การให้น้ำพืชแบบน้ำหยด (Drip irrigation)
เป็นการให้น้ำแบบเฉพาะจุด โดยใช้หัวจ่ายน้ำขนาดเล็กปล่อยน้ำเป็นหยดๆ ลงสู่บริเวณรากพืชโดยตรง ลักษณะของการกระจายน้ำสม่ำเสมอและแม่นยำ จึงเหมาะสำหรับพืชที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ไม้ผล ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว
ข้อดี ประหยัดน้ำ ประสิทธิภาพการให้น้ำสูงมาก วัชพืชเกิดได้น้อยกว่าการให้น้ำแบบอื่นๆ ใช้แรงงานน้อย สามารถติดตั้งระบบให้ปุ๋ย - ยา เพื่อให้ไปพร้อมกับการเปิดให้น้ำได้
ข้อเสีย ลงทุนเริ่มแรกสูง และมีความยุ่งยากในการออกแบบ และติดตั้ง เกิดการอุดตันที่หัวจ่ายได้ง่ายในระบบจึงจำเป็นต้องมีระบบกรองน้ำที่ดี และเนื่องจากระบบน้ำหยด เป็นระบบน้ำที่ต้องการแรงดันต่ำ ดังนั้นในการใช้งานระบบจึงจำเป็นต้องควบคุมแรงดันให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสียหายของอุปกรณ์เนื่องจากแรงดันเกิน
4. การให้น้ำแบบพืชซึมใต้ดิน (Subsurface irrigation)
เป็นการให้น้ำโดยสูบน้ำลงไปใต้ดินในระดับความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้น้ำซึมขึ้นมาสู่รากพืช เหมาะกับพืชรากลึก พืชผัก พืชไร่ ไม้ดอก หญ้าเลี้ยงสัตว์ ยกเว้นพืชสวนและไม้ยืนต้น ลักษณะของการกระจายน้ำสม่ำเสมอและทั่วถึง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีระดับความลาดชันสูงหรือพื้นที่ที่มีดินเหนียว
ข้อดี การระเหยน้ำจากผิวดินต่ำ สามารถควบคุมการให้น้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืชระยะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้แรงงานน้อย
ข้อเสีย การลงทุนเริ่มต้นสูง และมีความยุ่งยากในขั้นตอนการออกแบบและติดตั้ง
การให้น้ำแก่พืชเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของพืช การเลือกวิธีการให้น้ำที่เหมาะสมจะช่วยให้พืชได้รับน้ำอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :