‘พลังงานนิวเคลียร์’ เทรนด์มาแรง พลังงานโลก ปี 2568
The Bangkok Insight
อัพเดต 01 ม.ค. 2568 เวลา 19.38 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight"พลังงานนิวเคลียร์" เป็นพลังงานสะอาด ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในปี 2567 และหากยังสามารถรักษาแนวโน้มไว้ได้ ก็อาจจะทำให้ปี 2568 กลายเป็นปีที่สดใสอีกปีหนึ่งของพลังงานชนิดนี้
ครั้งหนึ่ง พลังงานนิวเคลียร์ เคยถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานราคาถูกที่มีอยู่อย่างมากมาย และปฏิวัติวงการ โดยในปีที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ โดยมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ กูเกิล และอเมซอน ต่างก็ประกาศการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ เช่นเดียวกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อประเทศร่ำรวยในการลดการปล่อยคาร์บอน
ปี 2568 อาจเป็นปีที่พลังงานนิวเคลียร์สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง จากการที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ๆ ต่างเดินหน้าลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อตอบสนองความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เพิ่มมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น กูเกิล ที่บรรลุข้อตกลงครั้งแรกกับไครอส พาวเวอร์ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ของเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก (เอสเอ็มอาร์) ที่ได้รับการพูดถึงอย่างมาก
ทั้งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์ก็ได้ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 20 ปี เพื่อซื้อพลังงานจากคอนสเตลเลชัน เอเนอร์จี ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดโรงไฟฟ้าทรี ไมล์ ไอส์แลนด์ อันโด่งดังในรัฐเพนซิลเวเนียอีกครั้ง
ไมค์ ลอเฟอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอไครอส พาวเวอร์ กล่าวถึงแรงผลักดันด้านพลังงานนิวเคลียร์ในปัจจุบันว่า เป็นการบรรจบกันของความต้องการพลังงานปลอดคาร์บอน และความต้องการความจุของโครงข่ายไฟฟ้าที่มากขึ้น
“เมื่อพิจารณาถึงตัวเลือกต่าง ๆ จะพบว่ามีเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น ที่สามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้"
ขณะทีสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) คาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าของโลก จะมาจากพลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน และพลังงานนิวเคลียร์
ไออีเอ คาดการณ์ว่า ภายในปีนี้ พลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน จะคิดเป็น 35% ของการผลิตไฟฟ้าทั่วโลก แซงหน้าพลังงานจากฟอสซิล หรือถ่านหิน ที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 33% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่พลังงานนิวเคลียร์จะเติบโตอย่างช้า ๆ ประมาณ 10% ของพลังงานทั่วโลก และพลังงานจากก๊าซจะคิดเป็น 20%
ส่วนเจพีมอร์แกน วาณิชธนกิจรายใหญ่ ของสหรัฐ ประเมินว่า พลังงานนิวเคลียร์รุ่นต่อไป อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ ด้วยความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีการให้ความสนใจและเงินทุนในโครงการนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอีกครั้ง รวมถึงเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็ก
เจพีมอร์แกน ทิ้งท้ายว่า คลื่นการลงทุนครั้งนี้สามารถผลักดันให้พลังงานนิวเคลียร์กลายเป็นรากฐานในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังตลาดพลังงาน และภาคอุตสาหกรรม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก' อนาคตของ 'หุ้นโรงไฟฟ้าไทย'
- 'อเมซอน-กูเกิล' เร่งลงทุน 'พลังงานนิวเคลียร์' สนับสนุนศูนย์ข้อมูล 'ปัญญาประดิษฐ์'
- 'ฟิลิปปินส์' ตั้งเป้าเปิด 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์' แห่งแรกปี 2575
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg