ชีเสิร์ฟ! 8 ซีรีส์/หนังสาย High School สนุกสุดขีด ได้อัปสกิลภาษาอังกฤษไปในตัว
สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคนน~มีใครรู้สึกว่าการเรียนภาษาในห้องเรียนอย่างเดียวยังไม่ตอบโจทย์ไหมคะ จริงๆ แล้วการที่เราจะเก่งภาษาได้เนี่ย ไม่ใช่แค่การเรียนท่องจำอย่างเดียวน้า ยังมีอีกหลายวิธีเลยที่เราสามารถเอนจอยไปกับการเรียนได้ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่านการ์ตูน และอีกมากมาย
และสำหรับบทความนี้บอกเลยว่าถูกใจสายซีรีส์แน่นอน เพราะวันนี้พี่แอลได้รวบรวม 8 ซีรีส์ & หนัง หลากหลายแนว ทั้งจากฝั่ง US และ UK มาให้ทุกคนได้ฝึกภาษาอังกฤษแบบเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังสำเนียงที่แตกต่างกันของ Native Speaker เก็บคำศัพท์ใหม่ๆ หรือเรียนรู้สแลงที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน บอกเลยว่าดูเพลิน แถมได้สกิลภาษาแบบจัดเต็ม! จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเล้ยย~
Mean Girls
มาเริ่มกันที่เรื่องแรกกับหนัง Rom-coms ในตำนานอย่าง ‘Mean Girls’เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เคดี้ เฮรอน’ เด็กสาววัย 16 ที่ย้ายมาเรียนโรงเรียนรัฐในอเมริกาครั้งแรก หลังจากเรียน Home School มาตลอด แต่ๆๆ การย้ายมาของเธอมันไม่ธรรมดานี่สิ เคดี้ได้เข้าร่วมกับ “แก๊งพลาสติก” กลุ่มตัวแม่สุดปังของโรงเรียน นำทีมโดย ‘เรจิน่า จอร์จ’ หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า ควีน บี และดรามาเรื่องราววุ่นๆ ก็เริ่มต้นขึ้น! // ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อก็ต้องรีบตามไปดูด่วนๆ ค่า
ในเรื่องนี้ตัวละครมีการใช้ภาษาแบบที่วัยรุ่น English Speaker ใช้กันจริงๆ เช่น คำที่ใช้กันในโรงเรียน หรือ พูดกันในกลุ่มเพื่อน Slang ต่างๆ อีกทั้งด้วยสถานการณ์ในเรื่องเกิดที่อเมริกา สำเนียงที่ตัวละครพูดกันก็จะเป็นสำเนียงอเมริกัน ฟังง่าย เหมาะกับการฝึกภาษาสุดๆ และจะได้รู้ว่าYou can't sit with us!
ตามไปดูได้ที่:Netflix, Apple TV
Gossip Girl
ความแซบยังไม่หมด เรามาต่อกับเรื่อง ‘Gossip Girl’(สาวๆ น่าจะถูกใจกัน) เป็นซีรีส์ดรามาของวัยรุ่น Upper East Side ในเมือง New York โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เซรีน่า แวน เดอร์ วูดเซน’ สาวสังคมที่กลับมานิวยอร์กหลังจากหายตัวไปอย่างลึกลับ และ ‘แบลร์ วอลดอร์ฟ’ เพื่อนสนิทของเซรีน่าที่กลายมาเป็นคู่แข่งกันซะงั้น
จุดเด่นของเรื่องนี้คือการเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของบุคคลที่ 3 หรือ blogger นิรนามที่รู้จักกันในชื่อ ‘Gossip Girl’ ที่จะคอยเม้าธ์มอยความลับสุดแซบ เรื่องอื้อฉาว รักสามเศร้า ดรามามิตรภาพ ของวงการอีลีทใน Upper East Side บอกเลยว่าเนื้อเรื่องน่าติดตามมากก ดูกันไปยาวๆ 6 ซีซันเลยจ้า
ส่วนเรื่องนี้ก็ใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ เป็นบริบทที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ในโรงเรียน ในครอบครัว แอบมีคำศัพท์เสียดสีตามฉบับสาวช่างเม้าธ์เล็กน้อย เป็นสีสันในการฝึกภาษา ที่สำคัญเลยใครที่อยากฝึกสำเนียงอเมริกันเรื่องนี้ก็เหมาะมากค่า ดูจบแล้วพร้อมเป็นสาว Upper East Side เลยค่ะ อิอิ
ตามไปดูได้ที่:Netflix
Wild Child
มาอีกแล้วจ้าสาย Rom-coms ต้องเรื่องนี้เลย ‘Wild Child’เป็นเรื่องราวของเด็กสาวอเมริกันสุดแสบ ‘ป็อปปี้ มัวร์’ ถ้าถามว่าแสบถึงขั้นไหนก็คือถึงขั้น ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วนในอังกฤษเลยค่าา นี่แหละๆ จุดเริ่มต้นของความสนุก ช่วงแรกที่ป๊อปปี้ได้ย้ายไป เธอพยายามทำทุกอย่างที่ฝ่าฝืนกฎโรงเรียน แต่งตัวผิดระเบียบเอย วางแผนแกล้งคนนู้นคนนี้ จนถึงขั้นทำให้โรงเรียนเป็นข่าวเลยนะเอ้อ แต่ในที่สุดป๊อปปี้ของเราก็ค่อยๆ เรียนรู้ สร้างมิตรภาพ และโตขึ้นแบบมีคุณภาพ เรียกได้ว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครแบบชัดเจนเลยค่ะเรื่องนี้
การใช้ภาษาของเรื่องนี้นอกจากเราจะได้ยิน American Accent ของสาวป๊อปปี้แล้ว เรายังได้ยิน British Accent จากเพื่อนๆ ในโรงเรียนอีกด้วย ถือเป็นการเรียนรู้ความแตกต่างของทั้ง 2 สำเนียงไปในตัวเลย เจ๋งสุดๆ
ตามไปดูได้ที่:Netflix, Apple TV
XO, Kitty
ใครสายเกาหลีแต่อยากฝึกภาษาอังกฤษต้องเรื่องนี้เลยค่า ‘XO, Kitty’เป็นเรื่องราวของ ‘คิตตี้’ สาวที่คิดว่าตัวเองเชี่ยวเรื่องความรักสุดๆ ตัดสินใจบินไปเกาหลี เพื่อเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับที่แม่ของเธอเคยเรียน และกลับไปพบกับแฟนหนุ่ม Long Distance แต่ทุกอย่างกลับซับซ้อนและไม่เป็นไปอย่างที่คิดเลยนี่สิ อ่านแค่นี้ก็น่าติดตามมากแล้วใช่ไหมคะทุกคนน (กระซิบว่าซีซัน 2 เข้า Netflix เรียบร้อยแล้วนะ ตามไปดูด่วนน)
ขอเสริมว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เหมาะกับการฝึกภาษามากๆ เลยค่ะ การใช้ภาษาของตัวละครฟังง่าย ทันสมัย พูดไม่ช้าไม่เร็วเกินไป แถมยังมีสำเนียงที่หลากหลายด้วย และที่สำคัญคือสายเกาหลีน่าจะถูกใจแน่ๆ เพราะเกือบทั้งเรื่องถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้ มีสอดแทรกวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาในหลายฉากเลยค่ะ // เรียกว่าได้ฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกับซึมซับ K-Culture ไปในตัวแบบ ครบ จบ ในที่เดียว
ตามไปดูได้ที่:Netflix
The Summer I Turned Pretty
มาต่อกันที่ซีรีส์วัยรุ่น Romantic Drama อย่าง ‘The Summer I Turned Pretty’ (เรื่องนี้พี่แอลชอบมากก) เป็นเรื่องราวของ ‘เบลลี่’ เด็กสาวที่ไปใช้เวลาช่วง summer ของทุกปีที่ Cousins Beach กับครอบครัวของเธอและครอบครัวเพื่อนสนิทอย่างตระกูล ฟิชเชอร์ แต่ฤดูร้อนปีนี้ไม่เหมือนเดิม เมื่อเบลลี่โตขึ้นและพบว่าตัวเองตกอยู่ใน Triangle Love กับพี่น้องตระกูลฟิชเชอร์ นอกจากเรื่องรักที่แสนซับซ้อนแล้ว ก็ยังมีเรื่องครอบครัว และการเติบโตที่เบลลี่ต้องเผชิญ พี่แอลขอการันตีเลยว่า ดูเพลินไม่มีสะดุดเลยค่ะเรื่องนี้ (ซีซัน 3 กำลังจะมาปีนี้แล้วน้า)
สำหรับใครที่เริ่มต้นฝึกภาษาหรือพอได้ภาษาประมาณนึงแล้ว เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยค่ะ เพราะตัวละครใช้ภาษาเป็นกันเอง ฟังง่าย มี Slangs ฉบับวัยรุ่นอเมริกา และเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการเติบโต ความรัก ครอบครัว เราจะได้เห็นตัวละครใช้ภาษาในการสื่อสารความรู้สึกค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ไม่ว่าจะ สารภาพรัก ปลอบใจ สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ได้เลยค่า
ตามไปดูได้ที่:Prime Video
Enola Holmes
มาแล้วค่า สาย British เน้นๆ ต้องเรื่องนี้เลย ‘Enola Holmes’ทุกคนน่าจะเห็นเรื่อง ‘Sherlock Holmes’ อยู่ในลิสต์ซีรีส์ฝึกภาษากันบ่อยๆ ใช่ไหมคะ วันนี้พี่แอลขอมาแนะนำเรื่องราวของน้องสาว เชอร์ล็อก โฮล์มส์ อย่าง ‘เอโนลา’ กันบ้าง
การดำเนินเรื่อง ‘Enola Holmes’ จะอยู่ในสมัยวิกตอเรีย ของอังกฤษ โดยทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อแม่ของ ’เอโนลา’ หายตัวไป เธอเลยตัดสินใจหนีจากแผนของพี่ชายที่จะส่งเธอไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน แล้วออกตามหาแม่ด้วยตัวเอง ระหว่างการผจญภัย เอโนลาต้องเผชิญทั้งปริศนา ความอันตรายต่างๆ เอโนลาไม่เพียงแค่สืบคดีแม่ แต่ยังเข้าไปพัวพันกับการช่วยเหลือ ขุนนางหนุ่ม อีกต่างหาก พูดได้ว่าเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นไม่ไหวว
เรื่องนี้สำเนียง British มาแบบจัดเต็มเลยค่ะ ใครที่กำลังเริ่มฝึกอาจจะฟังยากนิดนึง แต่ไม่เกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ แถมเรื่องนี้ยังได้คำศัพท์เกี่ยวกับการสืบสวน คำพูดในแวดวงสังคมผู้ดีอังกฤษ รวมถึงคำศัพท์โบราณๆ ที่หาไม่ได้ในห้องเรียนแน่นอนค่า
ตามไปดูได้ที่:Netflix
The Kissing Booth
ขอมาเสิร์ฟความฟินกับเรื่องต่อไปอย่าง ‘The Kissing Booth’ซีรีส์วัยรุ่น Rom-coms เกี่ยวกับ ‘แอล อีแวนส์’ เด็กสาวมัธยมและเพื่อนซี้ตั้งแต่เด็กของเธอ ‘ลี ฟลินน์’ ทั้งคู่ได้ตั้งกฎมิตรภาพเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น แต่ความวุ่นวายทั้งหมดก็เริ่มขึ้นเมื่อแอลไปตกหลุมรัก ‘โนอาห์ ฟลินน์’ พี่ชายสุดเท่ของลี และใช่ค่ะ โนอาห์เป็นคนที่อยู่ในลิสต์ห้ามยุ่งเด็ดขาดตามกฎมิตรภาพ เรื่องราวจะเป็นยังไง แอลจะเลือกอะไรระหว่างรักครั้งแรก หรือ มิตรภาพที่แสนสำคัญ บอกเลยว่าต้องตามไปดูเท่านั้นค่ะทุกคนน
ในเรื่องนี้นอกจากจะได้ความฟิน ความสนุก ความฮา และดรามาเล็กๆ แล้ว แน่นอนค่ะ เรายังได้ฝึกภาษาอังกฤษฉบับที่วัยรุ่น Native Speaker เขาใช้กันจริงๆ ด้วยตัวคำศัพท์อยู่ในแวดวงโรงเรียน กลุ่มเพื่อน แถมยังมีบทจีบกันกุ๊กกิ๊กๆ ของตัวละครอีก บอกเลยว่าได้จดศัพท์ใหม่ๆ ไปใช้กันเพียบ
ตามไปดูได้ที่:Netflix
HeartStopper
เรื่องสุดท้ายแต่ขอฟินต่อไม่หยุด สำหรับสายวายเราจะขาดเรื่องนี้ไปไม่ได้เลยค่ะ ‘HeartStopper’เป็นซีรีส์ LGBTQ+ ที่เล่าเรื่องราวของการค้นหาตัวตนและความรักในวัยรุ่น ผ่านมุมมองของ ‘ชาร์ลี’ และ ‘นิก’ เด็ก High School จากโรงเรียนมัธยมอังกฤษ โดยทั้งเรื่องเราจะได้เห็นความน่ารักของตัวละคร การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงความท้าทายในการค้นหาตัวตน เรียกได้ว่าสนุก แล้วก็น่าติดตามตลอดทั้งเรื่องเลยล่ะค่ะ (กระซิบว่าใครชอบพระเอกไทป์บ้อกแบ้กต้องเรื่องนี้เท่านั้นค่ะ ทำถูก! ทำถึง!)
และสำหรับการใช้ภาษาในเรื่องจะเป็นธรรมชาติมากๆ เป็นกันเอง และ ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ แถม British Accent ของเรื่องนี้ค่อนข้างฟังง่ายเลยค่ะ สามารถฝึกพูดตามได้สบายๆ แน่นอนค่า
ตามไปดูได้ที่:Netflix
……………
ครบทั้ง 8 เรื่องแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน มีเรื่องไหนโดนใจหรืออยากลองดูกันบ้างไหมเอ่ย?
หรือถ้าใครมีเรื่องไหนแนะนำให้ตามไปเก็บเพิ่ม ก็เมนต์มาชี้เป้ากันได้เลย! ส่วนคราวหน้า English Issuesจะกลับมาพร้อมกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษรูปแบบไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~