โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ชีเสิร์ฟ! 8 ซีรีส์/หนังสาย High School สนุกสุดขีด ได้อัปสกิลภาษาอังกฤษไปในตัว

Dek-D.com

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 09.55 น. • DEK-D.com
รวม 8 ซีรีส์&หนัง แนว High School สำหรับอัปสกิลภาษาอังกฤษ เก็บครบทั้ง คำศัพท์ สแลง และ Accent ที่หลากหลาย

สวัสดีค่าชาว Dek-D ทุกคนน~มีใครรู้สึกว่าการเรียนภาษาในห้องเรียนอย่างเดียวยังไม่ตอบโจทย์ไหมคะ จริงๆ แล้วการที่เราจะเก่งภาษาได้เนี่ย ไม่ใช่แค่การเรียนท่องจำอย่างเดียวน้า ยังมีอีกหลายวิธีเลยที่เราสามารถเอนจอยไปกับการเรียนได้ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่านการ์ตูน และอีกมากมาย

และสำหรับบทความนี้บอกเลยว่าถูกใจสายซีรีส์แน่นอน เพราะวันนี้พี่แอลได้รวบรวม 8 ซีรีส์ & หนัง หลากหลายแนว ทั้งจากฝั่ง US และ UK มาให้ทุกคนได้ฝึกภาษาอังกฤษแบบเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังสำเนียงที่แตกต่างกันของ Native Speaker เก็บคำศัพท์ใหม่ๆ หรือเรียนรู้สแลงที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน บอกเลยว่าดูเพลิน แถมได้สกิลภาษาแบบจัดเต็ม! จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเล้ยย~

Mean Girls

มาเริ่มกันที่เรื่องแรกกับหนัง Rom-coms ในตำนานอย่าง ‘Mean Girls’เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เคดี้ เฮรอน’ เด็กสาววัย 16 ที่ย้ายมาเรียนโรงเรียนรัฐในอเมริกาครั้งแรก หลังจากเรียน Home School มาตลอด แต่ๆๆ การย้ายมาของเธอมันไม่ธรรมดานี่สิ เคดี้ได้เข้าร่วมกับ “แก๊งพลาสติก” กลุ่มตัวแม่สุดปังของโรงเรียน นำทีมโดย ‘เรจิน่า จอร์จ’ หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า ควีน บี และดรามาเรื่องราววุ่นๆ ก็เริ่มต้นขึ้น! // ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อก็ต้องรีบตามไปดูด่วนๆ ค่า

ในเรื่องนี้ตัวละครมีการใช้ภาษาแบบที่วัยรุ่น English Speaker ใช้กันจริงๆ เช่น คำที่ใช้กันในโรงเรียน หรือ พูดกันในกลุ่มเพื่อน Slang ต่างๆ อีกทั้งด้วยสถานการณ์ในเรื่องเกิดที่อเมริกา สำเนียงที่ตัวละครพูดกันก็จะเป็นสำเนียงอเมริกัน ฟังง่าย เหมาะกับการฝึกภาษาสุดๆ และจะได้รู้ว่าYou can't sit with us!

ตามไปดูได้ที่:Netflix, Apple TV

Gossip Girl

ความแซบยังไม่หมด เรามาต่อกับเรื่อง ‘Gossip Girl’(สาวๆ น่าจะถูกใจกัน) เป็นซีรีส์ดรามาของวัยรุ่น Upper East Side ในเมือง New York โดยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เซรีน่า แวน เดอร์ วูดเซน’ สาวสังคมที่กลับมานิวยอร์กหลังจากหายตัวไปอย่างลึกลับ และ ‘แบลร์ วอลดอร์ฟ’ เพื่อนสนิทของเซรีน่าที่กลายมาเป็นคู่แข่งกันซะงั้น

จุดเด่นของเรื่องนี้คือการเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของบุคคลที่ 3 หรือ blogger นิรนามที่รู้จักกันในชื่อ ‘Gossip Girl’ ที่จะคอยเม้าธ์มอยความลับสุดแซบ เรื่องอื้อฉาว รักสามเศร้า ดรามามิตรภาพ ของวงการอีลีทใน Upper East Side บอกเลยว่าเนื้อเรื่องน่าติดตามมากก ดูกันไปยาวๆ 6 ซีซันเลยจ้า

ส่วนเรื่องนี้ก็ใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ เป็นบริบทที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ในโรงเรียน ในครอบครัว แอบมีคำศัพท์เสียดสีตามฉบับสาวช่างเม้าธ์เล็กน้อย เป็นสีสันในการฝึกภาษา ที่สำคัญเลยใครที่อยากฝึกสำเนียงอเมริกันเรื่องนี้ก็เหมาะมากค่า ดูจบแล้วพร้อมเป็นสาว Upper East Side เลยค่ะ อิอิ

ตามไปดูได้ที่:Netflix

Wild Child

มาอีกแล้วจ้าสาย Rom-coms ต้องเรื่องนี้เลย ‘Wild Child’เป็นเรื่องราวของเด็กสาวอเมริกันสุดแสบ ‘ป็อปปี้ มัวร์’ ถ้าถามว่าแสบถึงขั้นไหนก็คือถึงขั้น ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วนในอังกฤษเลยค่าา นี่แหละๆ จุดเริ่มต้นของความสนุก ช่วงแรกที่ป๊อปปี้ได้ย้ายไป เธอพยายามทำทุกอย่างที่ฝ่าฝืนกฎโรงเรียน แต่งตัวผิดระเบียบเอย วางแผนแกล้งคนนู้นคนนี้ จนถึงขั้นทำให้โรงเรียนเป็นข่าวเลยนะเอ้อ แต่ในที่สุดป๊อปปี้ของเราก็ค่อยๆ เรียนรู้ สร้างมิตรภาพ และโตขึ้นแบบมีคุณภาพ เรียกได้ว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครแบบชัดเจนเลยค่ะเรื่องนี้

การใช้ภาษาของเรื่องนี้นอกจากเราจะได้ยิน American Accent ของสาวป๊อปปี้แล้ว เรายังได้ยิน British Accent จากเพื่อนๆ ในโรงเรียนอีกด้วย ถือเป็นการเรียนรู้ความแตกต่างของทั้ง 2 สำเนียงไปในตัวเลย เจ๋งสุดๆ

ตามไปดูได้ที่:Netflix, Apple TV

XO, Kitty

ใครสายเกาหลีแต่อยากฝึกภาษาอังกฤษต้องเรื่องนี้เลยค่า ‘XO, Kitty’เป็นเรื่องราวของ ‘คิตตี้’ สาวที่คิดว่าตัวเองเชี่ยวเรื่องความรักสุดๆ ตัดสินใจบินไปเกาหลี เพื่อเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับที่แม่ของเธอเคยเรียน และกลับไปพบกับแฟนหนุ่ม Long Distance แต่ทุกอย่างกลับซับซ้อนและไม่เป็นไปอย่างที่คิดเลยนี่สิ อ่านแค่นี้ก็น่าติดตามมากแล้วใช่ไหมคะทุกคนน (กระซิบว่าซีซัน 2 เข้า Netflix เรียบร้อยแล้วนะ ตามไปดูด่วนน)

ขอเสริมว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เหมาะกับการฝึกภาษามากๆ เลยค่ะ การใช้ภาษาของตัวละครฟังง่าย ทันสมัย พูดไม่ช้าไม่เร็วเกินไป แถมยังมีสำเนียงที่หลากหลายด้วย และที่สำคัญคือสายเกาหลีน่าจะถูกใจแน่ๆ เพราะเกือบทั้งเรื่องถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้ มีสอดแทรกวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาในหลายฉากเลยค่ะ // เรียกว่าได้ฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกับซึมซับ K-Culture ไปในตัวแบบ ครบ จบ ในที่เดียว

ตามไปดูได้ที่:Netflix

The Summer I Turned Pretty

มาต่อกันที่ซีรีส์วัยรุ่น Romantic Drama อย่าง ‘The Summer I Turned Pretty’ (เรื่องนี้พี่แอลชอบมากก) เป็นเรื่องราวของ ‘เบลลี่’ เด็กสาวที่ไปใช้เวลาช่วง summer ของทุกปีที่ Cousins Beach กับครอบครัวของเธอและครอบครัวเพื่อนสนิทอย่างตระกูล ฟิชเชอร์ แต่ฤดูร้อนปีนี้ไม่เหมือนเดิม เมื่อเบลลี่โตขึ้นและพบว่าตัวเองตกอยู่ใน Triangle Love กับพี่น้องตระกูลฟิชเชอร์ นอกจากเรื่องรักที่แสนซับซ้อนแล้ว ก็ยังมีเรื่องครอบครัว และการเติบโตที่เบลลี่ต้องเผชิญ พี่แอลขอการันตีเลยว่า ดูเพลินไม่มีสะดุดเลยค่ะเรื่องนี้ (ซีซัน 3 กำลังจะมาปีนี้แล้วน้า)

สำหรับใครที่เริ่มต้นฝึกภาษาหรือพอได้ภาษาประมาณนึงแล้ว เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยค่ะ เพราะตัวละครใช้ภาษาเป็นกันเอง ฟังง่าย มี Slangs ฉบับวัยรุ่นอเมริกา และเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการเติบโต ความรัก ครอบครัว เราจะได้เห็นตัวละครใช้ภาษาในการสื่อสารความรู้สึกค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ไม่ว่าจะ สารภาพรัก ปลอบใจ สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ได้เลยค่า

ตามไปดูได้ที่:Prime Video

Enola Holmes

มาแล้วค่า สาย British เน้นๆ ต้องเรื่องนี้เลย ‘Enola Holmes’ทุกคนน่าจะเห็นเรื่อง ‘Sherlock Holmes’ อยู่ในลิสต์ซีรีส์ฝึกภาษากันบ่อยๆ ใช่ไหมคะ วันนี้พี่แอลขอมาแนะนำเรื่องราวของน้องสาว เชอร์ล็อก โฮล์มส์ อย่าง ‘เอโนลา’ กันบ้าง

การดำเนินเรื่อง ‘Enola Holmes’ จะอยู่ในสมัยวิกตอเรีย ของอังกฤษ โดยทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อแม่ของ ’เอโนลา’ หายตัวไป เธอเลยตัดสินใจหนีจากแผนของพี่ชายที่จะส่งเธอไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน แล้วออกตามหาแม่ด้วยตัวเอง ระหว่างการผจญภัย เอโนลาต้องเผชิญทั้งปริศนา ความอันตรายต่างๆ เอโนลาไม่เพียงแค่สืบคดีแม่ แต่ยังเข้าไปพัวพันกับการช่วยเหลือ ขุนนางหนุ่ม อีกต่างหาก พูดได้ว่าเนื้อเรื่องน่าตื่นเต้นไม่ไหวว

เรื่องนี้สำเนียง British มาแบบจัดเต็มเลยค่ะ ใครที่กำลังเริ่มฝึกอาจจะฟังยากนิดนึง แต่ไม่เกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ แถมเรื่องนี้ยังได้คำศัพท์เกี่ยวกับการสืบสวน คำพูดในแวดวงสังคมผู้ดีอังกฤษ รวมถึงคำศัพท์โบราณๆ ที่หาไม่ได้ในห้องเรียนแน่นอนค่า

ตามไปดูได้ที่:Netflix

The Kissing Booth

ขอมาเสิร์ฟความฟินกับเรื่องต่อไปอย่าง ‘The Kissing Booth’ซีรีส์วัยรุ่น Rom-coms เกี่ยวกับ ‘แอล อีแวนส์’ เด็กสาวมัธยมและเพื่อนซี้ตั้งแต่เด็กของเธอ ‘ลี ฟลินน์’ ทั้งคู่ได้ตั้งกฎมิตรภาพเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น แต่ความวุ่นวายทั้งหมดก็เริ่มขึ้นเมื่อแอลไปตกหลุมรัก ‘โนอาห์ ฟลินน์’ พี่ชายสุดเท่ของลี และใช่ค่ะ โนอาห์เป็นคนที่อยู่ในลิสต์ห้ามยุ่งเด็ดขาดตามกฎมิตรภาพ เรื่องราวจะเป็นยังไง แอลจะเลือกอะไรระหว่างรักครั้งแรก หรือ มิตรภาพที่แสนสำคัญ บอกเลยว่าต้องตามไปดูเท่านั้นค่ะทุกคนน

ในเรื่องนี้นอกจากจะได้ความฟิน ความสนุก ความฮา และดรามาเล็กๆ แล้ว แน่นอนค่ะ เรายังได้ฝึกภาษาอังกฤษฉบับที่วัยรุ่น Native Speaker เขาใช้กันจริงๆ ด้วยตัวคำศัพท์อยู่ในแวดวงโรงเรียน กลุ่มเพื่อน แถมยังมีบทจีบกันกุ๊กกิ๊กๆ ของตัวละครอีก บอกเลยว่าได้จดศัพท์ใหม่ๆ ไปใช้กันเพียบ

ตามไปดูได้ที่:Netflix

HeartStopper

เรื่องสุดท้ายแต่ขอฟินต่อไม่หยุด สำหรับสายวายเราจะขาดเรื่องนี้ไปไม่ได้เลยค่ะ ‘HeartStopper’เป็นซีรีส์ LGBTQ+ ที่เล่าเรื่องราวของการค้นหาตัวตนและความรักในวัยรุ่น ผ่านมุมมองของ ‘ชาร์ลี’ และ ‘นิก’ เด็ก High School จากโรงเรียนมัธยมอังกฤษ โดยทั้งเรื่องเราจะได้เห็นความน่ารักของตัวละคร การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงความท้าทายในการค้นหาตัวตน เรียกได้ว่าสนุก แล้วก็น่าติดตามตลอดทั้งเรื่องเลยล่ะค่ะ (กระซิบว่าใครชอบพระเอกไทป์บ้อกแบ้กต้องเรื่องนี้เท่านั้นค่ะ ทำถูก! ทำถึง!)

และสำหรับการใช้ภาษาในเรื่องจะเป็นธรรมชาติมากๆ เป็นกันเอง และ ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ แถม British Accent ของเรื่องนี้ค่อนข้างฟังง่ายเลยค่ะ สามารถฝึกพูดตามได้สบายๆ แน่นอนค่า

ตามไปดูได้ที่:Netflix

……………

ครบทั้ง 8 เรื่องแล้ว เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน มีเรื่องไหนโดนใจหรืออยากลองดูกันบ้างไหมเอ่ย?
หรือถ้าใครมีเรื่องไหนแนะนำให้ตามไปเก็บเพิ่ม ก็เมนต์มาชี้เป้ากันได้เลย! ส่วนคราวหน้า English Issuesจะกลับมาพร้อมกับคอนเทนต์ภาษาอังกฤษรูปแบบไหน อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...