โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เครดิตบูโรคืออะไร ดู 3 ขั้นตอนแก้เครดิตบูโร ก่อนกู้ซื้อบ้าน

DDproperty

เผยแพร่ 25 พ.ย. 2566 เวลา 17.44 น.
เครดิตบูโรคืออะไร ดู 3 ขั้นตอนแก้เครดิตบูโร ก่อนกู้ซื้อบ้าน

คำถามเกี่ยวกับการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน อันดับต้น ๆ เลยก็คือ เครดิตบูโรคืออะไร และติดเครดิตบูโร ซื้อบ้านได้ไหม หรือที่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นการติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้าน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าในเกี่ยวกับ “เครดิตบูโร” กันก่อนว่า เครดิตบูโร คือ อะไร และความเกี่ยวข้องกับการขอกู้สินเชื่อซื้อบ้านอย่างไร

รวมประกาศขายโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจได้เร็วขึ้น

  • เครดิตบูโรคืออะไร
  • แบล็คลิสต์คืออะไร
  • หากติดเครดิตบูโรแล้วสามารถกู้ซื้อบ้านได้ไหม
  • ขั้นตอนการแก้ปัญหาเมื่อติดเครดิตบูโร ก่อนทำการกู้ซื้อบ้าน

เครดิตบูโรคืออะไร

เครดิตบูโรคืออะไร คำตอบก็คือ “บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลประวัติของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดของเรา ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบัตรกดเงินสด สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ผ่อนรถยนต์ และอื่น ๆ รวมถึงประวัติการกู้ ผ่อน จ่ายทั้งหมดของเรานั่นเอง

ดังนั้น ประวัติด้านการเงินของเราเกี่ยวกับธุรกรรมต่าง ๆ จะถูกบันทึกและจัดเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นประวัติที่ดีหรือประวัติที่ไม่ดีก็ตาม

นอกจากเครดิตบูโรคืออะไร แล้วยังมีอีกคำหนึ่งที่มักได้ยินควบคู่กันนั่นก็คือ “ติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้าน” ซึ่งมีหลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 2 คำนี้ ว่าเป็นคำเดียวกัน มีความหมายเหมือนกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “เครดิตบูโร หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” เป็นเพียงตัวกลางที่ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินให้กับสถาบันต่าง ๆ ใช้เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการปล่อยหรือการอนุมัติสินเชื่อให้กับบุคคลที่มาขอยื่นกู้เท่านั้น

โดยสถาบันทางการเงินต่าง ๆ จะนำข้อมูลที่ได้เหล่านี้มาตรวจสอบดูพฤติกรรมการใช้เงินและวินัยในการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน เพื่อให้แน่ในว่า เมื่อทางสถาบันหรือธนาคารทำการอนุมัติปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลดังกล่าวแล้ว ผู้กู้สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามข้อกำหนดในสัญญาการกู้ยืม

ติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้าน มีวิธีแก้อยู่

ติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้าน คือ อะไร

หลังจากที่ได้รู้จักกับ “เครดิตบูโรคืออะไร” กันไปแล้ว มาทำความรู้จักกับ แบล็คลิสต์ หรือ Blacklist กันบ้าง ว่าคำ ๆ นี้ มีอิทธิพลและส่งผลกระทบอย่างไรกับการปล่อยกู้หรือการอนุมัติสินเชื่อซื้อบ้านของเราบ้าง

การขออนุมัติสินเชื่อก่อสร้างหรือซื้อบ้านนั้น ทางสถาบันทางการเงิน หรือธนาคารจะดูปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัยประกอบการตัดสินใจ เพราะ “บ้าน” ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จะนำมาใช้ในการพิจารณานั่นก็คือข้อมูลจากทาง “เครดิตบูโร”

หากผู้ขอยื่นกู้มีประวัติดี มีวินัยในการชำระหนี้ดี ก็จะมีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติสูง แต่ถ้าหากผู้กู้มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี ผ่อนชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนด รวมถึงมียอดค้างชำระหนี้อยู่ในระบบ ทางสถาบันการเงินหรือธนาคารย่อมไม่ไว้วางใจในการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว เนื่องจากมีแนวโน้มว่าผู้กู้จะมีหนี้เสียหรืออาจผิดค้างชำระหนี้จนเกิดปัญหาตามมา

ดังนั้นการติด “แบล็คลิสต์” เป็นเพียงคำนิยามของ “ผู้ที่มีประวัติในการผ่อนชำระหนี้ที่ไม่ดีหรือผ่อนชำระหนี้ไม่ได้ตามข้อตกลง” เท่านั้น ซึ่งไม่ได้มีการขึ้นบัญชีรายชื่อในระบบใด ๆ

หากติดเครดิตบูโร ซื้อบ้านได้ไหม

จากข้อมูลข้างต้นที่เราได้ทำความรู้จักทั้งเครดิตบูโรคืออะไร การติดเครดิตบูโร และการติดแบล็คลิสต์ซื้อบ้านกันมาแล้ว เป็นที่ทราบกันแน่นอนแล้วว่าปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารจะใช้พิจารณาอนุมัติปล่อยกู้สินเชื่อซื้อบ้านเป็นอันดับต้น ๆ นั่นก็คือประวัติธุรกรรมทางการเงิน

ดังนั้นจึงทำให้ผู้ขอยื่นกู้ที่ติดเครดิตบูโรไม่ได้รับอนุมัติในการขอสินเชื่อดังกล่าว เพราะสถาบันทางการเงินหรือธนาคารจะมองเราในภาพรวมว่ายังไม่มีความพร้อมในการขอสินเชื่อซื้อบ้านในครั้งนี้ รวมถึงพฤติกรรมที่บ่งบอกว่ายังไม่มีความพร้อมและมีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ในอนาคตมากพอ อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะผ่อนชำระหนี้ได้ไม่ตรงตามข้อกำหนดอีกด้วย

แต่ก็ใช่ว่าผู้ที่มีประวัติในการติดเครดิตบูโรแล้วจะไม่มีโอกาสในการขอสินเชื่อ เพียงแต่ว่าจะต้องทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เสร็จสินเสียก่อน จึงจะทำการขอยื่นกู้สินเชื่ออีกครั้ง

ขั้นตอนการแก้ปัญหาเมื่อติดเครดิตบูโร ก่อนทำการกู้ซื้อบ้าน

มาถึงขั้นตอนนี้ สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาในการขออนุมัติสินเชื่อซื้อบ้านไม่ผ่าน เนื่องจากติดเครดิตบูโร เรามีทางแก้มาแนะนำ

1. รู้จักสถานะทางบัญชีในเครดิตบูโร

รายงานข้อมูลเครดิตนั้นจะทำการเก็บข้อมูลของเราย้อนหลังไปทั้งหมด 36 เดือน (หรือ 3 ปี) ว่าเรามีประวัติทางการเงินอย่างไรบ้าง และมีสถานะทางการเงินในบัญชีเป็นอย่างไร โดยให้ดูที่ตัวเลขที่กำกับไว้

ตัวเลข 10 ความหมายคือ มีสถานะปกติ โดยเจ้าของบัญชีมีการชำระสินเชื่อตามจำนวนยอดเงินปกติ ตรงตามเงินไข และไม่มียอดค้างชำระ

ตัวเลข 11 ความหมายคือ มีสถานะปิดบัญชี โดยเจ้าของบัญชีได้ทำการชำระหนี้ตามยอดค้างหมดแล้ว

ตัวเลข 12 ความหมายคือ มีสถานะในการพักชำระหนี้ โดยเจ้าของบัญชีได้ทำการขอพักชำระหนี้ที่เคยมียอดค้างชำระหนี้ ตามนโยบายของรัฐ ซึ่งทำให้สถานะในระหว่างการพักชำระหนี้ไม่มีการระบบสถานะว่ามียอดค้าชำระ

ตัวเลข 20 ความหมายคือ มีสถานะในการค้างชำระหนี้ในระบบเกิน 90 วัน ซึ่งสถานะนี้จะทำให้เกิดผลเสียต้องเจ้าของบัญชีเนื่องจากมียอดค้างชำระหนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และหากเจ้าของบัญชีไม่ทำการติดต่อขอชำระหนี้ อาจถูกดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ติดเครดิตบูโร ควรทำการตรวจเช็กสถานะบัญชีตัวเองให้ทราบแน่ชัดเสียก่อน เพื่อทำการวางแผนและจัดการแก้ไขในลำดับต่อไป

โดยสามารถทำการตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของเราเองเพียง 15 นาที ตามสถานที่ด้านล่างนี้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ที่ 100 บาท

สถานที่ วัน-เวลาให้บริการ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 2 (โซนพลาซา) วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.30 น. หยุดวันนักขัตฤกษ์ เครดิตบูโรคาเฟ่ อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 3 (โซนธนาคาร) สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ ทางออก 1 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-18.00 น. หยุดวันนักขัตฤกษ์ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต (ภายในสถานี) วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-18.00 น. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ภายในสถานี) วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร-ท่าวังหลัง (บริเวณทางเข้า-ออกท่าเรือ และใกล้ประตู 8 ของโรงพยาบาลศิริราช) วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ห้างเจเวนิว (นวนคร) ชั้น 3 ติดประกันสังคม วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-18.00 น.

2. วางแผนและจัดการด้านการเงิน

หลังจากที่เราทำการเช็กสถานะบัญชีเครดิตบูโรของเราเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทำการคำนวณและวางแผนในการผ่อนชำระหนี้คงค้างทั้งหมดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเปลี่ยนสถานะให้กลับมาเป็นบัญชีปกติ

  • เริ่มจากการขอพักชำระหนี้
  • ชำระหนี้ตามจำนวนขึ้นต่ำหรือมากว่า เพื่อปิดบัญชี ไม่มีมียอดค้างในระบบ

3. วางแผนก่อนการขอยื่นกู้

  • สร้างเครดิต เช่น การขอสินเชื่อบัตรเครดิต ที่จำเป็นต้องใช้ โดยทำการชำระเต็มวงเงิน หรือตามข้อตกลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาดชำระ
  • ขอยื่นกู้ร่วมกับคนในครอบครัวที่มีประวัติเครดิตบูโรที่ดี เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ

เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจแล้วว่าติดเครดิตบูโร ซื้อบ้านได้ไหมซึ่งหากแก้ประวัติทางการเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการขอยื่นกู้สินเชื่อซื้อบ้านที่ต้องการ สถาบันทางการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ พร้อมรอการอนุมัติวงเงินได้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...